Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธ กฤตยา
•
ติดตาม
2 ก.พ. เวลา 13:13 • ไลฟ์สไตล์
เมื่อวานนี้ฉันตัดสินใจ "ลาออก" ค่ะ
ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่มีการส่งมอบงาน และไม่มีแม้แต่คำบอกลาตามมารยาท
ฉันแค่เช็ดมีดตัดเค้กวางลงบนเคาน์เตอร์ หยิบเสื้อโค้ท แล้วเดินออกจากบ้านลูกสาวมาเงียบ ๆ
เจ้านายของฉันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ คลาร่า ลูกสาวแท้ ๆ ของฉันเอง
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ฉันหลงเชื่อมาตลอดว่า ค่าตอบแทนของงานนี้คือความรักและการเป็นที่ต้องการ
จนกระทั่งเมื่อวาน ฉันเพิ่งได้รู้ซึ้งว่า ในระบบเศรษฐกิจของครอบครัวเรา การเสียสละตลอด 7 ปีนั้น มีค่าน้อยกว่าอุปกรณ์ไอทีเพียงเครื่องเดียว
.
.
ฉันชื่ออีฟลิน อายุ 66 ปี เป็นครูเกษียณที่ใช้ชีวิตด้วยเงินบำนาญในมิชิแกน
คนนอกอาจมองว่าฉันกำลังเสวยสุขในวัยเกษียณ แต่ในบ้านหลังนี้ ฉันคือแรงงานฟรีที่ควบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่แม่ครัว คนใช้ คนขับรถ ติวเตอร์ ไปจนถึงหน่วยกู้ภัยของหลานชายสองคน ลีโอวัย 10 ขวบ และแซมวัย 7 ขวบ
ใคร ๆ ชอบเรียกสิ่งนี้อย่างสวยหรูว่า "พลังของครอบครัว" แต่ความจริงมันคือผู้หญิงแก่ ๆ เหนื่อยล้าคนหนึ่ง ซึ่งพยุงตัวเองไว้ด้วยความเคยชิน หน้าที่ และยาแก้ปวด
ตอนลีโอเกิด คลาร่ากับเกร็ก สามีของเธอกำลังสร้างตัว พวกเขามาอ้อนวอนขอให้ฉันช่วย
"เราไว้ใจคนอื่นไม่ได้จริง ๆ ค่ะแม่" คลาร่าพูดเสียงสั่น
"มีแค่แม่คนเดียวที่พวกเราต้องการ"
ฉันจึงก้าวเข้ามาเป็นเสาค้ำ ไม่ให้ชีวิตที่แสนวุ่นวายของพวกเขาพังครืนลงมา
กิจวัตรของฉันเริ่มตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ขับรถไปบ้านลูก เตรียมมื้อเช้าแบบที่เจ้าแซมจะยอมกิน จัดการเรื่องโรงเรียน รับมืออารมณ์เด็ก ๆ พอพวกเขาไปทำงาน ฉันก็ขัดบ้าน ซักผ้า ซื้อของ จัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง
ฉันคือตัวแทนของกฎระเบียบ การบ้าน และผักใบเขียว เป็นคุณยายที่หลานมองว่า "น่าเบื่อ" เพราะต้องคอยสั่ง คอยสอน คอยห้าม
ในขณะที่เบียทริซ แม่ของเกร็กนั้นต่างออกไป เธออยู่คอนโดหรูที่อาริโซน่า เป็นคุณยายสายแกลม ที่โผล่มาปีละไม่กี่ครั้ง ไม่เคยต้องเช็ดอ้วกเด็กตอนเที่ยงคืน ไม่เคยปวดหัวกับโจทย์เลข
.
.
จุดแตกหักเกิดขึ้นในวันเกิดของลีโอ
ฉันใช้เวลาถึง 4 เดือน ค่อย ๆ ถักผ้าห่มขนสัตว์อย่างประณีต เพราะรู้ว่าหลานมักนอนไม่หลับจากความวิตกกังวล
ฉันเลือกสีที่ดูแล้วสบายตาที่สุด หวังให้มันเป็นเหมือนอ้อมกอด ที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย แถมยังอบเค้กวานิลลาสามชั้นด้วยตัวเอง ทั้งที่มือก็เริ่มปวดรุม ๆ ตามประสาคนแก่
ฉันไปถึงแต่เช้าเพื่อเคลียร์บ้านเตรียมงานปาร์ตี้ พอตกบ่าย เบียทริซก็เดินเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำหอมฟุ้ง
หลาน ๆ วิ่งเข้าหาเธอทันที เธอไม่ได้เตรียมการอะไรมาล่วงหน้า แค่ยื่นถุงจากร้านไอทีให้
"ยายไม่รู้ว่าหลานชอบอะไร" เธอหัวเราะ
"ก็เลยสอยแท็บเล็ตรุ่นท็อปมาให้ วันนี้ไม่มีกฎนะจ๊ะ อยู่กับยาย ต้องได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ"
เด็ก ๆ ดีใจจนเนื้อเต้น หน้าจอแท็บเล็ตสว่างวาบสะท้อนบนใบหน้า
"แม่ใจดีจังเลย ตามใจหลานเก่งจริง ๆ" เกร็กพูด พลางรินไวน์ที่ฉันเป็นคนซื้อ
"หน้าที่ของยายก็แบบนี้แหละจ้ะ" เบียทริซตอบ
"มาเพื่อมอบความสุข เรื่องยาก ๆ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่นไป"
ฉันยืนจุก พูดไม่ออก ของขวัญทำมือในมือฉันกลายเป็นส่วนเกิน ลีโอแทบไม่ชายตามอง
"ไม่ใช่ตอนนี้ยายอีวี่ มันน่าเบื่อ อันนี้เจ๋งกว่าเยอะ ทำไมยายชอบให้แต่เสื้อผ้าล่ะ?"
ฉันมองไปที่คลาร่า หวังว่าเธอจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอกลับหัวเราะแก้เก้อ
"โถ่แม่ อย่าเก็บไปคิดมากเลย เบียทริซเขาเป็นคุณยายสายสปอยล์ ส่วนแม่ก็เป็นคุณยายสายสนับสนุน หน้าที่มันคนละแบบกัน อย่าทำให้เสียบรรยากาศเลยนะแม่"
"คุณยายสายสนับสนุน" หรือจะเรียกให้ถูกคือ "ของตาย" ที่มีไว้ใช้งาน เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน
บางอย่างในใจฉันขาดสะบั้นลงทันที ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงความรู้สึกเย็นเยียบ
ฉันพับผ้าห่ม วางลง ถอดผ้ากันเปื้อนพาดเก้าอี้
"คลาร่า" ฉันเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"คะแม่? ฝากตัดเค้กด้วยนะ"
"ไม่" ฉันบอกลูกสาว
"แม่พอแล้ว"
ฉันไม่ยอมเป็นรากฐานที่ล่องหน คอยแบกทุกอย่างไว้ ในขณะที่คนอื่นได้หน้า เพียงเพราะโผล่มาพร้อมของเล่นแพง ๆ
"ถ้าแม่มีค่าแค่นี้ งานของแม่ก็จบตรงนี้"
เบียทริซทำเสียงขึ้นจมูก
"อีวี่ เธอจะดราม่าไปทำไมเนี่ย ร้อนเหรอ หรือว่าเป็นเพราะวัยทอง?"
ฉันหันไปสบตาเธอตรง ๆ
"ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายสร้างความสนุก ฉันเชื่อว่าคุณคงรับมือกับอารมณ์เด็กหลังของหวานได้ไม่ยาก และในเมื่อคุณคือครอบครัว งานซักผ้ากองนั้น ฝากด้วยนะคะ"
เบียทริซชะงัก
"ฉันทำไม่ได้หรอก ไหล่ฉันไม่ค่อยดี…"
"ฉันก็ทำต่อไปไม่ได้เหมือนกัน ถ้าไม่ได้รับความเคารพ ลองไปซักผ้าดูค่ะ เผื่อจะเข้าใจว่างานบ้านมันหนักแค่ไหน" ฉันสวนกลับ
ฉันเดินออกมาทันที คลาร่าวิ่งตามมาด้วยความลนลาน
"แล้วพรุ่งนี้ใครจะไปส่งลูก หนูมีประชุมนะแม่ แม่จะทิ้งไปดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้"
"แม่ก็ไม่รู้สิ"
"บางทีคุณยายสายสปอยล์อาจจะช่วยลูกได้ หรือไม่... ลูกก็คงต้องหัดจ่ายเงินจ้างแรงงานที่เคยได้มาฟรี ๆ เสียที"
.
.
ตั้งแต่นั้นมา โทรศัพท์ฉันไม่เคยเงียบ ทั้งคำต่อว่า คำขอโทษ และการทวงบุญคุณ แต่ฉันเมินมันทั้งหมด
เช้านี้ฉันตื่นสาย นั่งจิบชาบนชานบ้านท่ามกลางความเงียบ ไม่มีใครสั่ง ไม่มีตารางงาน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ "เวลา" เป็นของฉันจริง ๆ
ฉันเพิ่งเข้าใจว่า ความรักมักถูกเนียนใช้เป็นภาระหน้าที่ได้ง่ายแค่ไหน และครอบครัวก็สามารถเปลี่ยนความทุ่มเท ให้กลายเป็น "ความเคยชิน" จนลืมให้เกียรติกัน
ฉันยังรักหลาน ๆ สุดหัวใจ และยังพร้อมปกป้องพวกเขาเสมอ แต่ฉันขอปฏิเสธที่จะถูกลดค่าให้เป็นแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
ถ้าพวกเขาต้องการใครสักคนที่คอยประคับประคองทุกอย่างไว้ พวกเขาต้องหัดมองเห็นหัวใจเธอ และเคารพเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
ส่วนตอนนี้...
ฉันว่าจะไปลองเล่นพิกเกิลบอลดูหน่อย เห็นเขาว่าพวก "คนสายแกลม" เขาทำกันนี่นา
::
ที่มา - เรื่องเล่าจากชาวเน็ต เรื่องราวและตัวละครเป็นเรื่องสมมุติ บอกเล่าเพื่อสะท้อนสังคม
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย