Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฐานเศรษฐกิจ_Thansettakij
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
5 ก.พ. เวลา 01:00 • การเมือง
เจาะลึกความต่าง รัฐธรรมนูญ 60 เทียบ รธน.50 ก่อนทำประชามติ 8 ก.พ.
●
เจาะลึกรัฐธรรมนูญปราบโกง รธน.60 ก่อนทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 8 ก.พ. 69 เปรียบเทียบความแตกต่างชัด ๆ
●
รธน. 60 ตัดสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมือง ซึ่งเคยมีใน รธน. 50 โดยเปลี่ยนบทบาทเป็นเพียงผู้ให้เบาะแสการทุจริต
●
เปลี่ยนกระบวนการลงโทษนักการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการถอดถอนโดยวุฒิสภา (โทษแบน 5 ปี) เป็นการตัดสินโดยศาล ซึ่งมีโทษถึงขั้นเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
●
ดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2024 ประเทศไทยได้รับ 34 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกและต่ำที่สุดในรอบ 12ปี ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ถูกขนานนามโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” โดยมุ่งเน้นการวางกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตที่เข้มงวดและเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านบทบาทของภาคประชาชนและกระบวนการลงโทษนักการเมือง
การถอดถอนนักการเมือง
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ บทบาทของภาคประชาชนในการตรวจสอบฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ โดยรัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติให้สิทธิประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ไม่น้อยกว่า 20,000 คน สามารถเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติ ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมืองได้ หากมีพฤติการณ์ส่อว่าทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ (ตามมาตรา 164 และ 271)
ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ตัดบทบัญญัติสิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนโดยประชาชนออกไปโดยเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากผู้ร่วมถอดถอน เป็นเพียงผู้ให้ความร่วมมือในการรณรงค์และ “ชี้เบาะแส” การทุจริตตามมาตรา 63 ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องจัดกลไกคุ้มครองประชาชนที่แจ้งข้อมูล จึงถือเป็นการตัดสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมือง
มาตรฐานจริยธรรม
รัฐธรรมนูญปี 2560 เพิ่มความเข้มข้นของการลงโทษผ่านกระบวนการทางตุลาการมากขึ้น โดยการกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันออก “มาตรฐานจริยธรรม” บังคับใช้กับนักการเมือง หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะต้องพ้นจากตำแหน่ง และถูก เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต (Political Death Penalty) รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ได้อีกเลย ตามมาตรา 235 วรรคสามและสี่
ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2550 แม้จะมีการถอดถอนตามมาตรฐานจริยธรรมเช่นกัน แต่หากเป็นการฝ่าฝืนร้ายแรงจะใช้เป็นเหตุในการส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเพื่อนำไปสู่กระบวนการถอดถอนของวุฒิสภา(ต้องใช้เสียง 3 ใน 5) และกำหนดโทษการตัดสิทธิทางการเมืองไว้เพียง 5 ปี เท่านั้น ตามมาตรา 274
เหตุผลที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มักยกขึ้นมาอธิบายคือ ในอดีตการเข้าชื่อถอดถอนโดยประชาชนตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 นั้นแทบจะไม่เคยนำไปสู่การถอดถอนนักการเมืองได้จริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากขั้นตอนในวุฒิสภามีความซับซ้อนและต้องใช้เสียงสนับสนุนจำนวนมาก จึงได้เปลี่ยนมาใช้ระบบการตรวจสอบผ่าน "มาตรฐานจริยธรรม" โดยศาลแทน ซึ่งมีความกระชับและเห็นผลที่เป็นรูปธรรมมากกว่า
กลไกปราบโกงในรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้เพิ่มบทลงโทษขั้นสูงสุดสำหรับการแทรกแซงงบประมาณ โดยห้าม สส. สว. หรือกรรมาธิการ มีส่วนในการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการฝ่าฝืน สส. หรือ สว. ผู้นั้นจะสิ้นสุดสมาชิกภาพและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (มาตรา 144)
ที่สำคัญคือ หาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้กระทำ อนุมัติ หรือรู้เห็นแต่ไม่ยับยั้ง ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ได้กำหนดโทษถึงขั้นให้ ครม. พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะในกรณีนี้ มีเพียงการห้าม สส. สว. หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย (มาตรา 168 วรรคหก) หากมีการฝ่าฝืนและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด ให้การกระทำนั้นเป็นอันสิ้นผลไป (มาตรา 168 วรรคเจ็ด)
กล่าวโดยสรุป กลไกปราบโกงของรัฐธรรมนูญปี 2560 คือการเปลี่ยนจากกระบวนการตรวจสอบโดยภาคประชาชนและรัฐสภา ไปสู่การใช้อำนาจตุลาการ และองค์กรอิสระขั้นเด็ดขาด โดยเน้นการลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริหารที่ขาดจริยธรรมเข้ามามีอำนาจ
ที่น่าสังเกตุคือดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2024 ที่ประกาศโดย Transparency International ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 จัดอันดับให้ประเทศไทยได้รับ 34 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ต่ำที่สุดในรอบ 12ปี(ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 43 คะแนน) ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก และมีคะแนนลดลงจากปี 2023 ที่ได้ 35 คะแนน
thansettakij.com
เจาะลึกความต่าง รัฐธรรมนูญ 60 เทียบ รธน.50 ก่อนทำประชามติ 8 ก.พ.
เจาะลึกรัฐธรรมนูญปราบโกง รธน.60 ก่อนทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 8 ก.พ. 69 เปรียบเทียบความแตกต่างชัด ๆ กับ รัฐธรรมนูญ ปี50
บันทึก
4
4
4
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย