3 ก.พ. เวลา 11:44 • ข่าว

ขายเหล้าช่วงบ่าย ยังไม่มีผลกระทบ รอครบ 180 วันปรับมาตรการ

จ่อขายน้ำเมา 24 ชม. เมืองการบินอู่ตะเภา แต่ขอประเมินก่อน
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลาระหว่าง 14.00 – 17.00 น. ซึ่งจากฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่า
ภาพรวมอัตราดื่มแล้วขับลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และสถานการณ์ดื่มขับภายหลังการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวลาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 – 31 ม.ค. 2569 พบว่า ค่าเฉลี่ยอัตราการดื่มขับรายชั่วโมง ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังไม่พบอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้น
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข
“ข้อมูลที่ได้เป็นการลดลงทั้งเส้นกราฟที่เก็บในช่วงระยะเวลาหลาย 10 วัน และยังไม่เห็นการกระตุกขึ้นของเส้นกราฟขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นข้อมูลประมวลผลเบื้องต้น เมื่อเก็บข้อมูลศึกษาครบ 180 วันก็ต้องมาพิจารณาว่า มาตรการนี้ควรดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร หรือจะยกเลิกแล้วกลับไปห้ามขายแบบเดิม” นายพัฒนา กล่าว
ถามว่าจากการประเมินเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.จนถึงปัจจุบัน และช่วงปีใหม่ มีทิศทางว่าจะยกเลิกการขยายเวลาขายหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอการประเมินจนครบกำหนดเวลาก่อน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการออกแนวทางห้ามขายเหล้าให้คนเมา นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้มีการจัดทำแนวทางประเมินอาการมึนเมาออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และกำลังจัดทำออกเป็นร่างประกาศกรมควบคุมโรค ภายใต้พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค
คาดว่าประกาศจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมี.ค.นี้ ก่อนช่วงสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม หลักการของกฎหมายคือ ต้องห้ามขายเด็กต่ำกว่าอายุ 20 ปี และห้ามขายให้แก่คนเมา ดังนั้น แนวทางดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติได้
นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ร่างประกาศดังกล่าว จะเป็นแนวทางวิธีการพิสูจน์ความเมาก่อนจะจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเด็นคือ หากเกิดเหตุขึ้นมาก็จะมีการย้อนข้อมูลว่า ซื้อจากร้านใด แต่หากผู้จำหน่ายพิสูจน์ได้ว่า ตอนขายไม่มีอาการเมา ยังปกติก็จะไม่มีโทษ
นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค
ประกาศดังกล่าวจะเป็นแนวทางในการพิจารณาว่า เมาหรือไม่ ซึ่งจะเหมือนเกณฑ์การห้ามขับรถ คือ หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคออกเป็นแนวทาง ซึ่งยังไม่ใช่กฎหมาย จึงได้มีการเปิดรับความคิดเห็นและได้ผ่านขั้นตอนนั้นไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำเป็นประกาศ
แนวทางดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยผู้ประกอบการ ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ เนื่องจากในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุว่าห้ามขายเหล้าให้แก่คนเมา แต่หากไปพบภายหลังว่า คนเมาไปก่อเหตุภายหลังก็จะมีการติดตามว่า ซื้อจากร้านไหน และร้านมีการประเมินหรือไม่
นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ถ้ามีการประเมินแล้วก็จะมีหลักฐาน ซึ่งจริงๆมีข้อเสนอให้ติดกล้อง CCTV แต่ร้านกว่า 6 แสนร้านจะสามารถติดได้หรือไม่ เพราะมีร้านค้ารายย่อย ร้านในชุมชนอีก ดังนั้น การมีแนวทางประเมินอาการมึนเมาก็จะช่วยได้
นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขตส่งเสริมเมืองการบิน ภาคตะวันออก (อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นข้อเสนอจากสำนักงาน EEC ให้พิจารณาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในเขตพื้นที่โซน Airport City และพื้นที่โดยรอบสนามบิน
เนื่องจากมองว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกส่งเสริมให้เป็น พื้นที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน มีการลงทุนและกิจกรรมตลอดทั้งวันทั้งคืนคล้ายกับรูปแบบของสนามบินนานาชาติ
ทั้งนี้ ในหลักการแล้วคณะกรรมการควบคุมฯ เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปหารือร่วมกับ EEC เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกและประเมินผลกระทบที่ชัดเจนอีกครั้ง
เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีสถานที่หลายประเภททั้งสนามบิน โรงแรม และสถานบริการที่ได้รับการยกเว้นให้ขายได้อยู่แล้ว ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อยกเว้น เช่น ไมซ์ สนามแข่งรถ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อีเวนต์ต่างๆจำเป็นต้องมีมาตรการประกอบการอนุญาตที่รัดกุม
โฆษณา