เมื่อวาน เวลา 09:59 • ข่าวรอบโลก
หากมีคนอ้างว่าจะเป็นประชาธิปไตยได้ก็ต่อเมื่อพรรคของตนได้เป็นรัฐบาล และถ้าพรรคอื่นได้เป็นรัฐบาลคือไม่เป็นประชาธิปไตย แสดงว่าคนในประเทศที่ไปเลือกตั้งเหมือนๆกัน จะไม่ได้ประชาธิปไตยเท่าเทียมกันงั้นหรือ ?
คำถามนี้ถูกลบ
คำถามนี้ เหมือนเป็นคำถามย้อนศรโจมตีอำนาจนิยมซะเอง คำถามลักษณะนี้มักออกมาจากกลุ่มที่เป็นอนุรักษ์นิยมครับ และดูเหมือนจะเป็นคำถามเชิงตรรกะ แต่ในความเป็นจริงมันซ่อนสมมติฐานบางอย่างไว้ นั่นคือสมมติฐานที่โจมตีว่ามีคนอ้างว่า ประชาธิปไตยวัดกันที่ผลลัพธ์ว่าใครได้เป็นรัฐบาล มากกว่าวัดกันที่กระบวนการและกติกา
2
ถ้าเราอ่านคำถามนี้ดีๆ เราจะรู้ว่าผู้ถามยินดีในกติกาที่บิดเบี้ยว และกำลังบอกเป็นนัยยะสำคัญว่าพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและถูกกระบวนการทางกฎหมายยุบพรรคหรือทำให้ออกจากระบบการเมือง = เป็นตัวปัญหา
3
นี่แหละคือจุดที่คำถามนี้เริ่มเป็นตรรกะวิบัติ เพราะมันตั้งกรอบไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาธิปไตยไม่ได้ถูกนิยามจากใครชนะ แต่ถูกนิยามจากว่าทุกคนแข่งขันกันภายใต้กติกาที่เป็นธรรมจริงหรือไม่ และ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนหรือเปล่า
3
ถ้าเราอยากรู้ว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยมีจริง หรือเป็นแค่ภาพลวงตา สิ่งที่ควรถามไม่ใช่ว่า พรรคของใครได้เป็นรัฐบาล แต่ควรถามคำถามพื้นฐาน 4 ข้อดังนี้ครับ
1
1. รัฐประหารในประเทศไทยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และรัฐประหารถูกยอมรับว่าเป็นกลไกตามหลักประชาธิปไตยหรือเปล่า
คำตอบคือ รัฐประหารเกิดขึ้นจริง และในหลักสากลไม่มีประชาธิปไตยที่ยอมรับรัฐประหารได้ เพราะรัฐประหารคือการล้มล้างเจตจำนงของประชาชนโดยตรง หากประเทศใดยังใช้รัฐประหารเป็นทางออกทางการเมือง ประเทศนั้นย่อมไม่อาจเรียกตนเองว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างเต็มปาก
1
2. รัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจจริงหรือไม่ หรือถูกออกแบบมาเพื่อคุมผลการเลือกตั้ง
ถ้ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้อำนาจนอกระบบเข้ามาครอบงำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือทำให้เสียงประชาชนมีน้ำหนักไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น นั่นแปลว่า “สนามแข่งขัน” ไม่เป็นธรรม ต่อให้มีการเลือกตั้งกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
1
3. เสียงของประชาชนมีค่าเท่ากันจริงหรือไม่
หากมีวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่สามารถกำหนดนายกรัฐมนตรีหรือทิศทางประเทศได้ เท่ากับว่าเสียงของประชาชนบางกลุ่มถูกลดทอนความหมายลงตั้งแต่ยังไม่เริ่มนับคะแนน แบบนี้จะเรียกว่าประชาธิปไตยแบบเท่าเทียมได้อย่างไร
1
4. เมื่อประชาชนเลือกในแบบที่อำนาจเดิมไม่ชอบ ผลการเลือกตั้งถูกเคารพหรือถูกบิดเบือน
ถ้าทุกครั้งที่ประชาชนเลือกต่างจากที่ผู้มีอำนาจต้องการ จะมีการยุบพรรค ตัดสิทธิ หรือออกกติกาใหม่มาสกัดกั้น นั่นสะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ใช่ประชาชน “เลือกผิด” แต่เป็นเพราะระบบไม่ยอมรับเสียงของประชาชนตั้งแต่แรก
1
เมื่อพิจารณาทั้งสี่ข้อนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าคำถามพยายามเบี่ยงประเด็นจากโครงสร้างอำนาจ ไปเป็น ความรู้สึกของผู้แพ้ชนะ ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบอำนาจนิยมที่คุ้นเคยมากในสังคมไทย คือยอมรับประชาธิปไตยตราบใดที่ผลลัพธ์ยังอยู่ในกรอบที่ตนพอใจ แต่ปฏิเสธประชาธิปไตยทันทีเมื่อผลลัพธ์ไม่ถูกใจ
2
ดังนั้น คำถามที่ควรถามจริงๆ ไม่ใช่ทำไมพรรคอื่นได้เป็นรัฐบาลถึงไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่ควรถามว่า ทำไมประชาชนไทยถึงต้องอยู่ในระบบที่ไม่เคยยอมรับการตัดสินใจของพวกเขาอย่างแท้จริงเสียที
1
และตราบใดที่คำถามนี้ยังตอบไม่ได้ ประชาธิปไตยในประเทศไทยก็จะยังคงเป็นเพียงคำพูดสวยหรู มากกว่าจะเป็นความจริงที่จับต้องได้
2
โฆษณา