วันนี้ เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รู้จัก Rheinmetall ผู้ผลิตอาวุธปราบโดรน หุ้น 19 เด้ง ใน 4 ปี

ในปัจจุบันอาวุธที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เครื่องบินรบที่มีความเร็วเหนือเสียง หรือเรือรบขนาดใหญ่ที่ติดขีปนาวุธนับร้อย ๆ ลูก
แต่เป็นโดรนขนาดเล็กที่สามารถแทรกซึมเข้าไปป่วนหลังแนวรบข้าศึกได้ ดังเช่นที่เราเห็นในสงครามรัสเซียและยูเครน
แต่ถึงแม้โดรนจะเป็นอาวุธที่น่าพรั่นพรึงเพียงใดในสงครามยุคใหม่ แต่ในขณะเดียวกันโดรนก็สามารถถูกทำลายได้ง่าย ๆ ผ่านระบบที่สามารถปล่อยคลื่นรบกวนสัญญาณควบคุมโดรนได้
หนึ่งในบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์แบบนี้ก็คือ บริษัท Rheinmetall AG ผู้ผลิตอาวุธสงครามจากประเทศเยอรมนี
ที่น่าสนใจก็คือ ถ้าเราใช้เงิน 100,000 บาท ซื้อหุ้นของบริษัทนี้ในตลาดหุ้นเยอรมนี ในช่วงต้นปี 2022 ตอนนี้เราจะมีเงินมากถึง 1,900,000 บาทเลย
แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้หุ้นตัวนี้เติบโตได้หลายเท่า ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
รู้ไหมว่า Rheinmetall เป็นบริษัทผลิตอาวุธสงครามที่อยู่มานานกว่า 130 ปีแล้ว โดยบริษัทแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1889
บริษัทแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลิตอาวุธให้กับกองทัพเยอรมันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 แล้ว ดังนั้นเรื่องประสบการณ์ในธุรกิจนี้ก็คงหาคู่แข่งมาเทียบได้ยาก
ปัจจุบัน Rheinmetall มี 4 ธุรกิจหลัก คือ
1. ธุรกิจยานพาหนะ เช่น การผลิตรถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่อัตตาจร ป้อมปืนรถถัง ยานพาหนะซ่อมบำรุง รายได้ส่วนนี้คิดเป็น 37% ของรายได้รวม
2. ธุรกิจอาวุธและกระสุน เช่น การผลิตกระสุนปืนใหญ่ กระสุนปืนต่อต้านอากาศยาน อาวุธปืนต่อต้านอากาศยาน รายได้ส่วนนี้คิดเป็น 27% ของรายได้รวม
3. ธุรกิจระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบควบคุมความปลอดภัยทางอากาศ Skymaster ระบบจำลองการฝึกซ้อมยุทธวิธีทางทหาร ระบบเรดาร์ตรวจจับภัยคุกคาม
โดยอาวุธที่ใช้ปราบโดรน ก็จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้ ชื่อว่าระบบ Rheinmetall C-UAS Jammer
หลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้คือ จะมีเรดาร์คอยตรวจจับโดรน จากนั้นเมื่อตรวจจับได้ ระบบก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของโดรน
เมื่อโดรนอยู่ในระยะทำการ 2 กิโลเมตร ก็จะปล่อยคลื่นรบกวนสัญญาณ ไม่ให้ศัตรูควบคุมโดรนได้อีกต่อไป โดยระบบนี้สามารถติดตั้งบนรถหุ้มเกราะให้สามารถเคลื่อนที่ไปหาจุดที่ต้องการปราบโดรนได้
หรือหากเป็นอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ ระบบนี้ก็สามารถชี้เป้าให้กับจรวดนำวิถี หรือระบบปืนต่อต้านอากาศยานของบริษัทได้อีกด้วย
รายได้ส่วนนี้คิดเป็น 17% ของรายได้รวม
4. ธุรกิจระบบพลังงาน เช่น เครื่องยนต์เครื่องบิน และระบบขับเคลื่อนพลังงาน รายได้ส่วนนี้คิดเป็น 19% ของรายได้รวม
รู้ไหมว่าต้นปี 2022 บริษัทแห่งนี้ยังมีมูลค่าเพียง 152,000 ล้านบาท แต่พอผ่านไปเพียงแค่ 4 ปี มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท หรือเติบโต 19 เท่า
โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ Rheinmetall เติบโตขึ้นมาได้มากขนาดนี้ก็มาจาก
- รายได้ของบริษัทเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% แบบทบต้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
ปี 2021 Rheinmetall มีรายได้อยู่ที่ 211,800 ล้านบาท
ต่อมาในปี 2024 มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 365,000 ล้านบาท
สาเหตุที่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นมาจากสงครามที่ปะทุขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปหันมาตื่นตัวในเรื่องการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการรับมือกับภัยคุกคามจากโดรน
ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปอย่าง โปแลนด์ โรมาเนีย เยอรมนี หรือแม้แต่ยูเครน ที่กำลังทำสงครามกับรัสเซียอยู่ จึงต้องเร่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศจากบริษัท
โดย Rheinmetall เน้นกลยุทธ์การพัฒนาระบบปราบโดรนที่ทันสมัยอย่างระบบ Skynex และ Skymaster ที่สามารถตรวจจับและสกัดกั้นโดรนทุกขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้บริษัทยังได้ร่วมมือกับ Anduril บริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาระบบป้องกันโดรนที่ใช้ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับ ทำให้สร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเหนือคู่แข่ง
- อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทปรับเพิ่มขึ้น
ในปี 2021 บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 10.5%
แต่ในปี 2024 อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.2%
สาเหตุที่บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เช่น กลุ่มธุรกิจอาวุธ และกลุ่มธุรกิจระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้การได้รับสัญญาสั่งซื้ออาวุธที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อ 1 สัญญา นับจากวันที่สงครามรัสเซียและยูเครนปะทุขึ้นมา ก็ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลงอีกด้วย
- นักลงทุนประเมินมูลค่าบริษัทสูงขึ้น
ปี 2021 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,900 ล้านบาท โดยในตอนนั้นนักลงทุนซื้อขายหุ้นตัวนี้อยู่ที่ P/E ไม่เกิน 10 เท่า ทำให้มูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 100,900 ล้านบาทเท่านั้น
ขณะที่ในปี 2024 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 26,800 ล้านบาท แต่ในตอนนี้นักลงทุนกำลังซื้อขายหุ้นตัวนี้ในอัตราส่วน P/E ที่สูงถึง 112 เท่า คิดเป็นมูลค่าบริษัทประมาณ 3,000,000 ล้านบาท
โดยสาเหตุที่นักลงทุนยอมปรับเปลี่ยนมุมมอง และยอมซื้อขายหุ้นตัวนี้ในราคาที่แพงขึ้น ก็น่าจะเป็นเพราะการสู้รบกันระหว่างรัสเซียและยูเครน มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป
อีกทั้งก่อนหน้านี้คุณโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโต้ เพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
เรื่องนี้ก็คงทำให้นักลงทุนคาดการณ์กันว่าผู้ผลิตอาวุธสงครามอย่าง Rheinmetall จะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้
แต่ก็ต้องระวังเอาไว้ว่า อนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หุ้นที่มี P/E สูง ย่อมหมายถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
หากอนาคตไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็อาจทำให้หุ้นถูกเทขายลงมาอย่างรุนแรงได้เช่นกัน..
---
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะงบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรมข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
- Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
- Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
- RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
- Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
- Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้
- Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
- Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ โทร. 02-6669477 LINE ID : @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนกองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
#ลงทุน
#หุ้นนอก
#Rheinmetall
โฆษณา