1 ก.พ. เวลา 16:57 • ข่าว

“สัญญาณเตือนจากสามเหลี่ยมทองคำ” : เมื่อมลพิษข้ามแดนและภัยพิบัติแม่สาย

กลายเป็นเดิมพันใหญ่ในดีเบต 2569
ในค่ำคืนที่พระจันทร์เหนือลำน้ำโขงสวยงามจนน่าประทับใจ แต่เบื้องหลังกลับซ่อนภัยเงียบที่กัดกินชีวิตคนไทยมานานหลายปี เวทีดีเบตช่อง 3 ที่เชียงแสนจึงไม่ใช่แค่การหาเสียง แต่คือการ "ทวงคำสัญญา" ของคนชายแดนครับ
1. สารพิษข้ามพรมแดน: เมื่อร่างกายคนไทยคือจุดรับกรรม เสียงสะท้อนจากชาวบ้านเรื่องน้ำขุ่นและปลาที่จับได้แต่คนไม่กล้ากิน คือความจริงที่เจ็บปวด 4 พรรคการเมืองจึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาประชันกัน พรรคภูมิใจไทยเสนอ "กฎหมายความรับผิดข้ามพรมแดน" ขณะที่พรรคประชาชนเสนอระบบ "ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)" ในห่วงโซ่อุปทานแร่และสินค้าเกษตร ส่วนพรรคพลวัตและกล้าธรรมเน้นการทูตเชิงรุกและการตั้งศูนย์บัญชาการลุ่มน้ำโขง
2. ฝุ่น PM2.5: จากภาพสวยสู่ตัวเลขที่มองไม่เห็น โจทย์เรื่องการเผาในพื้นที่เกษตรเพื่อนบ้านถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อน การถกเถียงเรื่องการ "แบนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" จากพื้นที่เผา กลายเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐจะกล้าแตกหักกับกลุ่มทุนเกษตรยักษ์ใหญ่เพื่อลมหายใจของประชาชนหรือไม่
3. ภัยพิบัติแม่สาย: ความทรงจำที่ยังไม่จาง บทเรียนน้ำท่วมและโคลนถล่มปี 67 นำไปสู่ข้อเสนอการปฏิรูปกฎหมายให้ท้องถิ่น "เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย" ได้โดยไม่ผิดระเบียบงบประมาณ รวมถึงการใช้ระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ที่คนต้อง "เชื่อใจ"
สรุปมุมมองนักการตลาด: ปัญหามลพิษข้ามแดนคือ "วิกฤตศรัทธา" ครั้งใหญ่ที่สุดของคนเหนือครับ นโยบายที่ชนะใจคนเชียงรายในรอบนี้จะไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่คือนโยบายที่แสดงให้เห็นถึง "ความโปร่งใส" และ "ความกล้า" ในการต่อรองกับมหาอำนาจและทุนเทา เพื่อแลกกับคุณภาพน้ำและอากาศที่สะอาดกลับคืนมา
โฆษณา