Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
ญี่ปุ่นสู้กับ ปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างไร ?
เด็กเกิดน้อย ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้ หลายคนอาจยังไม่รู้สึกว่า กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่
แต่ปัญหานี้จะค่อย ๆ กัดกินเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างช้า ๆ
ทั้งธุรกิจในประเทศ ที่กำลังซื้อของคนน้อยลงไปเรื่อย ๆ วัยทำงานเหลือน้อยลง และทำงานเพื่อแบกผู้สูงอายุ ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
และหากจะหาบทเรียนว่า ประเทศไหนที่เผชิญหน้ากับปัญหานี้เข้าขั้นวิกฤติที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
คำตอบนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ญี่ปุ่น”
ประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันกำลังถูกเขย่าด้วยโครงสร้างประชากรที่บิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด
แล้วญี่ปุ่นสู้กับ ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ญี่ปุ่นได้พยายามต่อสู้กับปัญหานี้ ด้วย 2 มุมใหญ่
มุมที่ 1 ด้านที่ต้องการให้เด็กเกิด เพื่อเพิ่มประชากร
ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นเน้นด้านนี้มาก โดยไม่ได้ต้องการแค่ให้ 1 ครอบครัวจะต้องมีลูกเพียง 1-2 คนเท่านั้น
แต่รัฐบาลญี่ปุ่น เน้นให้ 1 ครอบครัวมีลูกตั้งแต่ 3 คนเป็นต้นไป เพื่อให้ประชากรชาวญี่ปุ่นนั้นเพิ่มขึ้น
- เน้นเงินอุดหนุนรายเดือนให้กับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี และถ้ามีบุตรคนที่ 3 เป็นต้นไป บุตรคนที่ 3 ก็จะได้รับเงินอุดหนุนมากขึ้นเป็น 2-3 เท่า
- หากครอบครัวไหนมีบุตรตั้งแต่คนที่ 3 เป็นต้นไป บุตรในครอบครัว 1 คนก็จะได้สิทธิ์ในการเรียนฟรีในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อกระตุ้นให้ 1 ครอบครัวมีบุตร 3 คนขึ้นไป
- ในช่วงแรกเกิดหลังคลอด ทั้งพ่อและแม่ สามารถลางานจากบริษัทที่ทำอยู่ เพื่อมาเลี้ยงดูบุตรได้สูงสุด 1 ปี และสามารถขยายเวลาเพิ่มได้เป็น 1.5 ปี หรือสูงสุดถึง 2 ปี หากยังไม่สามารถหาที่ว่างในเนิร์สเซอรี ให้ลูกเข้าเรียนได้
ซึ่งสิทธิ์การลานี้ สามารถใช้ได้กับลูกทุกคนตั้งแต่คนแรก
ในช่วงที่ลางานมาเลี้ยงลูก พ่อกับแม่ ก็สามารถรับเบี้ยเลี้ยงจากประกันสังคม โดยนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้ แถมยังได้รับการยกเว้นภาษี เมื่อลางานมาเลี้ยงลูกตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป
- มีโครงการสินเชื่อบ้าน เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่อยากมีลูก โดยลูก 1 คนจะได้ส่วนลดสินเชื่อบ้านจาก JHF หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ญี่ปุ่นคนละ 0.25%
ดังนั้น ยิ่งครอบครัวมีลูกมากขึ้น ส่วนลดดอกเบี้ยก็จะมากขึ้นตาม
นอกจากนโยบายระดับชาติแล้ว ในระดับรัฐบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่น อย่างเมืองต่าง ๆ ก็ได้หาทางแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อยเช่นเดียวกัน โดยมีหลากหลายนโยบายเพื่อจูงใจให้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง เพื่อแก้ปัญหาหลายเมืองของญี่ปุ่นที่กำลังกลายเป็นเมืองร้าง
ยกตัวอย่างเช่น
- หลาย ๆ เมืองในจังหวัดโอกายามะ มีนโยบายจ่ายเงินก้อนให้เลยทันที 20,000-100,000 บาท
เมื่อมีบุตรคนที่ 3 เป็นต้นไป เพื่อดึงดูดให้ครอบครัวย้ายเข้ามาตั้งรกรากในชนบท
- นโยบายอยู่ฟรีจนได้เป็นเจ้าของ โดยหลายเมืองเล็ก ๆ จะอนุญาตให้ครอบครัวที่มีลูก สามารถย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านว่างที่รีโนเวตแล้ว โดยให้อยู่ฟรี หรือให้เช่าในราคาถูกมาก
และหากครอบครัวนั้นอยู่อาศัยยาวนานตามที่กำหนด เช่น 15-20 ปี รัฐบาลท้องถิ่นจะยกบ้านและที่ดินหลังนั้น ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวที่เข้ามาอยู่อาศัยทันที
- ท้องถิ่นเกาะอามะ (Ama) เกาะเล็ก ๆ ในจังหวัดชิมาเนะ
ก็เลือกสู้เพื่อให้คนบนเกาะมีลูก โดยจูงใจด้วยต้นทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่ อย่างการมอบ “ข้าว” หรือ “เนื้อสัตว์” ที่ผลิตบนเกาะนี้ให้กับครอบครัวที่มีลูกฟรีเป็นรายปี เพื่อลดค่าครองชีพด้านอาหาร
ไปจนถึงนโยบายด้านการศึกษา อย่างระบบโรงเรียนกึ่งครอบครัวภายในเกาะ โดยครูที่อยู่บนเกาะนี้ สามารถดูแลเด็กในเกาะได้อย่างทั่วถึง
มุมที่ 2 เมื่อนโยบายรัฐบาล ยังกระตุ้นให้คนมีลูกได้ไม่มากพอ
ดังนั้น อีกหนึ่งการบ้านที่รัฐบาลต้องทำคือ ทำอย่างไร ให้ชาวญี่ปุ่นมีอายุยืนมาก ๆ และทำงานสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติได้
ตัวอย่างนโยบาย อย่างเช่น
- ขยายเพดานเกษียณของพนักงานที่อายุ 60 ปีขึ้นไป
โดยการบังคับให้บริษัทเอกชนในญี่ปุ่น ต้องมีทางเลือกให้พนักงานสามารถเกษียณที่อายุ 70 ปีได้
- ใช้กลยุทธ์ Active Aging ด้วยวิธีการจ้างงานแบบยืดหยุ่น เช่น การจ้างงานผู้สูงอายุเป็นรายชั่วโมง หรือเป็นงานเฉพาะโปรเจกต์ ที่อาศัยความเชี่ยวชาญของผู้สูงอายุเท่านั้น
ซึ่งการทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มเติม ยังทำให้ผู้สูงอายุได้ขยับร่างกายบ้าง
และมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการทำงาน ไม่ห่อเหี่ยวมากเกินไป
- จัดตั้งศูนย์จัดหางานสำหรับผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลท้องถิ่น และเทศบาลต่าง ๆ ได้จัดตั้งศูนย์นี้มาทั่วประเทศ เพื่อเป็นตัวกลางจับคู่ทักษะของคนวัยเกษียณ
ให้เข้ากับความต้องการของคนในชุมชน เช่น งานซ่อมบำรุงเล็ก ๆ, งานดูแลสวน, งานที่ปรึกษาธุรกิจ
หรือแม้แต่การเป็นไกด์นำเที่ยวท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า และยังมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
- นโยบาย Healthy Life Expectancy โดยเน้นให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างแข็งแรงและมีอายุยืน โดยรัฐบาลญี่ปุ่น มีโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกฟรีตั้งแต่อายุ 40 ปี
มีกิจกรรมประจำชุมชนหรือเทศบาล ที่บังคับให้ผู้สูงอายุต้องเข้าร่วม เช่น ชมรมเดินเขา ชมรมกายบริหารในที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงโรคติดเตียงและภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเป็นภาระหลักของงบประมาณประเทศ
- นำเทคโนโลยีมาใช้ทุ่นแรง เพื่ออุดช่องว่างเรื่องข้อจำกัดทางกายภาพ
สำหรับผู้สูงอายุ ที่ประกอบอาชีพเกษตรอยู่ที่บ้าน หรือทำโรงงาน ก็จะมีการนำหุ่นยนต์ช่วยยก (Exoskeleton) เข้ามาใช้ในงานเกษตรกรรม หรือโรงงานแปรรูปต่าง ๆ เพื่อช่วยทุ่นแรงผู้สูงอายุ และยังสามารถทำงานได้โดยไม่เจ็บหลังและเข่า
- Reskill ผู้สูงอายุ ด้วยการเรียนปรับทักษะใหม่ ให้ทันโลกและเทคโนโลยี เช่น การใช้สมาร์ตโฟนทำธุรกรรม หรือการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
เพื่อให้พวกเขา สามารถใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาพนักงานหรือลูกหลานคอยสอนใช้เทคโนโลยีไปทุกเรื่อง
นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่น ประจำเมืองหรือเทศบาลต่าง ๆ ได้พยายาม “หดเมือง” ให้กระชับมากขึ้น เพื่อรองรับประชากรภายในเมืองที่ค่อย ๆ ลดลง
และทำโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้มากขึ้น
โดยการหดเมืองคือ ต้องทำให้ทุกอย่างภายในเมือง
สามารถรวมศูนย์ให้มาอยู่ที่จุดเดียว ไม่กระจายกันมากจนเกินไป
อย่าง การออกแบบให้ห้างร้าน ศูนย์การค้า ถนนช็อปปิง สถานพยาบาล และบ้านพักผู้สูงอายุ อยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟหลักให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้สูงอายุเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ไร้รอยต่อ
- หลาย ๆ เมืองก็ได้ออกแบบและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ครอบคลุมถึงพื้นที่ที่ผู้สูงอายุอยู่อาศัย โดยสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งรถยนต์
นอกจากนี้ การหดเมืองให้เล็กลง ยังทำให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถบริหารภาษี หรืองบประมาณที่ใช้กับเมืองนั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึงกว่า แถมยังสามารถนำงบประมาณ ไปอุดหนุนด้านสวัสดิการผู้สูงอายุได้มากขึ้น
ทั้งหมดนี้ ก็เป็นนโยบายเปิดศึก 2 ด้าน ของญี่ปุ่น
เพื่อใช้สู้กับสงครามสังคมผู้สูงอายุ หรือภาวะประชากรในประเทศที่ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ
ซึ่งแนวทางเหล่านี้ น่าจะพอเป็นไอเดียให้ประเทศไทยเรา นำมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ที่ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วน
ที่รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไข เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้น จากฟันเฟืองหลักที่มีอยู่อย่าง “ทรัพยากรมนุษย์” นั่นเอง..
เศรษฐกิจ
5 บันทึก
10
3
5
10
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย