วันนี้ เวลา 00:45 • ปรัชญา

ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น

ข้อความพุทธวจนตอนนี้ อ่านกี่ครั้งก็ยัง “แทงใจ” เหมือนเดิมครับ
ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น
ประโยคสั้น ๆ แต่หนักแน่นราวกับค้อนธรรม
และยิ่งหนักขึ้น เมื่ออ่านบริบททั้งหมดของบทสนทนานี้
ลองนึกภาพตามนะครับ
พราหมณ์คณกโมคคัลลานะตั้งคำถามแทนใจคนทั้งโลกว่า
“ในเมื่อพระองค์สอนชัดขนาดนี้ ทำไมไม่ใช่ทุกคนถึงนิพพาน?”
คำถามนี้ไม่ต่างจากคำถามยุคปัจจุบันเลย
ทำไมฟังธรรมเยอะแล้ว ชีวิตยังทุกข์
ทำไมอ่านหนังสือดี ๆ แล้ว ยังไม่เปลี่ยน
ทำไมรู้ว่าอะไรถูก แต่ยังทำไม่ได้
คำตอบของพระพุทธเจ้า ไม่ได้เป็นคำเทศนายาว
แต่เป็น อุปมาเรียบง่ายแบบโคตรมนุษย์
เมืองราชคฤห์ก็ยังอยู่
ทางก็ยังอยู่
คนบอกทางก็ยังอยู่
แต่บางคนเดินผิด บางคนเดินถึง
แล้วประโยคที่เหมือน “สรุปโลกทั้งใบ” ก็คือ
“เพราะเราเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น”
นี่แหละครับ แก่นแท้ของพุทธศาสนา
ที่ต่างจากศาสนาเชิงความเชื่อจำนวนมากอย่างสิ้นเชิง
พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ผู้ช่วยให้รอด
ไม่ใช่ผู้ยกใครขึ้นสวรรค์
ไม่ใช่ผู้แบกกรรมแทนใคร
แต่คือ
ผู้ชี้ให้เห็นทาง
ผู้บอกว่า “ถ้าเดินแบบนี้ จะไปถึง”
ผู้ยืนยันว่า “ทางนี้มีจริง”
ส่วนจะเดินหรือไม่
จะเดินครึ่งทางแล้วเลิก
หรือจะเดินย้อนกลับเอง
นั่นคือ “กรรมของผู้เดิน”
อ่านมาถึงตรงนี้ ผมนึกถึงบทสนทนาหนึ่งที่เคยได้ยิน
“รู้ธรรมเยอะแล้ว ทำไมชีวิตยังไม่ดีขึ้นเลย”
อีกฝ่ายตอบกลับมานิ่ง ๆ ว่า
“รู้ว่าออกกำลังกายดี กับการออกกำลังกายจริง มันคนละเรื่องนะ”
เงียบทั้งวง
พุทธวจนตอนนี้ เตือนเราด้วยความเมตตา แต่ไม่ปลอบใจเกินจริงว่า
การฟังธรรม ≠ การพ้นทุกข์
การศรัทธา ≠ การลงมือ
การชื่นชมพระพุทธเจ้า ≠ การเดินตามรอยพระองค์
และที่สำคัญที่สุด
ไม่มีใครเดินแทนเราได้
บางที…
ธรรมะไม่ได้ยาก
แต่เราชอบ “ยืนฟังอยู่ตรงปากทาง” นานเกินไป
รู้ทางแล้ว
เห็นทางแล้ว
แต่ยังไม่ก้าว
และพระพุทธเจ้าก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่เร่ง
ไม่ดึง
ไม่อุ้ม
เพียงบอกเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
“ทางนี้แหละ…ถ้าอยากพ้นทุกข์”
ที่เหลือ
เป็นเรื่องของเท้าเราเอง
#พุทธวจน
#ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง
#เดินเองถึงเอง
#วิถีพุทธวจน
#BuddhawajanaVibes
P.S. ธรรมะบางบท ไม่ได้มีไว้ “อ่านให้สบายใจ”
แต่มีไว้ “อ่านแล้วลุกขึ้นเดิน”
โฆษณา