เมื่อวาน เวลา 12:09 • การศึกษา

จากการอ่านเพื่อรู้ ไปสู่การอ่านเพื่อหาที่ทางของงาน

จุดเปลี่ยนของเราคือการเริ่มเปลี่ยนวิธีตั้งคำถามกับงานที่อ่าน จากเดิมที่ถามแค่ว่า “เขาศึกษาอะไร” เราเริ่มถามว่า “งานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับงานของเราอย่างไร”
ลองนึกภาพตัวอย่างง่าย ๆ สมมติเราสนใจทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมการออมเงินของคนวัยทำงาน ถ้าอ่านแบบเดิม เราจะสรุปได้ว่า มีงานที่ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล งานที่พูดถึงแรงจูงใจ และงานที่กล่าวถึงวินัยทางการเงิน จากนั้นเราก็มักรู้สึกว่า เรื่องนี้มีคนทำไปเยอะแล้ว
แต่เมื่อเปลี่ยนมุมมองจากการอ่านเพื่อรู้ มาเป็นการอ่านเพื่อดูว่า “ยังขาดอะไรอยู่” ภาพจะเริ่มต่างออกไป เราจะเริ่มเห็นว่างานส่วนใหญ่มักศึกษาในกลุ่มพนักงานบริษัทที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอน แต่แทบไม่มีใครพูดถึงกลุ่มอาชีพอิสระที่รายได้ไม่สม่ำเสมอเลย
ตรงนี้เองที่งานของเรามีที่ยืน งานของเราไม่ได้เป็นการทำซ้ำ แต่เป็นการเข้าไปเติมช่องว่างที่ยังไม่ค่อยมีใครโฟกัสอย่างจริงจัง
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่อ่านงานวิจัย เราจะถามตัวเองเสมอว่า งานชิ้นนี้ช่วยงานของเราตรงไหน ช่วยยืนยันปัญหาหรือไม่ ช่วยเลือกแนวคิดหรือกรอบมองปัญหาหรือเปล่า ช่วยให้เห็นช่องว่างชัดขึ้นไหม หรือช่วยให้ตัดสินใจเรื่องวิธีการวิจัยได้ดีขึ้น
ถ้าอ่านจบแล้วยังตอบไม่ได้ว่างานนั้นช่วยอะไร เราจะไม่ฝืนเอามาใส่ เก็บไว้ก่อน แล้วไปหางานที่เชื่อมโยงกับทิศทางของเรามากกว่า
สุดท้ายแล้ว Literature Review ที่ดีสำหรับเรา ไม่ใช่การอ่านให้เยอะที่สุด แต่คือการอ่านให้เห็นว่า งานของเราควรยืนอยู่ตรงไหน เมื่อจุดยืนชัด การเขียนโครงร่างจะง่ายขึ้น และการทำวิจัยจะไม่ใช่การหลงทางอยู่ในกองเอกสารอีกต่อไปค่ะ
#วิจัย
#LiteratureReview
#ทิศทางงานวิจัย
#ResearchGap
#Blockdit
โฆษณา