Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 4
คำถาม 1
‘เก๋ กรรณิกา’ : “คนเราจำเป็นต้องมีชีวิตคู่ไหมคะ”
วินทร์ เลียววาริณ : ธรรมชาติสร้างสองเพศมาเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ มันไม่ได้สนใจว่าสองเพศที่ร่วมมือสืบทอดสายพันธุ์นั้นมีความรักหรือไม่ มีฐานะอย่างไร มันเป็นสัญชาตญาณฝังในยีน
แต่สำหรับมนุษย์ซึ่งสังคมซับซ้อนกว่าของสัตว์ การสืบทอดเผ่าพันธุ์มีอีกหลายปัจจัย หลายมิติมาร่วม มันเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจ ฐานะ และความรัก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดพฤติกรรม ‘เลือกคู่’ และทำให้หลายคนไม่มีคู่ ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนcละพร้อมจะมีคู่
พูดง่ายๆ คือ คุณสมบัติดี แต่อยู่ผิดที่ผิดเวลา ก็ทำให้ไม่มีคู่ได้
บางคนมองว่าการไม่มีคู่เป็นความล้มเหลว นั่นอยู่ที่มุมมอง เพราะจะประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนั้น ลึกกว่าการสืบทอดเผ่าพันธุ์ เงินทอง แม้แต่ความรัก มันต้องมีความชอบด้วย
หากเราไม่ชอบคู่ของเรา ก็อยู่ด้วยกันยาก
มีคนเคยบอกว่าสิ่งที่สำคัญกว่าความรักคือความชอบ เราต้องชอบคู่ของเรา ชีวิตคู่จึงจะไปรอด ถ้าไม่ชอบ หลังจากบทพิศวาสสองสามปีแรกผ่านไป จะพบว่าคนสองคนไม่มีอะไรเหมือนกัน ไม่มีเรื่องคุย ไม่มีสิ่งที่เชื่อมวิญญาณสองดวง ชีวิตคู่ก็กลายเป็นความเบื่อหน่าย
เมื่อนั้นทั้งสองฝ่ายก็อาจคิดว่า การไม่มีคู่อาจเป็นพรอย่างหนึ่ง
พูดมาเสียยาว คำตอบของคำถาม “คนเราจำเป็นต้องมีชีวิตคู่ไหม” คือไม่จำเป็น
1
ถ้าพบคนที่ชอบ คลื่นความถี่เดียวกัน ก็อยู่กันหรือแต่งงาน หรือถ้าอยากให้เป็นทางการหน่อย ก็จดทะเบียนสมรส
ถ้าไม่พบคนที่ชอบจริงๆ ไม่มีเรื่องจะคุยด้วยได้ทั้งคืน ไม่มีจุดสนใจร่วมกัน ก็ไม่ต้องแต่งงาน ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นการหาเหาใส่หัว
1
คำถาม 2
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม : คุณวินทร์เกลียดคนแบบไหนที่สุด
วินทร์ เลียววาริณ : คำว่าเกลียดอาจจะสุดโต่งไปหน่อย ผมแบ่งความรู้สึกนี้เป็นสองระดับ หนึ่งคือความไม่ชอบ สองคือความเกลียด
ไม่ชอบก็คือไม่ตรงรสนิยม ไม่ตรงความคิดของเรา เช่น เราไม่ชอบปลาร้า มันเป็นแค่ความไม่ชอบ ไม่เรียกว่าเกลียด
ส่วนเกลียดเป็นความไม่ชอบระดับไม่อยากพบเห็น ไม่คบหาสมาคม
ถ้าเข้าใจมาตรวัดแบบนี้ คนที่ผมไม่ชอบก็มีหลายคนหลายประเภท เช่น คนที่เดินช้าแต่ขวางทางผม (ทำให้หงุดหงิด) คนที่เล่นมือถือในโรงหนัง (หงุดหงิดเช่นกัน เพราะแสงไฟรบกวนคนอื่น) คนที่ชอบโอ้อวด คนที่ชอบโชว์ความรวย (โดยส่วนตัวเห็นว่ามันตื้นเขินมาก) เป็นต้น ไม่ได้เกลียด คุยด้วยได้ แต่ไม่สมาคมในเชิงลึก
1
ส่วนคนประเภทที่ผมเกลียดคือคนอกตัญญู ไม่รู้คุณคน ไม่รู้คุณแผ่นดิน เนรคุณต่อแผ่นดินที่เลี้ยงตนมา เป็นต้น คนพวกนี้ผมไม่สมาคมด้วยโดยสิ้นเชิง ถ้ามีอายุมากกว่าผม ผมก็ไม่ยกมือไหว้
1
คำถาม 3
‘Udom Tantitongta : “ทำอย่างไรถึงถนอมมือได้จากการซักผ้าด้วยมือครับ”
วินทร์ เลียววาริณ : รู้ว่าเป็นคำถามล้อเลียนผมที่ชอบเล่นมุขซักผ้า แต่ความจริงเรื่องซักผ้าด้วยมือเป็นเรื่องจริงจังอย่างยิ่ง
ผมเกิดมาในยุคที่การซักผ้าด้วยมือเป็นทางเดียวในการซักผ้า สมัยผมเป็นเด็ก ชาวบ้านทุกครัวเรือนซักผ้าด้วยมือ เพราะเครื่องซักผ้ายังไม่ปรากฏในเมืองไทย
หลังจากซักเสร็จก็นำไปตากบนราวลวดหรือเชือก ยึดด้วยไม้หนีบ
การซักผ้ามักใช้กะละมังเหล็กหรือสังกะสี เพราะบางครั้งจะนำไปต้มบนเตา ใช้ไม้กวนผ้าเป็นระยะ ต้มแล้วก็นำมาซักต่อ
ผมไม่รู้ว่าน้ำผสมผงซักฟอกที่เดือดทำให้ผ้าสะอาดกว่าเดิมหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือฆ่าเชื้อโรคหมด มักทำเมื่อเสื้อผ้าสกปรกมาก
เตาในสมัยนั้นก็ใช้ฟืนและถ่าน
เทคนิคการซักผ้าอีกอย่างหนึ่งคือฟาดผ้าด้วยไม้ เขาว่าทำให้สะอาดขึ้น
การซักผ้าสมัยก่อนเป็นงานหนักเอาการ ทั้งซัก ทั้งต้ม ทั้งฟาด ทั้งขยี้
แต่ว่าก็ว่าเถอะ สมัยนั้นผมไม่เคยเห็นพ่อบ้านบ้านไหนซักผ้าเลย งานนี้เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน หากบ้านไหนมีคนรับใช้ ก็เป็นหน้าที่ของเธอ
เสื้อผ้าที่ตากกลางแดดนั้นไม่มีกลิ่นอับ
วันไหนเห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนทำท่าจะตก ก็รีบเก็บผ้าเข้าบ้าน
หลังจากซักผ้าและตากแดดจนแห้งแล้ว ก็นำมารีด โดยใช้เตารีดใส่ถ่านไฟแดง ๆ ร้อน ๆ
เตารีดชนิดนี้มีฝาเปิดปิด เป็นช่องใส่ถ่าน เนื่องจากเตาร้อนมาก จึงต้องมีฐานเหล็กรองรับ
เตารีดแบบนี้หนักมาก
บางครั้งก็มีการลงแป้งบนเสื้อผ้า โดยเฉพาะตรงปกเสื้อ
การลงแป้งเป็นเทคนิคทำให้เสื้อผ้าอยู่ทรง สูตรคือใช้แป้งมันสำปะหลังผสมกับน้ำร้อน กวนพอให้เหนียว ใส่ผ้าลงไปแช่สัก 2-3 นาที แล้วนำไปตาก เมื่อแห้งแล้วก็รีด เสื้อผ้าที่ลงแป้งจะอยู่ทรง
แต่ต้องระวังไม่ลงแป้งหนักไป มันจะแข็งจนสวมไม่สบาย
บันทึก
11
1
11
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย