วันนี้ เวลา 01:06 • ธุรกิจ

จงทำให้ ‘ลูกค้าถูกจริต’ มากกว่า ‘ถูกด้วยราคา’

รวม 5 วิธีคิดจากคุณปอร์ช JOURNAL แบรนด์ที่ไม่ขายสินค้าด้วยราคา พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บอดี้ออยล์อย่าง พีพี กฤษฏ์
ธุรกิจน้ำหอม หรือ ธุรกิจ Body Care ในวันนี้ ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่อง ‘กลิ่น หรือ ความหอม’ อีกต่อไป
แต่คำถามสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างได้นั้นคือ “เหตุผลว่าทำไมผู้บริโภคต้องหยิบของเราขึ้นมาลอง” นี่คือจุดที่ JOURNAL หาเส้นทางของตัวเองเจออย่างชัดเจน แบรนด์ไม่ได้เริ่มจากการพยายามทำให้หอมที่สุด แต่เริ่มจากการตั้งคำถามว่า “ถ้าความเป็นไทยจะถูกเล่าผ่านกลิ่น มันจะเล่าให้คนยุคนี้รู้สึกใหม่ได้อย่างไร”
ทางเพจ CREATIVE TALK ได้มีโอกาสรับฟังเรื่องราวจาก คุณปอร์ช – จักรชลัช เกษจำรัส Managing Director (MD) & Co-Founder, JOURNALของ JOURNAL แบรนด์คนไทย ที่ภายนอกดูอ่อนโยน หรูหราชวนหลงใหล แต่เบื้องหลังของแบรนด์กลับแข็งแกร่งดุจเพชรที่ผ่านการเจียระไนมากนานหลายปี ด้วยพลังของ Story และความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการหยิบ ‘ความเป็นไทย’ มาเล่าใหม่ให้เห็นภาพอะไรใหม่ ๆ ผ่านกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
🎯 น้ำที่หอมใครก็ทำได้ แต่น้ำที่หอมทำให้คนอยากเปิดใจลองไม่ใช่เรื่องง่าย กับ 5 วิธีคิดที่ทำให้แบรนด์ JOURNAL สร้าง JOURNEY ที่ใช่กับลูกค้าที่ชอบ
1. Creativity ที่ใช่ต้องมาพร้อม Story ที่ทำให้ผู้บริโภคพูดชื่อปุ๊บ…อยากดมปั๊บ
JOURNAL อาจจะไม่ใช่แบรนด์ดังที่สุดในเวลานี้ แต่ถ้าพูดถึงคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ ก็มั่นใจได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร คุณปอร์ชได้เล่าให้เราฟังว่าการที่เรากล้าหยิบโมเมนต์ไทย ๆ ที่คนคาดไม่ถึง มาแปลงเป็นกลิ่นที่พูดชื่อปุ๊บ…อยากดมปั๊บ ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นนางรำ, กลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง, กลิ่นแม่นาค หรือกลิ่นกุมาร แค่ได้ยินชื่อก็เกิดภาพในหัวแล้วว่า ‘มันเป็นกลิ่นได้ด้วยจริงดิ!’ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอยากลอง
เพราะแบบนี้เองสำหรับ JOURNAL การตั้งชื่อกับเรื่องเล่า (Story) ไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่มันคือประตูบานแรกที่ทำให้คน ‘เปิดใจ’ ในยุคที่สินค้าเหมือนกันเต็มตลาด ถ้าเปิดใจได้…สินค้าจะทำงานของมันเอง และจุดที่ทำให้คนยอมเปิดใจมากขึ้นคือคุณภาพของส่วนผสม
คุณปอร์ชเล่าว่า JOURNAL เลือกใช้ Oil base โดยใช้น้ำมันธรรมชาติในปริมาณสูง นั่นแปลว่าเวลาฉีดน้ำหอม หรือใช้บอดี้ออยล์ กลิ่นจะคงทนติดตัวนานและมีมิติมากขึ้น อีกทั้งในแต่ละรุ่น แต่ละกลิ่น ยังมีส่วนผสมที่ลึกและซับซ้อนแตกต่างกันไป เหมือนตั้งใจให้ความหอมมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่หอมแบบผ่าน ๆ
2. กล้าทำการตลาดแบบสวนทางการตลาด เพราะมั่นในและจริงใจกับคุณภาพ
เมื่อแบรนด์มั่นใจในคุณภาพกับเรื่องเล่าที่ใส่เข้าไป มันเลยพาไปสู่การตัดสินใจที่ในตอนนั้นถือว่า ‘สวนทางกับตลาด’ มากกับแบรนด์ JOURNAL ย้อนกลับไปช่วงปี 2017 ในตอนนั้น JOURNAL ถือว่าน้องใหม่มาก ๆ แต่ใจกล้าตั้งราคาขายน้ำหอมราคา 1,900 บาท ทั้งที่ตอนนั้นน้ำหอมไทยแทบไม่มีใครขายเกิน 1,000 บาทด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ…พอลูกค้าได้ลอง และเอาไปเทียบกับน้ำหอมแบรนด์นอกที่ราคาอาจพุ่งไปถึง 7,000 บาทขึ้นไป กลับกลายเป็นว่า 1,900 ทำให้ ‘เปิดใจง่ายขึ้น’ เพราะมันถูกวางอยู่ในกรอบของคุณภาพและประสบการณ์ ไม่ใช่กรอบของการต่อราคา และเมื่อของดีจริง มันก็เริ่มขายตัวมันเองผ่านรีวิว ผ่านการบอกต่อ
คุณปอร์ชย้ำชัดว่าเคล็ดลับสำคัญที่สุดของ JOURNAL คือ “เราจัดเต็มส่วนผสมที่ดีที่สุด ให้เยอะที่สุด” เพื่อคุณภาพและความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับจริง ๆ ในราคาที่ก็ต้องยอมรับไม่ได้ถูก แต่แลกมาด้วยคุณภาพที่ดีที่สุด แล้วอีกอย่างที่แบรนด์ทำมาตั้งแต่แรกคือ สินค้าต้องถูกลองเยอะ ๆ ลองกับคนเยอะ ๆ เพราะเมื่อเขาชอบ คนกลุ่มนี้แหละจะกลายเป็นลูกค้าของเรา จากการได้ลอง ได้สัมผัส และได้รับรู้ความตั้งใจของแบรนด์ว่าตั้งใจทำแค่ไหน
3. จงทำให้ ‘ลูกค้าถูกจริต’ มากกว่า ‘ถูกด้วยราคา’
อีกหนึ่งเรื่องที่ JOURNAL ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ตั้งแต่ Day 1 คือการทำให้สินค้าต้อง “ไปอยู่ในโลเคชันที่คนเดินผ่านไปมา” เพื่อให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ได้เข้ามาลองดมกลิ่น ลองเทสสินค้า หลักการนี้อาจฟังดูเป็น 101 มาก ๆ แต่ JOURNAL ทำมันจริงแบบเป็นแกนตั้งต้น
คือไม่เริ่มจากการขายก่อน แต่เริ่มจากการให้คนลองก่อน และถ้าลูกค้ามีเวลาสักนิด แบรนด์ก็จะเล่าเรื่องของตัวเองทุกครั้งในช่วงแรก เพราะสำหรับคุณปอร์ช วิธีคิดสำคัญคือ “เราต้องขายเรา = แบรนด์” ไม่ใช่ขายสินค้าด้วยราคา เมื่อเราเล่าว่า JOURNAL เกิดจากอะไร มี Philosophy อย่างไร ลูกค้าจะเริ่ม ‘ถูกจริต’ มากกว่า ‘ถูกด้วยราคา’ และการได้คุยกับลูกค้าตรง ๆ สำคัญมาก เพราะลูกค้าจะรู้สึกดีและรับรู้ได้ว่าแบรนด์นี้จริงใจ
4. ถ้าจะเริ่มทำแบรนด์ ต้องวิวัฒนาการตัวเองอยู่เสมอ
JOURNAL ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเล่าเรื่องเก่งหรือคุณภาพดีเพียงอย่างเดียว คุณปอร์ชมองว่าแบรนด์ต้องวิวัฒนาการตัวเองเสมอ ในช่วงที่ยังเป็น SME เล็ก ๆ JOURNAL ไม่ได้เริ่มจากการมีข้อมูลมหาศาลหรือมี Data วิเคราะห์ แต่คุณป๊อดและทีมเป็นสายลุย ลองผิดลองถูกมาเสมอ การเริ่มเลยเพื่อให้รู้ว่าผิดอะไรสำคัญมาก เพราะถ้ามัวแต่จะรอ Data มันจะไม่มีวันเกิด
ทว่าเมื่อวันที่องค์กรใหญ่ขึ้น มีพนักงาน 200–300 คน ความผิดพลาดแบบเดิมทำไม่ได้อีกแล้ว จะมาลองผิดบ่อย ๆ ก็ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ ดังนั้นพอองค์กรใหญ่ขึ้น การใช้ Data จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม JOURNAL ไม่ได้ใช้ Data เพื่อ ‘ทำตามตลาด’ แต่ใช้ Data เพื่อ ‘นำตลาดและทำให้เราเด่นในแบบของเรา’ บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องสร้างของใหม่เพื่อเปลี่ยนโลกเสมอไป แต่เราต้องวิวัฒนาการตัวเองให้ทันโลกแล้วใช้ Data ให้เป็น จับสิ่งที่ตลาดพรูฟแล้ว แล้วหยิบมาสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์
ตัวอย่างที่ชัดคือการออกกลิ่นนางรำ (Nang Ram) ที่มี Top Notes เป็น Cherry ให้ความหรูหรามีระดับ ตามด้วยความหอมนุ่มลึกของดอกกุหลาบและดอกไม้ขาว แล้วปิดท้ายด้วยกลิ่นลึกลับของไม้กฤษณา กลายเป็นบุคลิกของ “นางรำ” ที่ทั้งสง่า ทั้งน่าค้นหา มันคือการผสมระหว่างกระแสโลกที่ Data พรูฟมาแล้วว่ากลิ่น Cherry กำลังเป็นที่นิยมมาก
และเมื่อรู้ว่าผู้บริโภคสนใจ Top Note ตัวไหนมากที่สุด แบรนด์ก็สามารถหยิบสิ่งที่คนคุ้นเคยอยู่แล้วมาทำให้เป็นลายเซ็นของตัวเองได้ แล้วค่อยแต่งกลิ่นในแบบ JOURNAL ใส่ส่วนผสมธรรมชาติอัดแน่นคุณภาพ พร้อม Story ที่แตกต่างนั่นเอง
5. การเลือกพรีเซ็นเตอร์สำคัญมาก แล้ว JOURNAL มีวิธีคิดอย่างไร
ล่าสุดการมาของพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บอดี้ออยล์ชื่อดังอย่าง พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร หรือน้องพีพี ขวัญใจตัวน้อยของทุกคน โดยคุณปอร์ชได้เล่าให้ฟังว่าน้องพีพี มีครบทั้ง 3 Pillar ที่แบรนด์มองหาชัดเจนในตัวมาก
⭐ ภาพลักษณ์สอดคล้องกัน น้องพีพีมีความ Elegant ชัดเจน ทำให้การยกระดับแบรนด์ชัดขึ้น และช่วยตอบโจทย์ภาพลักษณ์ในระดับ Global ว่าน้ำหอมไทยสามารถมีพื้นที่ในระดับโลกได้
⭐ ฉายา #พีพีหอมหมื่นลี้ ไม่เกินจริง สิ่งนี้ยิ่งทวีคูณความแข็งแรงให้แบรนด์มากขึ้น เพราะจุดเริ่มต้นของ JOURNAL ก็มาจากคาแรกเตอร์ “ความหอม” นั่นเอง ซึ่งไม่มีอะไรมาขัดแย้งได้เลยว่า น้องพีพีเหมาะสมทุกประการ
⭐ เสน่ห์ที่ดึงดูดได้ทุกเพศทุก Gen ออร่าที่จับต้องได้แบบนี้จึงทำให้น้องพีพีได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของ Body oil จาก JOURNAL ในคอเลกชั่นที่จะชวนออกเดินทางครั้งใหม่กับ “A Love Journey Collection” ในวันที่การดูแลผิวไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของความชุ่มชื้น แต่คือการมอบช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติให้ตัวเองอย่างละเมียดละไม กลิ่นหอมจึงกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มอารมณ์และความรู้สึกในแต่ละวัน โดยได้รับแรงบันดาลใจ Celebrate Every Chapter of Love เฉลิมฉลองให้กับความรักทุกรูปแบบ
🎯 A Love Journey Collection อีกหนึ่งเรื่องราวบทใหม่จากแบรนด์ JOURNAL ที่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจกับความหอมที่คนไทยต้องหลงรัก
คุณ ธนัญญา สุธีรชัย CEO และหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ JOURNAL กล่าวว่า JOURNAL เชื่อว่าความหอมไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่น แต่คือประสบการณ์และความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คน
A Love Journey Collection จึงถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิด Celebrate Every Chapter of Love เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องผ่านกลิ่นหอม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการบำรุงผิว เราอยากให้บอดี้ออยล์ของ JOURNAL เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในทุกวันของผู้ใช้
JOURNAL Body Oil คือออยล์บำรุงผิวที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นล้ำลึก เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง พร้อมเผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส และดูมีสุขภาพดี
ด้วยการผสานคุณค่าจากน้ำมันสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด อาทิ น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil), น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower Oil), น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil), น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) และน้ำมันสวีทอัลมอนด์ (Sweet Almond Oil) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุงผิว และปกป้องผิวจากความแห้งกร้านในทุกวัน
สำหรับ A Love Journey Collection ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า ทุกความรัก ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวัง ล้วนมีคุณค่าในแบบของมันเอง ดังนั้นทุกช่วงเวลาจึงยังคงเป็นหนึ่งในบทที่งดงามของชีวิต คอลเลกชั่นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อ Celebrate Every Chapter of Love ตั้งแต่รักครั้งแรกอันแสนบริสุทธิ์ รักที่ไม่อาจครอบครอง ไปจนถึงรักแท้ที่ยืนยาวเหนือกาลเวลา โดยถูกถ่ายทอดเรื่องราวของความรักผ่าน 3 กลิ่น ได้แก่
❤️ กลิ่นซิกเนเจอร์อย่าง First Love กลิ่นหอมสดใสของลูกแพร์ ผสานความละมุนผ่อนคลายจากลาเวนเดอร์ และกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ ที่ให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่หัวใจเพิ่งรู้จักคำว่ารัก ให้ความรู้สึกอ่อนโยน สดใส และนุ่มนวลราวกับรักแรกที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เป็นความหอมที่อบอวลไปด้วยความหวังและความรู้สึกดีๆ ในวันที่หัวใจเริ่มเต้นแรง
🩵 ถัดมาที่ Forever Love กลิ่นหอมอ่อนหวานของดอกมะลิ ที่สื่อถึงความสงบและบริสุทธิ์ ผสานความสดใสจากแอปเปิ้ลแดง และความโรแมนติกของกุหลาบมอญ ถ่ายทอดความหมายของความรักที่มั่นคง อบอุ่น และยืนยาว ดั่งคำมั่นสัญญาที่ไม่เคยสั่นคลอน เป็นความหอมที่โอบอุ้มความรู้สึกของการมีใครสักคนเดินเคียงข้างกันผ่านกาลเวลา
💜 และสุดท้ายกลิ่น Forbidden Love กลิ่นหอมสดชื่นและน่าค้นหาของดอกส้มโอ และดอกลีลาวดี ผสานความซับซ้อนของส้มขม, ส้มแมนดาริน และความเผ็ดอุ่นของขิง สะท้อนความสัมพันธ์ที่งดงามแต่ไม่อาจครอบครองได้ เป็นความหอมที่ทั้งสดใสและลุ่มลึกในเวลาเดียวกัน เปรียบเหมือนความรักที่ทิ้งร่องรอยไว้ในหัวใจ และยากจะลืมเลือน
👉 พบกับ Love Collection ที่มาในรูปแบบเซ็ตบอดี้ออยล์ 3 กลิ่น ขนาด 30 มล. จำนวน 3 ขวด ในราคา 990 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ JOURNAL
สาขาโครงการวันนิมมาน เชียงใหม่, สาขาศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ ชั้น G, สาขาเซ็นทรัลแอร์พอร์ต เชียงใหม่ ชั้น G, สาขา เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 2
สาขาสยามสแควร์วัน ชั้น 3, สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2, สาขา เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 1, สาขา ไอคอนสยาม ชั้น 2, สาขา เซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1, สาขา สยาม เซ็นเตอร์ ชั้น M, สาขา เอ็มสเฟียร์ ชั้น 1 , สาขา เมกาบางนา ชั้น 2 , สาขาซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 2 , สาขา เทอร์มินอล 21 อโศก ชั้น 3, สาขา เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1, สาขาเซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 2 , สาขา เทอร์มินอล 21 พัทยา ชั้น 1, สาขา เซ็นทรัล พัทยา ชั้น 1, สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต ชั้น 1, สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่ ชั้น 1
และทางเว็บไซต์ หรือที่ แพลตฟอร์ม E-Commerce
✍🏻 สัมภาษณ์ เรียบเรียง: กิตติภพ ปานล้ำเลิศ
โฆษณา