Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Watcher
•
ติดตาม
31 ม.ค. เวลา 06:01 • หุ้น & เศรษฐกิจ
วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์: "Guilty Until Proven Innocent" และกระแส Agentic AI
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ในตลาดสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะ Bear Market อย่างรุนแรง โดย iShares Technology Software Sector ETF (IGV) ปรับตัวลดลงราว 21% จากจุดสูงสุด ซึ่งเป็นการร่วงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2025 นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities ใช้คำว่า "Guilty Until Proven Innocent" (ผิดจนกว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้) เพื่ออธิบายสภาวะตลาดที่กำลังตัดสินหุ้นกลุ่มนี้อย่างไม่ไว้วางใจ ท่ามกลางความหวาดกลัวว่า AI แบบ Agentic (AI Agent) จะทำลายโมเดลธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเดิมอย่างถาวร
สาเหตุหลักของการทุบหุ้นซอฟต์แวร์
Microsoft ชะลอตัวทำตลาดตกใจ
หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ Microsoft ซึ่งแม้รายได้จะพุ่งถึง 81.3 พันล้านดอลลาร์ (+17% YoY) และ Azure เติบโต 39% YoY (38% ในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ก็ยังต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด ส่วนที่กระทบหนักคือคำแนะนำ (Guidance)
สำหรับไตรมาสถัดไปที่คาดการณ์การเติบโตของ Azure อยู่ที่ 37-38% ซึ่งต่ำกว่าที่นักลงทุนหวังไว้ ประกอบกับ Operating Margin ที่แคบลงเนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาล (CapEx ถึง 37.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้) ทำให้หุ้น Microsoft ร่วงถึง 10% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการร่วงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020
ServiceNow และ Salesforce พลอยร่วงตาม
ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ Microsoft หุ้น ServiceNow ซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่เหนือคาดหมายด้วยรายได้ 3.57 พันล้านดอลลาร์ (+21% YoY) และ EPS ที่ $3.92 (เหนือคาดหมายที่ $3.88) กลับถูกเทขายจนร่วง 12% ในวันเดียว สาเหตุหลักคือการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ Subscription ในปี 2026 อยู่ที่ 19% (Organic Growth) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 20% ที่นักลงทุนต้องการเห็น ขณะที่ Salesforce ก็พลอยร่วงตามไปอีก 7% แม้ไม่ได้มีข่าวลบโดยตรง และ SAP ของเยอรมนีก็ร่วงแรงหลังยอด Cloud Backlog เติบโตน้อยกว่าที่คาด
ความกลัวเรื่อง AI Disruption
แกนหลักของการขายทิ้งครั้งนี้คือความกลัวว่า AI Agents (Agentic AI) จะเข้ามาทดแทนซอฟต์แวร์แบบ SaaS (Software as a Service) ที่มนุษย์ต้องใช้งานเอง นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า AI Automation Tools จะลดความต้องการใช้ License ของซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม และทำให้ Workflow เดิมๆ ล้าสมัยไปอย่างถาวร ทำให้ Valuation ที่เคยรองรับด้วยการเติบโตของ Subscription อย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินใหม่ (Re-rated) และ P/E Ratio ถูกกดลงอย่างรุนแรง
การระเบิดของ Agentic AI ในปี 2026
อัตราการใช้งานจริงพุ่งสูงสุด
ในทางตรงกันข้าม กระแส Agentic AI (AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้เองโดยไม่ต้องคอยสั่ง) กำลังระเบิดในระดับองค์กร สำรวจโดย Mayfield Fund พบว่า 42% ขององค์กรใช้ AI Agents ในระบบจริง (Production) แล้ว และ 72% กำลังอยู่ระหว่างการใช้งานจริงหรือ Pilot ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีองค์กรในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยองค์กรขนาดใหญ่เป็นผู้นำ โดย 91% ใช้ AI Coding Tools ในระบบ Production แล้ว และ 54% มองโลกในแง่ดีอย่างมากต่อ AI Agents
ผลตอบแทนที่วัดได้ชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ Agentic AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็วคือ ROI ที่ชัดเจน รายงานระบุว่า 80% ของผู้ใช้วัดผลกระทบทางเศรษฐกิจได้แล้ว และ 88% คาดว่า ROI จะคงที่หรือเพิ่มขึ้นในปี 2026 โดยองค์กรที่ใช้ AI Agents ได้ผลตอบแทน 5-10 เท่า ของเงินลงทุน ตัวอย่างเช่น ลดต้นทุน Tier-1 Support ได้ 80%, เพิ่ม Productivity 20-30%, และเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้ 14% ในสายงานสุขภาพ AI Agents ลดเวลาการทำเอกสารได้ 42% และในภาคค้าปลีกเพิ่มกำไรได้ถึง 77 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ทิศทางตลาด: จาก Software เป็น AI Infrastructure
Gartner คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2026 40% ของ Enterprise Applications จะมี AI Agents ในตัว และในกรณีที่ดีที่สุด Agentic AI อาจสร้างรายได้ถึง 30% ของตลาด Enterprise Software หรือกว่า 450 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 การใช้จ่ายด้าน AI คาดว่าจะเติบโต 31.9% ต่อปีระหว่างปี 2025-2029 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากซอฟต์แวร์แบบเดิมไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI และบริษัทที่สามารถนำ AI Agents ไปใช้ลดต้นทุนได้จริง
โอกาส M&A สูงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการขายทิ้งหุ้นซอฟต์แวร์ครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิด M&A (Mergers & Acquisitions) ขนาดใหญ่ในปี 2026 เนื่องจาก Valuation ที่ต่ำลงทำให้บริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้าซื้อกิจการที่มีเทคโนโลยีดีในราคาถูกลง โดยเฉพาะบริษัทที่มีความสามารถในการผสาน AI Agents เข้ากับ Platform เดิม
เลือกแบบเจาะลึก (Selective)
นักวิเคราะห์ Gil Luria จาก D.A. Davidson เน้นว่านักลงทุนต้อง "Selective" มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงซอฟต์แวร์ที่มีโอกาสถูก AI ทดแทนได้ง่าย และหันไปเน้นบริษัทที่:
พัฒนา AI Infrastructure (เช่น Cloud Platform, GPU/CPU providers)
นำ AI Agents ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพได้จริง (เช่น Microsoft 365 Copilot, GitHub Copilot)
มี Moat ที่แข็งแกร่งจากข้อมูลและ Ecosystem ที่สะสมมานาน
ระวัง Valuation Trap
แม้หุ้นจะร่วงมาก แต่นักลงทุนต้องระวัง Valuation Trap โดยเฉพาะตัวที่ยังซื้อขายที่ P/E สูงกว่า 30 เท่า เช่น ServiceNow ที่แม้ร่วงแล้วยังซื้อขายที่ 33 เท่า ซึ่งในสภาวะที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจไม่ยอมจ่าย Premium สูงอีกต่อไป
ยุคของการคัดสรร
วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ภาวะขายทิ้งธรรมดา แต่เป็นการ Re-rating ครั้งใหญ่ ของทั้งอุตสาหกรรม ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic AI ที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยงาน แต่กลายเป็น "Agent" ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้เลย
การที่ตลาดมองซอฟต์แวร์ในแนวคิด "Guilty Until Proven Innocent" สะท้อนถึงความกังวลลึกซึ้งว่าโมเดลธุรกิจ Subscription แบบเดิมอาจไม่ยั่งยืนอีกต่อไป นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์จากการซื้อทั้งกลุ่ม (Sector Play) มาเป็นการเลือกเฉพาะบริษัทที่พิสูจน์ตัวเองได้ว่าสามารถเติบโตควบคู่กับ AI หรือแม้แต่ใช้ AI สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การเงิน
ธุรกิจ
การลงทุน
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย