Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
8 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
โค้งสุดท้าย - วินทร์ เลียววาริณ | ความในใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง คนส่วนมากคงตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใคร พรรคไหน นโยบายใด แต่บางคนก็อาจยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะมอง ‘สินค้า’ ที่แต่ละพรรคขายเป็นเพียงพยับแดดลวงตา
สำหรับเรื่องแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ ทั้งสองฝั่งต่างก็ให้เหตุผล ฝ่ายหนึ่งว่าถ้าไม่รื้อรัฐธรรมนูญ ประเทศพังแน่ เพราะมันสืบทอดเผด็จการ ฯลฯ อีกฝ่ายว่าถ้ามันปราบโกงด้วย จะไปรื้อทำไม ฯลฯ
1
ถกแบบนี้ยากจะได้บทสรุป เพราะเป้าหมายและมุมมองต่างกัน หรืออาจมีธงแห่งอคติตั้งไว้ก่อนแล้ว
นักอ่านหลายคนถามว่าผมจะเลือกพรรคไหน จะกาฉีกหรือไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตบอกแค่วิธีเลือกของผมก็แล้วกัน
แต่ผมต้องบอกก่อนว่า ผมมีวิธีมองโลกในแบบของผม ผมเป็นพวก pragmatic (เน้นปฏิบัติ) ไม่แคร์ยี่ห้อระบอบ ผมไม่ได้มองโลกแบบ 1 + 1 = 2 แต่ไม่ว่าจะเป็น 1 + 1 = 2 หรือ 1 + 1 = 3 ก็ต้องมีธรรมนำ
นี่คือจุดยืนและจุดที่ใช้คิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
อีกไม่ถึงสองเดือน ผมจะมีอายุ 70 ผมผ่านเหตุการณ์การเมืองไทยมานาน ฉากแรกๆ ที่ผมเห็นตอนเด็กก็เป็นการเมืองเข้มข้นแล้ว จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจจากจอมพล ป. จอมพลถนอมปฏิวัติตัวเอง
สิ่งที่ผมเห็นตลอดหลายสิบปีนี้วนเวียน ซ้ำซาก จนสรุปได้ดังนี้
1 นักการเมืองส่วนมากทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและกลุ่มของตน ส่วนน้อยมากทำเพื่อชาติ
2
2 ระบบการเมืองเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง มีการลงทุน มีการซื้อเสียง มีการตลาด มีการคืนทุน มีการแสวงหากำไร
2
3 เราใช้โควตาเป็นหลัก จึงค่อนข้างยากที่จะได้มืออาชีพในการปกครอง นานๆ จะโผล่มาสักคนสองคน เช่น ผู้ว่าธนาคารชาติ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นต้น
1
4 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกับรัฐบาลจากรัฐประหารส่วนใหญ่เหมือนกัน คือต่างก็บริหารแบบเน้นผลระยะสั้น น้อยรัฐบาลนักที่คิดวางโครงสร้างประเทศในระยะยาว 20-30 ปี
2
5 ทั้งระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการต่างก็สามารถทำให้ดีได้ และทำให้เลวได้พอๆ กัน
2
ประวัติศาสตร์บันทึกว่า ผู้นำจากการเลือกตั้งก็สามารถทำลายประเทศได้มโหฬาร บางคนใช้ระบบทุจริตเชิงนโยบาย โกงกินจนบ้านเมืองแทบพัง
2
ในทางตรงข้าม ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มือตงฉินที่สุดของแผ่นดิน กลับมาจากระบอบเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อานันท์ ปันยารชุน ก็มาจากคณะ รสช.
6 เผด็จการรัฐสภาร้ายกว่าเผด็จการรัฐประหาร ทำไม? ก็เพราะคนส่วนใหญ่รู้สึกว่าอะไรก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมี ‘ความชอบธรรม’ กว่า ขณะที่เผด็จการรัฐประหารจะถูกด่าเช้าเย็นและถูกตรวจสอบตลอดเวลา โดยเฉพาะจากนานาชาติ จะทำอะไรก็ต้องระวังตัว เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการตกจากหลังเสือ
ตัวอย่างของเผด็จการรัฐสภาแบบเงียบๆ คือทุจริตเชิงนโยบายทั้งหลาย แบบโฉ่งฉ่างหน่อยก็เช่นการลักหลับในสภาตอนตี 4 พวกนี้มาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น
7 เราอยู่ในกรอบคิดว่า แค่เปลี่ยนกฎบางข้อแล้วประเทศจะดีขึ้นในชั่วข้ามคืน ยกตัวอย่าง เช่น เราสามารถมีนายกฯคนนอกได้มาแต่ไหนแต่ไร จนเมื่อเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทุกคนก็โยนความผิดไปที่ พล.อ. สุจินดา คราประยูร คนเดียว ในเมื่อ พล.อ. สุจินดาเป็นนายกฯคนนอก ง่ายนิดเดียว ก็แก้กฎหมายให้นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง เท่านี้ประเทศก็เจริญขึ้นทันที!
