เมื่อวาน เวลา 00:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🏦 สรุปงบปี 2568 : 4 แบงก์ใหญ่…เป็นอย่างไรบ้าง?

แม้ไม่ได้ลงทุนหุ้นธนาคาร ก็ชวนอ่านเพื่อเข้าใจทิศทางเศรษฐกิจไทย 💡
🌍 มุมมองเศรษฐกิจจาก MD&A
“เปราะบางและโตต่ำ” จากการวิเคราะห์ของทั้ง 4 แบงก์
📉 เศรษฐกิจโตเพียง 2.0%
ต่ำกว่าศักยภาพ ถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และกำลังซื้อที่อ่อนแอ
📦 ส่งออกโต 10% แต่กระจุกตัว
การเร่งสั่งซื้อก่อนสหรัฐฯ ปรับภาษี หนุนตัวเลขส่งออก
แต่ผลต่อการจ้างงานจำกัด เพราะเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีห่วงโซ่อุปทานในประเทศน้อย
🌧️ ปัจจัยลบซ้ำเติม
เกิดอุทกภัยรุนแรงในภาคเหนือและภาคใต้ (โดยเฉพาะหาดใหญ่)
กระทบต่อทรัพย์สินและรายได้ของประชาชน
📉 ดอกเบี้ยขาลง
กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายรวม 1.00% ตลอดปี
มาอยู่ที่ 1.25% ณ สิ้นปี
📍 ก่อนเริ่มดูงบ…เข้าใจกันนิดนึง
ตารางในรูปคือ กำไรสุทธิเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY – Year-on-Year)
ข้อมูลทั้งหมดเป็น ปี 2568 ถ้า Q0Q (Quarter on Quarter)
💰 กำไรสุทธิ (Net Profit) ปี 2568
ทั้ง 4 แบงก์กำไรยังทรงตัว/เติบโต ท่ามกลางความผันผวน
🟣 SCB: 47,488 ล้านบาท (โตเด่นสุด 8.1% YoY)
🔵 KTB: 48,229 ล้านบาท (โต 4.5% YoY)
🔷 BBL: 46,007 ล้านบาท (โต 1.8% YoY)
🟢 KBANK: 49,565 ล้านบาท (ทรงตัว -0.1% YoY)
➡️ มาดูองค์ประกอบกันต่อ
📊 การเติบโตของยอดสินเชื่อ ปี 68 (เทียบปี 67)
แบงก์เน้นความปลอดภัยมากกว่าปริมาณ ทำให้สินเชื่อโตต่ำหรือติดลบ
🔵 KTB: +0.5%
โตจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและภาครัฐ
🔷 BBL: -3.2%
สินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงมีการเติบโต
🟢 KBANK: -0.28%
สินเชื่อธุรกิจและรายย่อยลดลง
🟣 SCB: -2.1%
สินเชื่อ SME และรายย่อยลดลง
🔍 คุณภาพสินเชื่อ (NPL)
NPL = หนี้เสีย (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน)
เมื่อนำมาเทียบกับสินเชื่อรวม จะได้ NPL ratio
ปี 68 แบงก์เน้นคัดกรองลูกหนี้
ทำให้ NPL ลดลงเมื่อเทียบกับปี 67
🔵 KTB: 2.90% (คุม NPL ได้ดี)
🔷 BBL: 3%
🟢 KBANK: 3.2%
🟣 SCB: 3.29%
🛡️ การตั้งสำรอง (ECL) และความแข็งแรง
แบงก์ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพื่อเป็น “กันชน” รับความเสี่ยง
NPL Coverage Ratio = เงินสำรองที่มี ÷ หนี้เสีย
🏆 BBL: 324.1% (ตั้งสำรองหนาแน่นมาก)
🔵 KTB: 203.6%
🟣 SCB: 160.8%
🟢 KBANK: 162.7%
KTB / SCB / KBANK ลดการตั้งสำรองจากปีก่อน เพราะคุมคุณภาพหนี้ได้ดีขึ้น → หนุนกำไรสุทธิ
ส่วน BBL ตั้งสำรองเพิ่ม ทำให้ NPL Coverage Ratio สูงถึง 342%
📉 NIM (Net Interest Margin)
ตัวชี้วัดความสามารถทำรายได้จากดอกเบี้ย
คิดจาก
(รายได้ดอกเบี้ย – ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย) ÷ สินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย
Q4/68 – ปี 2568:
NIM ลดลงทั้ง 4 แบงก์
เป็นไปตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง
NIM เทียบปีก่อนหน้า
🟣 SCB: 3.44% (จาก 3.85% ปี 67)
🟢 KBANK: 3.06% (จาก 3.48% ปี 67)
🔷 BBL: 2.59% (จาก 3.06% ปี 67)
🔵 KTB: 2.63% (จาก 3.29% ปี 67)
📈 ภาพรวมรายได้ : ดอกเบี้ยลด แต่กำไรยังมา?
