30 ม.ค. เวลา 17:58 • ข่าว

เจาะลึกยุทธศาสตร์ “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน” : เมื่อเชียงรายใช้ Soft Power พลิกโฉมเมืองเก่าเชียงแสน

เชียงรายกำลังจะเปลี่ยน "สงกรานต์" ให้เป็นมากกว่าแค่การสาดน้ำ แต่คือการวางรากฐาน "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ครั้งใหญ่ครับ!
1. จากเมืองทางผ่านสู่ Hub วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง: อบจ.เชียงราย นำโดยนายกฯ อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เลือกอำเภอเชียงแสนเป็นพื้นที่นำร่อง เพราะนี่คือเมืองที่มีประวัติศาสตร์ทับซ้อนถึง 3 อาณาจักร และเป็นจุดเชื่อมต่อไทย-ลาว-เมียนมา การปักหมุด "มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน" จึงเป็นการดึงจุดแข็งเรื่อง Authenticity มาเป็นจุดขายระดับโลก
2. นวัตกรรม Walkable City และเมืองที่มีชีวิต: ปัญหาเดิมของเชียงรายคือขาด Signature Event ที่ชัดเจน งานนี้จึงแก้ Pain Point ด้วยการสร้าง "Walkable City" เนรมิตริมโขงให้เดินเที่ยวได้จริง พร้อมนวัตกรรมอย่างหอคอยน้ำ (Water Tower) 5 ชั้น และอุโมงค์น้ำยาวกว่า 300 เมตร ที่ผสมผสานแสงสีเสียงสมัยใหม่เข้ากับโบราณสถาน (Ancient Ruins) ได้อย่างลงตัว
3. การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience-based Tourism): นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ต้องการแค่ถ่ายรูป แต่ต้องการ "สัมผัส" งานนี้แบ่งเป็น 2 ช่วงชัดเจน: ช่วงแรกเน้นความสนุกและคอนเสิร์ต (13-15 เม.ย.) และช่วงหลังเน้นศรัทธาด้วยขบวนแห่ 3 แผ่นดินและการตักบาตรริมโขง (16-18 เม.ย.)
4. กระจายรายได้สู่ฐานราก: อบจ. ไม่ได้มองแค่ในเมือง แต่ทำ Tourist Map เชื่อมโยงทุกตำบล เช่น ไปดูนกที่โยนก หรือไหว้พระที่วัดพระธาตุผาเงา เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่โฮมสเตย์และร้านค้าชุมชนอย่างทั่วถึง
นี่คือบทพิสูจน์ความสำเร็จของการนำ Soft Power มาสร้างมูลค่าเพิ่ม และเมื่อรวมกับโครงข่ายรถไฟทางคู่และสนามบินที่กำลังพัฒนา เชียงรายจะกลายเป็นหมุดหมายที่ "ต้องมา" ไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไปครับ
โฆษณา