4 ก.พ. เวลา 03:30 • กีฬา

เที่ยงวันยันอดีต EP.1 : The SAS รุ่นแรกคริส ซัตตัน & อลัน เชียร์เรอร์

เมื่อวานโพสต์เกี่ยวกับ SAS ซัวเรซ และสเตอร์ริดจ์ไปแล้ว ไหนๆ ก็ปล่อยแก่ ก็จะย้อนความสำหรับคนที่เกิดทัน และเกิดไม่ทันว่า SAS คู่แรกของพรีเมียร์ลีกไม่ใช่ซัวเรซกับสเตอร์ริดจ์ ลองเปิดหัวคอลัมน์ไปเลยละ
"The SAS" แห่งถิ่นอีวูด พาร์คถือกำเนิดล้อมาจากความอันตรายของทั้งคู่
ประมาณว่าคู่แข่งเจอคู่นี้ก็จะแทบร้องขอชีวิตกันเลย
💥 กำเนิด SAS: คู่หูถล่มประตูแห่งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ภายใต้การทำทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช และเงินทุนของ แจ็ค วอล์คเกอร์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเกาะอังกฤษด้วยการจับคู่กองหน้าที่ลงตัวที่สุดอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ (Alan Shearer) และ คริส ซัตตัน (Chris Sutton)
ชื่อ SAS ย่อมาจากนามสกุลของทั้งคู่ (Shearer And Sutton) ซึ่งพ้องกับหน่วยรบพิเศษของอังกฤษ สื่อถึงความเด็ดขาดและอันตรายในกรอบเขตโทษ บางที่ก็บอกว่า มาจาก SOS ถ้าใครรู้จัก ก็จะเข้าใจ มันรหัสสากลเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินระดับสูงสุดเมื่อตกอยู่ในอันตราย)
⚽ ส่วนผสมที่ลงตัว
อลัน เชียร์เรอร์: "เดอะ ฮอตช็อต" เพชฌฆาตหน้าเป้าที่มีลูกยิงอันทรงพลัง ทั้งภาคพื้นดินและกลางอากาศ เขาคือเครื่องจักรผลิตสกอร์ที่ไว้ใจได้มากที่สุด
คริส ซัตตัน: ย้ายมาจากนอริช ซิตี้ ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษในตอนนั้น (5 ล้านปอนด์) ซัตตันไม่ใช่แค่คนยิงประตู แต่เขาคือ "ตัวชง" ชั้นยอด มีทักษะการครองบอลและการจ่ายบอลที่ชาญฉลาด
🏆 ฤดูกาล 1994/95: ปีแห่งความรุ่งโรจน์
นี่คือปีที่ SAS ประกาศศักดาอย่างแท้จริง ทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างน่าทึ่งจนพาแบล็คเบิร์นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ โดยสถิติของพวกเขาน่าตกใจมาก:
เกร็ดน่าสนใจ: ในฤดูกาลนั้น แบล็คเบิร์นยิงรวมทั้งหมด 80 ประตู หมายความว่าแค่สองคนนี้ก็ซัดไปเกินครึ่งของทีมแล้ว!
📉 จุดสิ้นสุดของตำนาน
น่าเสียดายที่ความโหดของ SAS ยืนระยะได้ไม่นานนัก:
อาการบาดเจ็บ: ในฤดูกาลต่อมา (1995/96) คริส ซัตตัน ประสบปัญหาบาดเจ็บรบกวนและฟอร์มตก ทำให้ยิงได้เพียงประตูเดียวในลีก
การแยกทาง: ในปี 1996 เชียร์เรอร์ย้ายไปนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวสถิติโลก ส่วนซัตตันอยู่ต่อจนถึงปี 1999 ก่อนจะย้ายไปเชลซี
พูดตามตรง หลายคนแทบจำไมได้ว่าเชียร์เรอร์เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะแฟนบอลยุคหลังๆ กับภาพจำของเขากับนิวคาสเซิ่ล
🎙️ มุมมองปัจจุบัน
แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนซี้กัน และมักจะมาปรากฏตัวคู่กันในฐานะผู้วิจารณ์เกมฟุตบอล (Pundits) ทางช่อง BBC หรือสื่อต่างๆ โดยที่:
เชียร์เรอร์ มักจะล้อซัตตันเรื่องที่เขาทำประตูได้มากกว่า
ซัตตัน ก็จะสวนกลับขำๆ ว่า "ที่แกยิงได้เยอะขนาดนั้น ก็เพราะกูจ่ายให้เหน่งๆ!"
สรุป: SAS คือนิยามของ "คู่หูฟันเฟือง" ที่สมบูรณ์แบบ คนหนึ่งหาพื้นที่เก่ง อีกคนจ่ายบอลคม และทั้งคู่จบสกอร์ได้เฉียบขาด เป็นตำนานที่แฟนบอลกุหลาบไฟไม่มีวันลืม
สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นวันที่พวกเขามาคว้าแชมป์ที่แอนฟิลด์ ในวันที่ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสดฟุตบอลพร้อมกัน 2 คู่(เจาะจอเล็กคู่ผี) น่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของไทย หรือของโลกเลย ที่ลิเวอร์พูลชนะ แต่เวสต์แฮมหยุดแมนฯ ยูไนเต็ดทำให้หลายคนที่คิดว่าหงส์แดงจะยอมแพ้ให้นายเก่าเป็นแชมป์เหนือคู่ปรับไม่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด
เทียบ SAS ของแบล็คเบิร์น กับของลิเวอร์พูล ต้องบอกว่าของลิเวอร์พูลดูจะแตกต่างตรงที่ ซัวเรซ กับสเตอร์ริดจ์ยิงได้ทั้งคู่ แต่จุดที่น่าเศร้า และน่าเสียดายในเวลาเดียวกันคือทั้งสองคู่ได้เล่นด้วยกัน มีช่วงพีคแค่ฤดูกาลกว่าๆ เท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็มีการบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ
ถึงใครจะไม่ใช่แฟนบอลแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่มั่นใจได้เลยว่าใครทันยุคนั้นต้องตื่นตาตื่นใจกับคู่หน้าคู่นี้ยามลงสนาม แม้ว่าเชียร์เรอร์จะทำประตูอีกมากมายหลังจากนั้น แต่ไม่มีใครถูกจดจำว่าเข้าคู่กับเขาได้ดีที่สุดเหมือนซัตตันตอนนั้นอีกแล้ว
#TheSAS #Sutton #Shearer
เที่ยงวันยันอดีต EP.1 : The SAS รุ่นแรกคริส ซัตตัน & อลัน เชียร์เรอร์
เมื่อวานโพสต์เกี่ยวกับ SAS ซัวเรซ และสเตอร์ริดจ์ไปแล้ว ไหนๆ ก็ปล่อยแก่ ก็จะย้อนความสำหรับคนที่เกิดทัน และเกิดไม่ทันว่า SAS คู่แรกของพรีเมียร์ลีกไม่ใช่ซัวเรซกับสเตอร์ริดจ์ ลองเปิดหัวคอลัมน์ไปเลยละ
"The SAS" แห่งถิ่นอีวูด พาร์คถือกำเนิดล้อมาจากความอันตรายของทั้งคู่
ประมาณว่าคู่แข่งเจอคู่นี้ก็จะแทบร้องขอชีวิตกันเลย
💥 กำเนิด SAS: คู่หูถล่มประตูแห่งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ภายใต้การทำทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช และเงินทุนของ แจ็ค วอล์คเกอร์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเกาะอังกฤษด้วยการจับคู่กองหน้าที่ลงตัวที่สุดอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ (Alan Shearer) และ คริส ซัตตัน (Chris Sutton)
ชื่อ SAS ย่อมาจากนามสกุลของทั้งคู่ (Shearer And Sutton) ซึ่งพ้องกับหน่วยรบพิเศษของอังกฤษ สื่อถึงความเด็ดขาดและอันตรายในกรอบเขตโทษ บางที่ก็บอกว่า มาจาก SOS ถ้าใครรู้จัก ก็จะเข้าใจ มันรหัสสากลเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินระดับสูงสุดเมื่อตกอยู่ในอันตราย)
⚽ ส่วนผสมที่ลงตัว
อลัน เชียร์เรอร์: "เดอะ ฮอตช็อต" เพชฌฆาตหน้าเป้าที่มีลูกยิงอันทรงพลัง ทั้งภาคพื้นดินและกลางอากาศ เขาคือเครื่องจักรผลิตสกอร์ที่ไว้ใจได้มากที่สุด
คริส ซัตตัน: ย้ายมาจากนอริช ซิตี้ ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษในตอนนั้น (5 ล้านปอนด์) ซัตตันไม่ใช่แค่คนยิงประตู แต่เขาคือ "ตัวชง" ชั้นยอด มีทักษะการครองบอลและการจ่ายบอลที่ชาญฉลาด
🏆 ฤดูกาล 1994/95: ปีแห่งความรุ่งโรจน์
นี่คือปีที่ SAS ประกาศศักดาอย่างแท้จริง ทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างน่าทึ่งจนพาแบล็คเบิร์นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ โดยสถิติของพวกเขาน่าตกใจมาก:
เกร็ดน่าสนใจ: ในฤดูกาลนั้น แบล็คเบิร์นยิงรวมทั้งหมด 80 ประตู หมายความว่าแค่สองคนนี้ก็ซัดไปเกินครึ่งของทีมแล้ว!
📉 จุดสิ้นสุดของตำนาน
น่าเสียดายที่ความโหดของ SAS ยืนระยะได้ไม่นานนัก:
อาการบาดเจ็บ: ในฤดูกาลต่อมา (1995/96) คริส ซัตตัน ประสบปัญหาบาดเจ็บรบกวนและฟอร์มตก ทำให้ยิงได้เพียงประตูเดียวในลีก
การแยกทาง: ในปี 1996 เชียร์เรอร์ย้ายไปนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวสถิติโลก ส่วนซัตตันอยู่ต่อจนถึงปี 1999 ก่อนจะย้ายไปเชลซี
พูดตามตรง หลายคนแทบจำไมได้ว่าเชียร์เรอร์เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะแฟนบอลยุคหลังๆ กับภาพจำของเขากับนิวคาสเซิ่ล
🎙️ มุมมองปัจจุบัน
แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนซี้กัน และมักจะมาปรากฏตัวคู่กันในฐานะผู้วิจารณ์เกมฟุตบอล (Pundits) ทางช่อง BBC หรือสื่อต่างๆ โดยที่:
เชียร์เรอร์ มักจะล้อซัตตันเรื่องที่เขาทำประตูได้มากกว่า
ซัตตัน ก็จะสวนกลับขำๆ ว่า "ที่แกยิงได้เยอะขนาดนั้น ก็เพราะกูจ่ายให้เหน่งๆ!"
สรุป: SAS คือนิยามของ "คู่หูฟันเฟือง" ที่สมบูรณ์แบบ คนหนึ่งหาพื้นที่เก่ง อีกคนจ่ายบอลคม และทั้งคู่จบสกอร์ได้เฉียบขาด เป็นตำนานที่แฟนบอลกุหลาบไฟไม่มีวันลืม
สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นวันที่พวกเขามาคว้าแชมป์ที่แอนฟิลด์ ในวันที่ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสดฟุตบอลพร้อมกัน 2 คู่(เจาะจอเล็กคู่ผี) น่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของไทย หรือของโลกเลย ที่ลิเวอร์พูลชนะ แต่เวสต์แฮมหยุดแมนฯ ยูไนเต็ดทำให้หลายคนที่คิดว่าหงส์แดงจะยอมแพ้ให้นายเก่าเป็นแชมป์เหนือคู่ปรับไม่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด
เทียบ SAS ของแบล็คเบิร์น กับของลิเวอร์พูล ต้องบอกว่าของลิเวอร์พูลดูจะแตกต่างตรงที่ ซัวเรซ กับสเตอร์ริดจ์ยิงได้ทั้งคู่ แต่จุดที่น่าเศร้า และน่าเสียดายในเวลาเดียวกันคือทั้งสองคู่ได้เล่นด้วยกัน มีช่วงพีคแค่ฤดูกาลกว่าๆ เท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็มีการบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ
ถึงใครจะไม่ใช่แฟนบอลแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่มั่นใจได้เลยว่าใครทันยุคนั้นต้องตื่นตาตื่นใจกับคู่หน้าคู่นี้ยามลงสนาม แม้ว่าเชียร์เรอร์จะทำประตูอีกมากมายหลังจากนั้น แต่ไม่มีใครถูกจดจำว่าเข้าคู่กับเขาได้ดีที่สุดเหมือนซัตตันตอนนั้นอีกแล้ว
#TheSAS #Sutton #Shearer
โฆษณา