แม้ธุรกิจปล่อยสินเชื่อชะลอ แต่มีรายได้อื่นเข้ามาช่วยพยุงกำไร
✅ รายได้ค่าธรรมเนียม
Wealth Management และการขายประกันโตดีมาก
✅ กำไรจากการลงทุน
ดอกเบี้ยขาลง หนุนมูลค่าตราสารหนี้เดิมในพอร์ต
✅ การคุมต้นทุน
หลายแบงก์บริหารค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพขึ้น
📊 ROE ปี 68 (ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น)
ROE = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น
(ยิ่งสูง ยิ่งดี)
🌟 KTB: 10.67% (ปี 67 ที่ 10.94%)
🟣 SCB: 9.7% (ปี 67 ที่ 9.1%)
🟢 KBANK: 8.62% (ปี 67 ที่ 9.13%)
🔷 BBL: 8.07% (ปี 67 ที่ 8.27%)
📝 สรุปภาพรวมปี 2568
สินเชื่อชะลอตัว ตามภาวะเศรษฐกิจและความระมัดระวังความเสี่ยง
NIM ลดลง ตามดอกเบี้ยนโยบายขาลง
แต่ กำไรรวมยังดี จากค่าธรรมเนียมและกำไรจากการลงทุน
🔍 มองเฉพาะ Q4/68
กำไรเริ่มชะลอตัวชัดเจน กำไรลดลง QoQ ค่อนข้างชัด
🔷 BBL:
กำไร Q4 = 7,759 ล้านบาท (-43.7% QoQ)
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง
โดยเฉพาะกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน (Fair Value)
จาก 5,472 ล้านบาท (Q3) → 3,000 ล้านบาท (Q4)
🔵 KTB:
กำไร Q4 = 10,773 ล้านบาท (-26.3% QoQ)
ลดลงตามรายได้ตลาดเงิน ตลาดทุน และกำไรเงินลงทุน
🟢 KBANK:
กำไร Q4 = 10,278 ล้านบาท (-20.98% QoQ)
จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อย
และค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล
🟣 SCB:
กำไร Q4 = 10,144 ล้านบาท (-15.9% QoQ)
หลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและกำไรจากการลงทุนที่ลดลง
📉 บทสรุป
ปี 2568 แบงก์ไทยยังรักษาระดับกำไรได้
จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการคุมค่าใช้จ่าย/สำรอง
แต่เมื่อเข้าสู่ Q4 กำไรจากการลงทุนเริ่มแผ่ว
แรงกดดันจากดอกเบี้ยขาลง
และสินเชื่อที่ไม่เติบโต เริ่มเห็นชัดขึ้น
นำมาสรุปให้อ่าเนเข้าใจง่าย ไม่ได้เจตนาในการชักชวนหรือซื้อขายหุ้นเหล่านี้
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #หุ้น #งบการเงิน #ธนาคาร #NIM #NPL #ROE
#BBL #KBANK #KTB #SCB #BankingSector2025 #สรุปงบปี68
โฆษณา