3 ก.พ. เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เมื่อระเบียบโลกใหม่ มีราคาที่ต้องจ่าย บทสรุป การพุ่งขึ้นของ Bond Yield ทั่วโลก

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น อายุ 40 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.00% ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล
อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ และเกาหลีใต้ ก็ปรับตัวขึ้นไปในทางเดียวกัน
ซึ่งเป็นผลจากการเทขาย “พันธบัตรรัฐบาล” ในตลาดโลก
แต่การเทขายพันธบัตรครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งความตึงเครียดจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
พันธบัตรรัฐบาล ที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุด ทำไมกลับถูกขายทิ้ง ?
1
โลกกำลังเกิดอะไรขึ้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เงินดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรสหรัฐฯ และทองคำ เคยมีมูลค่าที่สูงขึ้นพร้อมกัน ในเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยง
2
มูลค่าที่สูงขึ้น เกิดขึ้นจากแรงซื้อในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของนักลงทุน
ทว่าสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังถดถอยลง
เพราะกระแสเงินทุนในตลาดพันธบัตร มักหมุนไปตามความน่าเชื่อถือของพันธบัตรนั้น
ยิ่งประเทศไหนมีความน่าเชื่อถือสูง มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พันธบัตรของประเทศนั้น จะยิ่งเป็นที่ต้องการ ส่งผลให้ราคาและสภาพคล่องสูงตาม
ราคาพันธบัตรที่สูง จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ลดลง ซึ่งหมายถึงต้นทุนในการก่อหนี้ใหม่ที่ต่ำ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาล ต้องรักษาความน่าเชื่อถือต่อไป
แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้สนใจการสร้างความน่าเชื่อถือแบบเดิม
เริ่มจากนโยบายภาษีการค้าที่ผันผวน คาดเดาไม่ได้ ที่เข้ามาเขย่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
1
ต่อมาคือ การกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” ให้เร่งลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณเลือกประธานเฟดคนใหม่ ที่มีแนวคิดสอดคล้องกับรัฐบาล
เป้าหมายสำคัญคือ การกดต้นทุนดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ให้ต่ำลง
เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ​ ยังไม่มีทีท่าว่า จะลดหนี้สาธารณะอย่างที่เคยบอกไว้
อีกทั้งทรัมป์ยังวางแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมขึ้น 50% สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2027 เพื่อสร้างกองทัพในฝัน
2
การเร่งลดอัตราดอกเบี้ย และการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงขึ้น แม้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะสั้น
แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลในเงินเฟ้อระยะยาว และคำถามต่อวินัยการคลังของสหรัฐฯ
เมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงต้องเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงกว่าเดิม
ผ่านการเทขายพันธบัตร กดให้ราคาลดลง จนกว่าอัตราผลตอบแทน หรือบอนด์ยีลด์ (Bond Yield) จะสูงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการคลังที่เปลี่ยนไป
1
แม้รัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธการสร้างความน่าเชื่อถือแบบเดิม แต่หันมาเน้นสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ภายใต้แนวทาง America First
ทั้งการฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศ การเพิ่มความเข้มแข็งด้านกลาโหม และการเข้าไปมีบทบาทในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อย้ำภาพผู้คุมเกมที่แท้จริง
เพราะหากรักษาสถานะมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก ก็อาจเพียงพอแล้วให้สินทรัพย์สหรัฐฯ อย่าง เงินดอลลาร์สหรัฐ หุ้น หรือพันธบัตร ยังคงเป็นที่ต้องการของทุกคนต่อไป
แต่แนวทางของทรัมป์ กำลังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ​ และ “สหภาพยุโรป” ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรการภาษีการค้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ การโจมตีเรื่องความร่วมมือนาโต รวมถึงความต้องการครอบครองพื้นที่กรีนแลนด์
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่าสหรัฐฯ พร้อมใช้อำนาจมากขึ้น เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้แต่กับพันธมิตรที่ยาวนานของตน..
เศรษฐกิจสหภาพยุโรป ที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกซ้ำด้วยแรงกดดันจากสหรัฐฯ ก็ต้องหาวิธีเร่งเครื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อรับประกันความมั่นคงของประเทศตน
ผลักดันให้หลายประเทศในยุโรป ต้องอัดฉีดงบประมาณที่สูงขึ้น ตัวอย่างที่สำคัญมาก คือ เยอรมนี
ก่อนหน้านี้ เยอรมนีเข้มงวดกับวินัยการคลังของตนมาก
โดยมีกฎเบรกหนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดการขาดดุลต่อ GDP ให้ไม่เกิน 0.35%
แต่ในโลกใบใหม่ ที่สหรัฐฯ ไม่รับประกันความมั่นคงแบบเดิมอีกต่อไป เยอรมนีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งภายในของตนเอง
1
รัฐบาลเยอรมนี จึงได้ปรับให้มีข้อยกเว้นในกฎการคลัง เพื่อให้สามารถกู้เงินได้มากขึ้น สำหรับการใช้จ่ายที่สำคัญ เช่น การเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
แม้สุขภาพการคลังของเยอรมนียังแข็งแรง แต่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงปริมาณพันธบัตรที่จะออกมา
นักลงทุนจึงเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้น ไม่ต่างอะไรจากพันธบัตรสหรัฐฯ
ทำให้บอนด์ยีลด์เยอรมนีดีดตัวขึ้น ซึ่งลากบอนด์ยีลด์ของประเทศทั่วยุโรปปรับตัวขึ้นตามไปด้วย..
ในขณะที่โลกกำลังโกลาหล ญี่ปุ่นที่เคยเป็นประเทศแห่งเสถียรภาพ ก็กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
เพราะญี่ปุ่น คือประเทศที่กำลังเปลี่ยนทั้งเกมการคลังและการเงินไปพร้อมกัน
1
โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เลิกใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายสุดขั้ว ตั้งแต่ต้นปี 2024
และทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนมาอยู่ที่ระดับ 0.75% สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี หรือตั้งแต่ปี 1995
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น คือเชื้อเพลิงสำคัญ ที่ดันให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น
นอกจากนั้น หลังซานาเอะ ทาคาอิจิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการอัดฉีดงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และวางแผนในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม
หลังจากที่ผ่านมา ญี่ปุ่นใช้เงินด้านกลาโหมน้อยมาก หรือไม่เกิน 1% ของ GDP
ซึ่งเหตุผลเบื้องหลังในการขยับตัวของญี่ปุ่น ก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ที่เริ่มต้องสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเอง หลังสหรัฐฯ อาจไม่ได้เป็นที่พึ่งเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว..
และท่ามกลางศึกเลือกตั้งญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึง ทาคาอิจิ ก็ได้เสนอนโยบายหาเสียง ที่จะยกเลิกภาษีอากรอาหารและเครื่องดื่มชั่วคราว
แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่า นโยบายนี้ จะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ปีละ 5 ล้านล้านเยน (เกือบ 1 ล้านล้านบาท)
ซึ่งญี่ปุ่นเอง เป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงมากอยู่แล้ว แนวโน้มการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับจะลดลง ในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยกำลังมีทิศทางขาขึ้น
ทำให้ตลาดเพิ่มความกังวลถึงเสถียรภาพและวินัยการคลังของญี่ปุ่น ไม่ต่างจากสหรัฐฯ หรือเยอรมนี
ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเชื้อเพลิง ที่ดันให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน..
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ รายสำคัญ
ทำให้เมื่อใดก็ตาม ที่บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นแรง เงินทุนญี่ปุ่นที่เคยแทรกซึมอยู่ทั่วโลก จะเกิดกระแสไหลกลับมาที่ญี่ปุ่น ซึ่งนี่กลายเป็นจุดเสี่ยง ที่พร้อมซ้ำเติมให้ แรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกรุนแรงขึ้น..
ความพยายามเสริมความแข็งแกร่งของหลายประเทศ กำลังก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ จากโลกที่เคยแสวงหาการเติบโตร่วมกัน วันนี้กำลังก้าวสู่ยุคทางใครทางมัน
1
เมื่อชาติมหาอำนาจพร้อมใจสร้างป้อมปราการของตัวเอง
โดยมี “หนี้” เป็นอิฐก้อนหลัก
ทำให้มีพันธบัตรจำนวนมหาศาลที่กำลังจะออกมา เพื่อถมงบประมาณที่เตรียมขยายตัว ความเสี่ยงของพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก จึงเพิ่มขึ้นไปพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งในโลกที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด พันธบัตร จึงอาจไม่ได้มีระดับความปลอดภัยสูง เท่ากับที่ผ่านมา
บอนด์ยีลด์ หรือต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ได้เป็นหนึ่งในราคาที่ต้องจ่าย สำหรับระเบียบโลกใหม่ ที่กำลังถูกเขียนขึ้น..
—------------------
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรม ข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ได้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
-Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน กองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
โฆษณา