Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Wealthy Thai
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
SCC ตั้งเป้าหมาย EBITDA ปี 69 ทะลุ 5.5 หมื่นลบ.
ทุ่มงบลงทุน 3 หมื่นลบ. เร่งประสิทธิภาพ–ลดต้นทุน ชู 4 กลยุทธ์ “เข้มข้น–เข้มแข็ง–เสริมแกร่ง–เอาอยู่”
SCC กางแผนปี 69 ตั้งเป้า Adjusted EBITDA ทะลุ 50,000 ล้านบาท ประเมินธุรกิจแพคเกจจิ้งยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจเคมิคอลส์แนวโน้มทรงตัว เตรียมวางงบลงทุน 30,000 ล้านบาท บำรุงรักษาเครื่องจักร-ลงทุนโครงการ LPS-โครงการเชิงกลยุทธ์ พร้อมชู 4 กลยุทธ์หลัก “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” เดินหน้าคว้าโอกาสสร้างการเติบโตระยะยาว
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) มากกว่า 55,000 ล้านบาท โดยประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว
เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
สำหรับธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด
ส่วนงบลงทุนในปี 2569 บริษัทวางไว้ราว 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร ลงทุนในโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ที่เวียดนาม ลงทุนในโครงการที่ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างต้นทุนของบริษัท รวมถึงลงทุนในโครงการเชิงกลยุทธ์ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ พร้อมรับความผันผวนและเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ที่มีการเติบโต
ขณะที่โครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) บริษัทได้เริ่มเดินเครื่องแล้วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานลูกค้าและเตรียมความพร้อมของพนักงานและพันธมิตรในการจัดส่งสินค้า ทั้งนี้ บริษัทสามารถลดงบประมาณการลงทุนในโครงการ LSP ลงจาก 700 ล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ (16,000 ล้านบาท) โดยจะใช้เวลาในการซ่อมบำรุงและสร้างถังเก็บก๊าซอีเทนประมาณ 3 ปี
ในส่วนของแนวทางหลักที่ SCC จะดำเนินการเพื่อเร่งคว้าโอกาสในปี 2569 มีด้วยกัน 4 ด้าน ได้แก่ 1. เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics
2. เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร เดินหน้ากลยุทธ์ Regional Optimization โดยชูเวียดนามเป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 2569 GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ ตลอดจนการขยายพอร์ตสินค้าและบริการที่เติบโตสูง
3. เสริมแกร่ง โดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570 และ 4. เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการ Clean up หรือหยุดดำเนินการธุรกิจที่ไม่สร้างกำไร (Non-Performance) และไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปจนเสร็จสิ้นแล้ว ในปี 2569 จึงอาจเห็นการทำการยุบรวมโรงงานขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ให้กลายเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด
“แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย และหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่”” นายธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย
หุ้น
การลงทุน
เศรษฐกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย