Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนเกิร์ล
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
2 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
กรณีศึกษา ทำไมชาอึนอูใช้บริษัทรับรายได้ เพื่อลดภาษี ถึงต้องจ่ายภาษีเพิ่ม 400 ล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่คนดังก็ทำกัน
“ชาอึนอู” กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่มาแรงที่สุด ทั้งในเกาหลีใต้และต่างประเทศ ณ เวลานี้
ไม่ใช่เพราะกำลังจะออกผลงานใหม่ แต่เป็นเรื่องของการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง รวมภาษีพื้นฐานที่ค้างชำระและค่าปรับที่มีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านวอน หรือราว 400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ในวงการบันเทิงเกาหลีใต้เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ใคร ๆ ก็จับตามอง ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงิน
แต่เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรตั้งข้อสงสัยว่า ภาษีที่ถูกเก็บย้อนหลังอาจไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดทางบัญชี แต่เป็นความตั้งใจในการหลีกเลี่ยงภาษี
เรื่องราวเป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นมาจากกรมสรรพากรเกาหลีใต้เข้าตรวจสอบภาษีแบบปูพรมในบริษัทบันเทิงหลายแห่ง โดย Fantagio ต้นสังกัดของชาอึนอู ถูกตรวจพบความผิดปกติในการลงบัญชีรายได้และรายจ่าย จึงถูกปรับเงินไปจำนวนหนึ่ง
แต่ในระหว่างที่ตรวจสอบบัญชีของ Fantagio อยู่นั้น กรมสรรพากรพบว่า มีเงินจำนวนมหาศาลประมาณ 80,000 ล้านวอนหรือ 1,740 ล้านบาท ที่ควรจะเป็นรายได้ของชาอึนอู
ส่วนหนึ่งกลับถูกจ่ายออกไปยังนิติบุคคลอื่นที่ชื่อ Cha's Gallery บริษัทของแม่ชาอึนอู แทนที่จะจ่ายให้ตัวชาอึนอูโดยตรงทั้งหมด
ซึ่งเป็นจุดแรกที่ทำให้กรมสรรพากรเริ่มตั้งข้อสงสัย เพราะการจัดสรรรายได้แบบนี้ดูไม่ปกติสำหรับศิลปินที่มีค่ายสังกัด
และยิ่งแปลกประหลาด เมื่อเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบที่อยู่จดทะเบียนของบริษัท Cha's Gallery ในจังหวัดอินชอน กลับพบว่า สถานที่นั้นเป็นร้านอาหารปลาไหลของพ่อแม่ชาอึนอู
ซึ่งไม่น่าจะมีศักยภาพมากพอที่จะบริหารจัดการศิลปินชื่อดังอย่างชาอึนอูได้เลย และยังขาดลักษณะของการดำเนินธุรกิจจริงอีกด้วย เช่น การจ้างพนักงาน หรือมีออฟฟิศ
นอกจากเรื่องนี้ ในปี 2024 บริษัทก็ได้ทำสิ่งที่น่าสงสัยคือ เปลี่ยนสถานะบริษัทจำกัด เป็นบริษัทจำกัดความรับผิดชอบ (LLC) ทำให้ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะหรือรับการตรวจสอบบัญชีภายนอก เลยยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยว่า ต้องการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
จากเรื่องทั้งหมดนี้ สรรพากรจึงมองว่า นี่ไม่ใช่บริษัทที่มีการจ้างงานหรือบริหารงานจริง แต่เป็นเพียงทางผ่านเงิน เพื่อเลี่ยงภาษีบุคคลธรรมดาที่มีอัตราสูงถึง 45% ขณะที่ภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ประมาณ 20% เท่านั้น
ขณะที่ฝั่งของชาอึนอูเองก็ได้ออกมายืนยันว่าบริษัทดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรอย่างเต็มที่ รวมถึงขอให้สาธารณชน รอผลการตัดสินอย่างเป็นทางการ ก่อนสรุปข้อเท็จจริงของคดีนี้
แต่ทั้งนี้รู้หรือไม่ว่า การที่เหล่าคนดังที่มีรายได้สูงจะตั้งนิติบุคคลหรือบริษัท เพื่อลดภาระภาษี นั้นเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน
แล้วความแตกต่างของเรื่องนี้คืออะไร ?
คำตอบคือ บริษัทนั้นทำธุรกิจจริง หรือเป็นเพียงบริษัทกระดาษ
โดยบริษัทกระดาษหรือ Paper Company ก็มีความหมายตรงตัวว่า บริษัทที่มีแต่ชื่อในกระดาษ แต่ไม่มีตัวตนในการทำธุรกิจจริง
สังเกตได้จาก 1. ไม่มีอาคารที่ตั้ง 2. ไม่มีการจ้างงาน ส่วนใหญ่จะมีชื่อกรรมการเพียง 1-2 คน และมักจะเป็นคนในครอบครัว 3. ไม่ได้ทำธุรกิจ โดยไม่ได้ผลิตสินค้า ไม่ได้ให้บริการ หรือไม่ได้ทำมาค้าขายอะไรกับใครจริง ๆ นอกจากรับเงินเข้าและโอนเงินออก
ซึ่งเหตุผลที่คนดังหรือคนรวยบางคนเลือกที่จะตั้งบริษัทแบบนี้ เพราะมันสามารถเปลี่ยนจากการเสียภาษีบุคคลธรรมดาที่แพงมาก มาสู่ภาษีนิติบุคคลที่ถูกกว่า
รวมถึงใช้เพื่อความลับทางการเงิน อย่างการใช้บริษัทถือครองทรัพย์สินแทนตัวเอง เช่น ซื้อตึก ซื้อรถหรู เพื่อไม่ให้สาธารณชนหรือสรรพากรตรวจสอบเส้นทางการเงินส่วนตัวได้ง่าย ๆ อีกด้วย
แต่การตั้งบริษัทกระดาษไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยทันที เพราะใครก็จดทะเบียนบริษัทได้ แต่จะกลายเป็นความผิด ก็ต่อเมื่อได้กระทำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หรือปกปิดสิ่งที่ผิดกฎหมาย
นี่เลยเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่าง “การวางแผนภาษี” กับ “การหลีกเลี่ยงภาษี” และคือเหตุผลว่า ทำไมกรณีของชาอึนอูถึงโดนสรรพากรจับตามอง ทั้ง ๆ ที่คนดังหลายคนก็ตั้งบริษัทเพื่อลดภาระภาษีเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับบทลงโทษใด ๆ นั่นเอง..
References :
- Koreaherald, Economictimes
ธุรกิจ
เศรษฐกิจ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย