เมื่อวาน เวลา 03:53 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ข่าว ก.ล.ต. ประจำวันที่ 2 ก.พ. 2569

(1)
ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป
เพื่อสนับสนุนให้ บจ. ยกระดับด้านธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในเดือนมีนาคม 2569
คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG โดยเพิ่มหุ้นของ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และต้องได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้
เพื่อสนับสนุนการยกระดับธรรมาภิบาลของ บจ. ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์และประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับในเดือนมีนาคม 2569
กองทุนรวม Thai ESG นับเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 กองทุนรวม Thai ESG (รวม Thai ESGX) มีจำนวน 77 กองทุน ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ประมาณ 103,146 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 249 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567
หลักทรัพย์ที่กองทุนรวม Thai ESG สามารถลงทุนได้ในปัจจุบัน ประกอบด้วย หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) หรือที่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผ่านการทวนสอบ หรือที่มีธรรมาภิบาลดีเลิศและเปิดเผยแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (corporate value up plan)
รวมทั้งตราสารหนี้และโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนกลุ่มความยั่งยืน ตลอดจนหน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG
ทั้งนี้ โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ บจ. จัดทำและดำเนินการตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัท ซึ่งรวมถึงแผนเพื่อยกระดับด้านธรรมภิบาล ตลอดจนสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของ บจ. และเพิ่มความน่าสนใจต่อผู้ลงทุนในระยะยาว โดยเปิดรับสมัคร บจ. และกำหนดให้ส่งแผน JUMP+ ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
(2)
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจ “จัดทำและส่งรายงานสถานะพอร์ตการลงทุน” แก่ลูกค้า เพื่อเสริมศักยภาพการวางแผนทางการเงินระยะยาว
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำและเปิดเผยหรือส่งรายงานสถานะพอร์ตการลงทุนของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าทราบสถานะการลงทุนของตนได้อย่างครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ช่วยให้ติดตามผลการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และวางแผนทางการเงินระยะยาวได้ ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีข้อมูลสถานะพอร์ตการลงทุนของลูกค้า* จัดทำและเปิดเผยหรือส่งรายงานสถานะพอร์ตการลงทุนให้แก่ลูกค้า ดังนี้
(1) จัดทำข้อมูลพอร์ตการลงทุนในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้อัตโนมัติ (machine – readable format) ไว้ที่บริษัท
(2) ข้อมูลในรายงานประกอบด้วยข้อมูลขั้นต่ำ เช่น รายการและจำนวนของหลักทรัพย์หรือของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงทรัพย์สินอื่นที่ลูกค้าลงทุนคงเหลือ ต้นทุนเฉลี่ย กำไรหรือขาดทุน
(3) แสดงข้อมูลสถานะพอร์ตการลงทุนที่เป็นปัจจุบันให้ลูกค้าเข้าดูได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น mobile application เว็บไซต์ data wallet หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด โดยหากไม่สามารถดำเนินการตามช่องทางดังกล่าวได้ ให้จัดส่งข้อมูลสถานะพอร์ตการลงทุน ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนผ่านช่องทางที่ตกลงกับลูกค้า เช่น อีเมลหรือทางไปรษณีย์ภายในวันทำการที่ 5 ของเดือนถัดไป เว้นแต่ในกรณีที่ลูกค้าไม่มีธุรกรรมในเดือนนั้น
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
หมายเหตุ
* แต่ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (unit link)
(3)
ก.ล.ต. แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ PPS262A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ PPS262A ใช้สิทธิใน การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ศึกษาข้อมูล ซักถามผู้ออกหุ้นกู้หรือผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงมติ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
ตามที่บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ PPS262A ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 มีจำนวนผู้ถือหุ้นกู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามข้อกำหนดสิทธิ จึงได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่นดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. ด้วยวิธีการจัดประชุมแบบผสมผสาน (Hybrid meeting)
ซึ่งผู้ถือหุ้นกู้สามารถเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-meeting) หรือเข้าร่วมประชุมที่สถานที่จริง (Physical meeting) ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคาร 103 ซอยพระรามเก้า 60 (ซอย 7 เสรี 7) ถนนพระรามเก้า แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยมีเรื่องเพื่อพิจารณาอนุมัติ ดังนี้
(1) ขยายระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไปอีก 2 ปี เป็นครบกำหนดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2571
(2) ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ร้อยละ 0.25 ต่อปี จากเดิม ร้อยละ 7.50 ต่อปี เป็น ร้อยละ 7.75 ต่อปี ในช่วงระยะเวลาที่ได้ขยายอายุออกไป
(3) ขอให้ผู้ออกหุ้นกู้สามารถใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งหมดหรือบางส่วน และไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราวในวันใด ๆ ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ได้ ในช่วงระยะเวลาที่ได้ขอขยายอายุออกไป จากเดิม ผู้ออกหุ้นกู้สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้เฉพาะวันกำหนดชำระดอกเบี้ยของหุ้นกู้
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้กำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบที่ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับจากการมีมติอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ ให้ชัดเจนในแต่ละทางเลือก พร้อมเหตุผลประกอบโดยมีความเห็นของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ประกอบด้วย ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในการรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนประกอบการตัดสินใจออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ด้วย
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ PPS262A ครบกำหนดชำระวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569
โฆษณา