Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 10:30 • ธุรกิจ
ทำไม Airbus A321neo ถึงเป็น “หมาก” สำคัญในการเติบโตของการบินไทย / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x การบินไทย
ปี 2568 โลกมีนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามประเทศกว่า 1,520 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 4% จากปีก่อน
โดยภูมิภาคที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือเอเชียแปซิฟิก มีนักท่องเที่ยวกว่า 330 ล้านคน ขยายตัวถึง 6.3%
ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวโลก แต่กำลังบอกชัดว่า “ศูนย์กลางการเดินทางของโลก” กำลังขยับมาอยู่ที่เอเชีย
ทั้งจากฐานประชากรขนาดใหญ่ การเติบโตของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการเดินทางระยะสั้นถึงกลาง ที่กลายเป็นเรื่องปกติของคนยุคใหม่ไปแล้ว
และเมื่อการเดินทางข้ามพรมแดนยังขยายตัวต่อเนื่อง ธุรกิจที่ได้อานิสงส์โดยตรงจึงหนีไม่พ้น “สายการบิน”
เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร การเดินทางระยะไกลก็ยังต้องพึ่งพาเครื่องบินเป็นหลัก
ล่าสุด การบินไทย เปิดตัว Airbus A321neo เครื่องบินรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โลกการบินยุคปัจจุบัน
ที่สำคัญ การเพิ่มฝูงบินครั้งนี้ ยังสอดรับกับทิศทางของประเทศไทย ที่ต้องการยกระดับบทบาทสู่การเป็น Aviation Hub ของเอเชีย อีกด้วย
ก้าวต่อไปของประเทศไทยสู่ Aviation Hub น่าสนใจอย่างไร ?
แล้ว Airbus A321neo จะเข้ามาช่วยเติมเต็มภาพนี้แค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หากมองในมุมมหภาค ข้อได้เปรียบสำคัญของไทยคือ “ภูมิศาสตร์”
ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน เชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลงตัว
ตำแหน่งนี้ทำให้ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดแวะพักและต่อเครื่องของนักเดินทางจำนวนมากในภูมิภาค
โดยข้อมูลจาก ททท. พบว่า ปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 33 ล้านคน โดยเกือบ 66% มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
และที่น่าสนใจคือ ในปี 2569 ททท. ตั้งเป้าให้เป็นปีของการ “ยกระดับการท่องเที่ยวไทย” อย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy”
ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ รวมถึงการกระจายตัวสู่เมืองรองมากขึ้น
โดย ททท. คาดว่า ปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยกว่า 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 10% จากปีก่อน
พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมสูงสุดถึง 3 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเป็นเพียง “ครึ่งหนึ่งของสมการ” ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub
อีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการเติบโตของการเดินทางออกนอกประเทศของคนไทย หรือที่เรียกว่า Outbound Tourism
เพราะอย่าลืมว่า หนึ่งเที่ยวบิน ไม่ได้พาคนไทยออกไปท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
แต่ยังสามารถรับนักท่องเที่ยวจากประเทศปลายทางกลับเข้ามาในไทยได้ในเที่ยวเดียวกัน
คำถามคือ วันนี้คนไทยนิยมเดินทางไปที่ไหนมากที่สุด ?
ข้อมูลจาก YouTrip ของกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป พบว่า กว่า 75% ของนักท่องเที่ยวไทยเลือกเดินทางในภูมิภาคเอเชีย รองลงมาคือยุโรป 17.5% และอเมริกาเหนือราว 4%
และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีอยู่ 2 ประเทศที่คนไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ “จีน” และ “อินเดีย”
- เริ่มจาก “จีน”
หลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง และนโยบายฟรีวีซ่าระหว่างไทย-จีน จีนกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง
ทั้งจากระยะทางที่ไม่ไกล ค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ และทางเลือกเมืองท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองหลักถึงเมืองรอง
ขณะเดียวกัน การเพิ่มเที่ยวบินไทย-จีน ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ Outbound ของคนไทยเท่านั้น
เพราะในปี 2568 ยังมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 4.5 ล้านคน ทำให้เส้นทางนี้เป็นตัวอย่างของ “ดีมานด์สองทาง” ที่ชัดเจน และมีผู้โดยสารรองรับอย่างต่อเนื่อง
- ถัดมาคือ “อินเดีย”
ประเทศที่ชนชั้นกลางขยายตัวรวดเร็ว กำลังซื้อเพิ่มขึ้น และการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย จากความหลากหลายของสินค้าและบริการท่องเที่ยว
รวมถึงจุดแข็งด้าน Medical Tourism งานแต่งงาน และการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว
โดยในปี 2568 อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 อันดับแรกของไทย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2.4 ล้านคน
ขณะเดียวกัน คนไทยเองก็เริ่มเดินทางไปอินเดียมากขึ้น ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เมืองประวัติศาสตร์ รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจและการแพทย์
เมื่อภาพรวมเป็นเช่นนี้ โจทย์ของสายการบิน จึงไม่ใช่แค่การเปิดเส้นทางบินใหม่ แต่คือการออกแบบเครือข่ายการบินให้ “บินถี่ขึ้น” และ “ยืดหยุ่นขึ้น” เพื่อรองรับดีมานด์ที่กระจายตัวมากกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลว่า ทำไม Airbus A321neo จึงกลายเป็นหมากสำคัญ ในกลยุทธ์การเติบโตของการบินไทย
A321neo มีระยะบินสูงสุดราว 4,000 Nautical Miles หรือประมาณ 7,400 กิโลเมตร ครอบคลุมเส้นทางหลักจากไทยสู่เอเชียเกือบทั้งหมด ตั้งแต่จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ
ที่สำคัญ การบินไทยสามารถนำ A321neo ไปให้บริการได้ทั้งเส้นทางภายในประเทศ ซึ่งสอดรับกับนโยบาย Amazing 5 Economy ของ ททท.
และเส้นทางบินระดับภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดจีนและอินเดีย ที่กำลังกลายเป็นหัวใจของการขยายเครือข่ายการบินในระยะถัดไป อีกด้วย
โดยคุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงทิศทางสำคัญขององค์กรว่า
“Silk Hub คือกรอบกลยุทธ์การออกแบบเครือข่ายเส้นทางบินรูปแบบใหม่ ที่การบินไทยนำมาใช้ในช่วงปี 2568–2569
โดยได้แรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของแบรนด์ Smooth as Silk ผสานกับแนวคิดของเส้นทางสายไหม ซึ่งสื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คน เมือง และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกัน
กลยุทธ์นี้มุ่งยกระดับบทบาทของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินที่แข็งแกร่งของภูมิภาค ผ่านการออกแบบเครือข่ายเส้นทางและการบริหารความถี่เที่ยวบินอย่างเป็นระบบ
ภายใต้ Silk Hub การบินไทยจะใช้ ASEAN เป็นฐาน อินเดียและจีนเป็นแกน ส่วนเส้นทางระยะไกล (Long Haul) เป็น Value Creator” - คุณกิตติพงษ์ กล่าว
หัวใจของ Silk Hub แบ่งออกเป็น 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1. การเชื่อมโยงการเดินทางระดับโลก
การบินไทยวางตำแหน่งกรุงเทพฯ เป็นจุดต่อเครื่องหลัก ดึงผู้โดยสารจากจีน อินเดีย และประเทศในอาเซียน ให้สามารถเชื่อมต่อไปยังยุโรปและออสเตรเลียได้อย่างราบรื่น
ไม่เพียงช่วยเพิ่มแทรฟฟิกผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ยังผลักดันบทบาทของไทยให้เข้าใกล้การเป็น Aviation Hub อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
2. การเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยุทธศาสตร์
โดยเฉพาะตลาดจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางสร้างรายได้สำคัญ เพื่อให้กรุงเทพฯ กลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่สะดวกที่สุดในภูมิภาค
กลยุทธ์นี้อาศัยการเพิ่ม Frequency ด้วยเครื่องบิน Airbus A321neo ที่มีความคล่องตัว และเหมาะกับเส้นทางระยะสั้นถึงกลาง
ในตลาดจีน ปัจจุบันการบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงสู่เมืองหลักหลายแห่ง เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เฉิงตู และคุนหมิง
และในฤดูร้อนปี 2569 มีแผนขยายไปยังเมืองใหม่อย่าง ฉงชิ่ง ฉางชา และเซินเจิ้น พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินจาก 42 เป็น 81 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ขณะที่ตลาดอินเดีย การบินไทยมีเครือข่ายครอบคลุมเมืองสำคัญทั้ง นิวเดลี มุมไบ เจนไน เบงคลูรู กัลกัตตา ไฮเดอราบาด อาห์เมดาบัด คยา และโคชิ
และในฤดูร้อนปี 2569 มีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินอินเดียจาก 77 เป็น 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตอกย้ำบทบาทอินเดียในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักของ Silk Hub
3. กลยุทธ์สายการพาณิชย์ เน้นรายได้คุณภาพและกำไรที่ยั่งยืน
หัวใจของกลยุทธ์ในช่วงนี้ ไม่ใช่การเติบโตเชิงปริมาณ แต่คือการเติบโตที่สร้างผลตอบแทนอย่างแท้จริง
การบินไทยให้ความสำคัญกับรายได้ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับวินัยด้านต้นทุน เพื่อให้ทุกเส้นทางสามารถสร้างกำไรจากการบินได้อย่างเหมาะสม
นั่นคือ การบินไทย “เลือกโต ไม่ใช่เร่งโต” หรืออีกความหมายหนึ่งคือโตอย่างมีสติ มากกว่าการเร่งขยายเครือข่าย
ทุกการเพิ่มเที่ยวบินหรือเปิดเส้นทางใหม่ จะผ่านการประเมินศักยภาพรายได้ โครงสร้างต้นทุน และความคุ้มค่าในระยะยาวอย่างรอบคอบ
โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่และการแข่งขันสูง การบินไทยมองการเติบโตบนฐานดีมานด์ที่มีคุณภาพจริง ไม่ใช่การขยายกำลังการบินเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด เพื่อสนับสนุนกำไรขององค์กรในระยะยาว นั่นเอง…
แต่เอาจริง ๆ แล้ว นอกจากการเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น Airbus A321neo จะเข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจของการบินไทยได้อย่างไร ?
1. เครื่องบินที่ “เข้ากับโครงสร้างดีมานด์จริง” ของเส้นทางเอเชีย
เครือข่ายการบินในเอเชียของการบินไทย ส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางระยะสั้นถึงกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระจายตัวตามวันและช่วงเวลา
A321neo จึงถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะเส้นทางแบบนี้โดยตรง
ช่วยให้การบินไทยสามารถจัดวางขนาดเครื่องบินให้สอดคล้องกับดีมานด์จริงของแต่ละตลาด
ไม่ใหญ่เกินไปจนแบกรับต้นทุนสูง และไม่เล็กเกินไปจนเสียโอกาสรายได้
ผลลัพธ์คือ เครือข่ายการบินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งในการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน และการบริหารเส้นทางให้สมดุลได้ตลอดทั้งปี
2. เปิดเส้นทางใหม่ได้ “คุ้มค่า” มากขึ้นในเชิงต้นทุนและการปฏิบัติการ
ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์และโครงสร้างที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง A321neo สามารถลดต้นทุนต่อเที่ยวบินและต้นทุนต่อที่นั่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
จุดนี้เปิดโอกาสให้การบินไทยพิจารณาเส้นทางใหม่ได้หลากหลายขึ้น ทั้งเส้นทางตรงระหว่างเมือง และเส้นทางที่มีศักยภาพเติบโตในระยะกลาง โดยยังคงมาตรฐานบริการแบบ Full Service ไว้ได้
ที่สำคัญคือ ในเชิงปฏิบัติการ A321neo ใช้จำนวนลูกเรือน้อยกว่าเครื่องบินลำตัวกว้าง และสามารถใช้ลูกเรือรวมถึงนักบินที่มีคุณสมบัติในตระกูล A320 ได้อย่างไร้รอยต่อ
ช่วยลดความซับซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรบุคคลของสายการบิน
3. สะท้อนการปรับโครงสร้างฝูงบินให้ทันโลกการเดินทางยุคใหม่
ในเชิงกลยุทธ์ A321neo ไม่ได้เป็นแค่เครื่องบินรุ่นใหม่ แต่คือสัญญาณของการปรับโครงสร้างฝูงบินของการบินไทยในระยะยาว
จากฝูงบินที่เคยพึ่งพาเครื่องบินลำตัวกว้างเป็นหลัก (Wide-Body) กำลังขยับสู่โครงสร้างที่มีเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow-Body) ที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น
นี่คือแนวคิดของ Fleet Optimization ที่ลดความซับซ้อนของฝูงบิน เพิ่มความคล่องตัวในการวางตารางบิน และเชื่อมการตัดสินใจด้านเครื่องบิน เข้ากับพฤติกรรมของผู้โดยสารโดยตรง
ที่น่าสนใจคือ การบินไทยมีแผนรับมอบ Airbus A321neo รวม 32 ลำ ผ่านการเช่าดำเนินงานจาก AerCap ผู้ให้เช่าเครื่องบินรายใหญ่ระดับโลก
หาก A321neo รองรับผู้โดยสารได้ 175 ที่นั่งต่อลำ
การเพิ่มฝูงบินอีก 32 ลำ ก็เท่ากับการขยายศักยภาพรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกหลายพันที่นั่งในระบบ
สุดท้ายแล้ว ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มเครื่องบินใหม่ แต่คือการจัดโครงสร้างการเติบโตของการบินไทย ให้สอดรับกับดีมานด์การเดินทางของเอเชียที่เปลี่ยนไป
และเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยขยับเข้าใกล้บทบาทของ Aviation Hub อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นั่นเอง…
ปิดท้ายด้วยข้อมูลน่าสนใจ...
รู้หรือไม่ว่า ? เครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรกของการบินไทย ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร
และเครื่องบินลำนี้ ได้ทำการบินปฐมฤกษ์ในเที่ยวบิน TG413 เส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นับเป็นการให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของเครื่องบินรุ่นนี้ในฝูงบินของการบินไทย...
References :
-
https://www.untourism.int/tourism-data/un-tourism-tourism-dashboard
-
https://www.aircraft.airbus.com/en/aircraft/a320-family/a321neo
-
https://www.thaiairways.com/th-th/content/news-and-announcements/thai-welcomes-its-first-airbus-a321neo/
-
https://www.mots.go.th/news/category/806
-
https://thailand.go.th/issue-focus-detail/-2569--amazing--5-economy-life-economy-sub-culture-economy-night-economy-circular-economy--platform-economy
-
https://www.you.co/th/blog/
1 บันทึก
6
3
1
6
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย