30 ม.ค. เวลา 12:06 • ข่าว

“สงครามทุนเทา 2569” : เมื่อแบงก์ชาติขยับเกมคุม ‘เงินสด-คริปโต’ สกัดเส้นเลือดใหญ่ชายแดน

ในปีที่เศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำสุดในรอบ 10 ปี (เพียง 1.5-1.6%) โจทย์ใหญ่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องรีบแก้ไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ย แต่คือการจัดการ “ทุนเทา” ที่กัดกร่อนระบบเศรษฐกิจจากภายในครับ
1. สกัดการขนเงินสดรายใหญ่: แบงก์ชาติเริ่มจับตาธุรกรรมถอนเงินสดที่ผิดปกติ (พบบางกรณีสูงถึง 200-250 ล้านบาท) โดยเตรียมยกระดับเกณฑ์การตรวจสอบหากมีการถอนเงินสดเกิน 3-5 ล้านบาท ธนาคารต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เพื่อปิดช่องทางการขนเงินนอกระบบไปฟอกในธุรกิจมืด
2. เชียงรายกับกฎเหล็กชายแดน: เมืองหน้าด่านอย่างเชียงรายได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการจำกัดการรับซื้อเงินตราต่างประเทศ ที่คุมเข้มเหลือเพียง 200,000 บาทต่อคนต่อวัน (จากเดิมพื้นที่ทั่วไป 800,000 บาท) เพื่อสกัดการแปลงร่างของเงินก่อนข้ามพรมแดนแม่สาย-เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเครือข่ายทุนข้ามชาติ
3. USDT: เส้นทางใหม่ที่ถูกจับตา: สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง USDT กลายเป็นเครื่องมือใหม่ของกลุ่มทุนเทา แบงก์ชาติจึงร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลทำ profiling บัญชี e-Wallet และบัญชีคริปโตเพื่อแยก "บัญชีม้า" ออกจากธุรกรรมปกติ โดยมุ่งเป้าไปที่รายการโอนมูลค่าสูงที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน
สรุปมุมมองนักการตลาด: การคุมเข้มครั้งนี้อาจทำให้การทำธุรกิจชายแดน "ฝืด" ขึ้นบ้างในระยะสั้น แต่ในระยะยาวคือน้ำยาฆ่าเชื้อที่จะล้างทุนเทาออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจสุจริตสามารถแข่งขันได้บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันครับ "เงินสะอาด" เท่านั้นที่จะสร้างความยั่งยืนให้เชียงรายได้จริง
โฆษณา