3
8 คอร์รัปชั่นเป็นรากฐานของประเทศ และประชานิยมก็คือคอร์รัปชั่นอย่างหนึ่ง
2
เหล่านี้คือสิ่งที่ผมเห็นในบ้านเมืองเราในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา
แล้วจะแก้อย่างไร?
1
ก็ต้องปฏิรูประบบ
แต่ ‘ปฏิรูประบบ’ ในความหมายของผมไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญ มันหมายถึงแก้คน
มองไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน สิงคโปร์เป็นประชาธิปไตยที่เปลือก เป็นเผด็จการในเชิงปฏิบัติ แต่ลีกวนยูนำพาชาติไปเป็นประเทศชั้นหนึ่งได้เพราะเน้นคนซื่อสัตย์ ไม่เน้นระบอบ
1
ลีกวนยูบอกว่า เขาไม่สนใจเลยว่าสิ่งที่เขาทำเรียกว่าระบอบอะไร เขาพูดขำๆ ว่า ไอ้เรื่องทฤษฎีการปกครองนั่น ปล่อยให้พวกนักศึกษาปริญญาเอกไปทำวิจัยก็แล้วกัน ชีวิตจริงมันเป็นอีกเรื่อง
2
ลีกวนยูดึงสิ่งที่ดีของทุกระบอบมาใช้ มันไม่สำคัญที่ยี่ห้อระบอบ มันสำคัญที่ว่าประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ต่างหาก เป้าหมายของการเมืองของเขาคือให้สิ่งที่ดีที่สุดต่อราษฎร นักการเมืองต้องสะอาดและมีคุณธรรม
3
นี่ก็คือ 1 + 1 = 3 ที่มีธรรมนำ
เมื่อเทียบกับเมืองไทยที่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาหลายสิบฉบับแล้ว แต่ไม่มีฉบับไหนทำให้เราพัฒนาถึงขั้นสิงคโปร์ ทำไม? บางทีคำตอบไม่ได้อยู่ที่กฎ แต่อยู่ที่คนใช้กฎ
อ่านให้ดี! นี่ไม่ได้บอกว่าไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญ แค่บอกว่าอย่าแก้เพราะไร้เดียงสาว่าแก้แล้วจะทำให้เมืองไทยเป็นสวรรค์ในพริบตา
1
ประเด็นที่ผมชี้คือระบอบไม่สำคัญเท่าคน ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปใช้ระบอบอะไร ไม่ว่าจะปกครองด้วยประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี หรืออะไร ประเทศจะดีจะเลวขึ้นกับคน
และคนจะดีได้ ก็ด้วยจริยธรรม
เปลี่ยนระบอบโดยคนไร้จริยธรรมร้อยหน ก็พังร้อยหน ตัวอย่างมีนับไม่ถ้วน
ดังนั้นวิธีเลือกตั้งของผมคือ(พยายาม)เลือกคนที่มีจริยธรรม หรือคนที่พอมีจริยธรรมเหลืออยู่บ้าง
วิธีหนึ่งที่จะคัดคนไร้จริยธรรมออกไปคือดูพฤติกรรมการโกหก คนที่โกหกหน้าตาย พูดไม่เคยตรงกัน สามารถเปลี่ยนจุดยืน 180 องศาเพื่อให้ได้รับเลือก คือคนที่เราไม่ควรเลือก เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองหลายสิบปีของเราชี้ชัดว่า คนโกหกไม่ทำชั่วไม่โกงกินไม่มี
1
คนมีกลิ่นตัวเปลี่ยนชุดใหม่อะไร ก็มีกลิ่นตัว
1
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้อ่านควรมองภาพรวมของประเทศในอีก 10-20-30 ปีข้างหน้า อย่ามองสั้นๆ แค่ 4 ปีของวงจรเลือกตั้ง
เราเป็นหนี้ลูกหลานเหลนของเราที่จะส่งต่อประเทศไทยในสภาพสมบูรณ์เรียบร้อย ไม่ใช่รัฐล้มเหลว
2 บันทึก
15
1
7
2
15
1
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย