31 ม.ค. เวลา 11:20 • ไลฟ์สไตล์

ไม่รู้จัก #ในหลวง

ไม่อิน #พอเพียง
ผมเกิดในครอบครัวคนจีน ที่พ่อแม่เป็นแม่ค้าขายปลาทูนึ่งในตลาดสด มีน้องชายหนึ่งคน พ่อเสียตอนผมสี่ขวบยังจำความอะไรไม่ได้มาก แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาเลี้ยงผมกับน้อง ดีที่ผมมีแม่อา(น้องสาวพ่อ)ที่อ่านหนังสือไม่ออกแต่รักเราสองคนเหมือนลูก ผมจึงโตมาโดยมีแม่จริงส่งเสีย,แม่อาเลี้ยงดู
ผมโตมากับการที่วันหยุดต้องไปช่วยแม่เฝ้าแผงปลาทู ปิดเทอมต้องตื่นตีสามไปช่วยควักไส้ปลา ในช่วงวัยรุ่นหลายๆครั้งเพื่อนไปเที่ยวกันผมกับน้องชายต้องไปเฝ้าร้านในตลาดให้แม่
ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นแม่จริงต้องไปซื้อของตอนตีสองตีสามและอยู่ตลาดเกือบทั้งวัน แม่อาเอาแต่ห้ามไม่ให้ฟุ่มเฟือย ขอตังค์ซื้อของเล่นไม่เคยได้ ความทรงจำก็เลยเป็น แม่จริงดุมาก,แม่อาขี้งก แต่คำสอนของแม่ทั้งสองพูดเหมือนกันคือตั้งใจเรียนจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนพวเขา
นี่คือประวัติของคนเจนเอกซ์ที่เกิดปี2512 ที่ไม่รู้จักในหลวง และไม่อินพอเพียง เพราะตอนเด็กได้ดูข่าวราชสำนักเพราะรอดูการ์ตูนหลังข่าว ตอนวัยรุ่นก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับเรา
ถามว่าเคยเจอในหลวงไหมก็คงต้องบอกว่า เจอก็เหมือนไม่เจอ ตอนอายุไม่น่าเกินสิบขวบในความทรงจำเลือนลาง
แม่บอกว่า ในหลวงจะมาวัดใกล้บ้าน จับเราอาบน้ำแต่งตัวหล่อไปนั่งรอใครก็ไม่รู้ตั้งสองสามชั่วโมง เราก็ทั้งเบื่อทั้งเมื่อยอยากไปเล่นกับเพื่อน จำได้แต่ว่านั่งบนพื้นที่ปูลังกระดาษกับชาวบ้านมากมาย สองฝั่งทางเข้าวัดเว้นช่องตรงกลางว่างๆ เป็นทางเดิน แล้วช่วงท้ายๆการรอก็มีเสียงดังๆแต่จำไม่ได้ว่าชาวบ้านตะโกนว่าอะไร แล้วแม่ก็จูงมือผมกลับบ้าน จนวันนี้ผมถึงได้รู้ว่านั้นเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่ผมได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุดแต่ผมกลับจำอะไรไม่ได้เลย
ตั้งแต่เล็กจนวัยรุ่นผมแทบไม่ได้รู้จัก ในหลวง เพิ่มขึ้นเลย รู้แต่ว่าท่านเป็น กษัตริย์ที่ดีแต่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเพราะเห็นท่านอยู่แต่ต่างจังหวัด นั่งรอเมล์ผ่านสวนจิตรฯแม่ก็ชี้ให้ดูว่านี่บ้านในหลวงความจำมีแค่นั้น
ผมจึงเป็นคนนึงที่ในช่วงวัยรุ่นรู้จักพระองค์ท่านน้อยมากๆ
******************************************
กว่าจะรู้ก็เกือบสาย
กว่าจะอินก็เกือบตาย
เรียนจบก็เอาแต่มุ่งมั่นทำงานหาเงินสร้างฐานะ แต่ด้วยทำงานวงการทีวี จึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและร่วมทำรายการเฉลิมพระเกียรติบ่อยๆ ได้รู้จักพระองค์ท่านมากขึ้นแต่ก็ยังไม่อินรู้แต่ว่าท่านเก่งและมองการณ์ไกล
แต่ทำงานไปสิบกว่าปี เริ่มรู้สึกว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันไม่โอเค รู้สึกว่าเวลาความสุขมันสั้นลง รสชาติความสำเร็จมันจืดชืดลง เพราะ
😀ความสุข,ความดีใจจากซื้อรถคันที่สองมันอยู่สั้นกว่าตอนซื้อรถคันแรก บ้านที่เคยมีความสุขกลับต้องมานั่งทุกข์ว่าของที่มีไม่พอเก็บ
🎉ความสำเร็จ ตอนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการและที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ ยังไม่ภูมิใจเท่าตอนเลือกตำแหน่งเป็น supervisor ยิ่งตอนขาย project พันล้านผ่านยังไม่ตื่นเต้นเท่าปิดลูกค้าหลักแสนสมัยเริ่มงาน
เมื่อตั้งคำถามว่ามีทางเลือกอื่นไหมที่จะไม่ทำงานจนเกษียณ และใช้ชีวิตในต่างจังหวัดแทนกรุงเทพ โลกส่งคำตอบมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนึ่งไร่ได้เงินแสน ,ไผ่เงินล้าน, smart farmer , passive income
และผมได้ทำมาหมดแล้ว ไม่ว่าลาออกจากงาน ,หาซื้อที่ดิน ,ปลูกไผ่เตรียมรับเงินล้าน ,ฝันเป็น smart farmer ทั้งหมดเริ่มตอนปี 2552-4อายุสี่สิบกว่าๆ แต่ทำไมยิ่งทำยิ่งทุกข์ ,ยิ่งเดินทางยิ่งเหมือนหลงทาง ไร่เอกเขนก เอกเขนกแต่ชื่อ เจ้าของไร่ฯทั้งเหนื่อยทั้งทุกข์ ความกลัวมันประดังประเดเข้ามา จนแทบถอดใจว่าเราคนกรุงเทพคงเอาดีทางเกษตรไม่ได้
ในวันที่เกือบสิ้นหวังกลับเห็นภาพคนหนึ่งที่ใส่สูทมาทั้งพระชนม์แต่ทำไมจึงเปลี่ยนดอยเป็นร้อยดอยให้อุดมด้วยพืชผักเมืองหนาว แกล้งดินเปรี้ยวให้ปลูกต้นไม้ได้และอีกมากมายโครงการ แต่ไม่ค่อยเห็นคนใส่สูทคนนั้นจับจอบ จึงตั้งค่าถามว่าแล้วเขาทำได้อย่างไร คำตอบก็ผุดขึ้นมาว่าเขาไม่ได้มีจอบที่คมแต่ความคิดต่างหากที่คม
ตั้งแต่วันนั้นเราเปลี่ยนวิธีสร้างไร่ฯจากที่จะปลูกอะไรแล้วรวยเป็นศึกษาว่าคนใส่สูทเขามีวิธีคิดอย่างไร และจากวันนั้นไร่เอกเขนกจึงพบเส้นทางใหม่ และพบว่าอย่าเชื่อคำลวงของโลกที่ให้เราเอาทุกอย่างไปแลกกับเงิน แต่หลักคิดของเขาคนนั้นคือคำตอบที่แท้จริงว่า อาจไม่ต้องรวยขึ้นก็มีความสุขถ้าเรารู้จักพอ
ตั้งแต่ปี 2555ถึงปัจจุบันจากคนที่ไม่รู้จักในหลวง ไม่อินพอเพียง กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้คนใส่สูทเพราะเรา ผ่านเกือบทุกปัญหามาได้ก็เพราะเขา
วันนี้เราปลูกผักเพราะแนวคิดโครงการหลวง ไร่เอกเขนกเป็นโครงการราษฎร์ ที่พ่อแม่ผักมาปลูกด้วยคำว่า "พี่มาปลูกให้ดี แล้วผมจะขายให้"
ขายผักแบบจ่ายตามความพอใจรับผักก่อนค่อยจ่ายเงิน จากแนวคิด "ขาดทุนคือกำไร" ที่ได้น้ำใจของคนที่เข้าใจเราจากทั่วประเทศ
และฝันไกลว่าวันนึงไร่เอกเขนกจะได้ต้อนรับคนใส่สูทแต่ ในปี2559 ด้วยกฎไตรลักษณ์คนใส่สูทไม่สามารถรอเห็นวันที่ไร่เอกเขนกสำเร็จ
2560 จึงเปิดคาเฟ่หน้าไร่โดยมีวัตถุประสงค์คือเปิดพื้นที่เพื่อเล่าเรื่องพ่อในมุมมองของตัวเอง
และวันนี้ถึงอนาคตไร่เอกเขนกก็ยังยืนหยัดที่จะเล่าเรื่องคนใส่สูทในแผ่นดินที่อยากให้พ่อเห็น เพราะความเกี่ยวของท่านทำให้ไร่เอกเขนกมีเส้นทางเดินของตัวเองมาถึงวันนี้
เราขอบูชาท่านด้วยปฎิบัติบูชา ในพื้นที่ของเราไม่ไปวุ่นวายและสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และยังเชื่อมั่นในกษัตริย์ของไทยไปตราบชีวิตจะหาไม่
ผมไม่รู้ว่าใครจะเปลี่ยนสีหรือตาสว่างด้วยเหตุผลอะไร แต่สำหรับผมใครที่ด่า ในหลวง ร.เก้า ได้มันไม่ใช่คนที่ผมจะคบและผู้หลักผู้ใหญ่คนใกล้ตัวคนที่ด่า ในหลวงกลับไม่ห้ามปรามผมก็ขอไม่ยุ่ง
จะว่าผมเป็นคนไม่มีเหตุผลไม่แยกแยะผม
ขอเป็นคนไม่มีเหตุผลดีกว่าคนไม่รู้จักบุญคุณ
ขอเป็นคนหัวล้าสมัยไม่แต่ไม่ยอมอกตัญญู
การเขียนครั้งนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ จะโหนกระแสจะหิวแสง แต่เพียงแสดงเจตนารมณ์ของตัวเองและไม่ขอเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดๆ
ขอทำหน้าที่ลูกที่จะเอาคำสอนพ่อมาสร้างพื้นที่ของตัวเอง # ไร่เอกเขนก ให้เป็นแผ่นดินที่"พ่อ"อยากเห็นที่สุด แผ่นดินที่คนไม่เอาเปรียบกันทุกคนเป็นพี่เป็นน้องครอบครัวเดียวกัน นั่นคือแผ่นดินไทยที่พ่ออยากเห็น
และเชื่อว่าปากกาลูกไทยไม่ว่าสีไหนหากมีความกตัญญูกตเวที ก็เขียนเลขเก้าได้งดงามไม่ต่างกัน
จากคนที่เคย
ไม่รู้จัก #ในหลวง
ไม่อิน #พอเพียง
เอก ไร่เอกเขนก
โฆษณา