5 ก.พ. เวลา 03:19 • กีฬา

เคาะจนคว่ำ! ถ้วยแรกผ่านไป ถ้วย 2 ถ้วย 3 ค่อยๆ หายไป

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องจบเส้นทางในศึกช้อปปี้ คัพ ฤดูกาล 2025/26 ไว้เพียงรอบแบ่งกลุ่ม หลังบุกไปเสมอ เซลังงอร์ เอฟซี 1-1 ในเกมนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ สุดท้ายต้องมองดูตัวแทนจากมาเลเซียผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแทน ทั้งที่ก่อนเกมเงื่อนไขชัดเจนมากว่า บีจี ต้อง "ชนะเท่านั้น" เพื่อการันตีเข้ารอบ
ครึ่งแรกกลายเป็นเซลังงอร์ที่ขึ้นนำก่อน 1-0 จากไฟซาล ฮาลิม ทั้งที่เหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า สะท้อนให้เห็นว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในเกมระดับนี้สามารถทำให้สถานการณ์พลิกทันที หลังเสียประตู บีจีต้องเร่งเครื่องและพยายามเปิดเกมบุกมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการยิง การเปิดบอล หรือการเข้าทำในพื้นที่อันตราย
เข้าสู่ครึ่งหลัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง และมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 63 จากการทำเข้าประตูตัวเอง แต่เวลาที่เหลือกลับไม่ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะหลังจากนั้นรูปเกมแทบจะเป็นการครองบอลอยู่หน้าเขตโทษเจ้าบ้าน แต่หาช่องเจาะไม่ได้อย่างจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ เกมนี้บีจีมีโอกาสจบสกอร์มากกว่า 20 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพวกเขาไม่ได้เล่นแย่ในแง่ของการสร้างโอกาส ทว่าฟุตบอลวัดกันที่ประตู ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ได้ยิง และเมื่อประตูเดียวที่ได้มาจากการทำเข้าประตูตัวเอง ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาเรื่องการจบสกอร์คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องรีบแก้
หากย้อนดูรูปแบบการทำประตูช่วงหลัง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเกมรุกยังขาดความหลากหลาย โดย 9 ประตูหลังสุดของทีมแบ่งออกได้ดังนี้
  • 6 ประตูมาจากลูกตั้งเตะหรือเซตพีช
4 ประตูในเกมพบอุทัยธานี เอฟซี
2 ประตูในเกมพบเชียงราย ยูไนเต็ด
  • คู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง 1 ประตู (เกมพบเซลังงอร์)
  • อีก 2 ประตูมาจากลูกเปิดให้โหม่ง 1 ประตู และลูกยิงไกล 1 ประตู
ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ชัดว่า เมื่อเจอทีมที่ตั้งรับลึกหรือมีวินัยสูง บีจีมักเจอปัญหาในการเจาะแนวรับแบบโอเพ่นเพลย์ การหวังพึ่งลูกนิ่งมากเกินไปทำให้รูปเกมค่อนข้างอ่านง่าย และเมื่อคู่แข่งรับมือได้ โอกาสคว้าชัยก็ลดลงทันที
ช่วงท้ายเกมยิ่งสะท้อนความอึดอัดของทีมเยือนอย่างชัดเจน แม้จะเป็นสถานการณ์ "ไม่มีอะไรจะเสีย" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเพียงการเคาะถ่ายบอลไปมาหน้าแนวรับเซลังงอร์
"ได้แต่ป้อ ล่อไม่เป็น" อาจฟังดูแรง แต่สะท้อนภาพของเกมนี้ได้ตรงที่สุด เพราะทีมสร้างสถานการณ์บุกได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับคู่แข่งที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่า 45 นาทีเต็ม แต่กลับปิดเกมไม่ได้
เมื่อจบการแข่งขัน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 8 คะแนน จบอันดับ 3 ของกลุ่มเอ และต้องตกรอบ ขณะที่เซลังงอร์ในฐานะรองแชมป์กลุ่มก้าวเข้าสู่รอบต่อไป ความผิดหวังครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นเมื่อมองภาพรวมทั้งฤดูกาล เพราะรายการที่เคยตั้งเป้าไว้ทยอยหลุดมือไปทีละรายการ
สรุปเส้นทางของ "เดอะ แรบบิท" ในฤดูกาลนี้จาก 5 รายการที่ลงแข่งขัน ตอนนี้เหลือลุ้นเพียงรายการเดียวคือ เมืองไทย คัพ หลังจากก่อนหน้านี้ต้องหยุดเส้นทางไปแล้วถึง 3 ถ้วย
  • ตกรอบช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม หลังแพ้ พีที ประจวบ 1-0
  • ตกรอบเอซีแอลทู รอบแบ่งกลุ่ม จากการแพ้รวด 6 นัด จบอันดับ 4 ของกลุ่มไอ
  • ตกรอบช้อปปี้ คัพ หลังเสมอเซลังงอร์ 1-1 เก็บได้ 8 คะแนน
ส่วนผลงานในไทยลีกแทบจะจบ เพราะตามหลังจ่าฝูงอยู่ถึง 14 คะแนน ตัวเลขนี้หมายความว่าหมดหวังลุ้นแชมป์อย่างไม่เป็นทางการแล้ว
คำถามสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่ว่า "ทำไมถึงตกรอบ" แต่คือ "จะปรับอย่างไรให้ดีขึ้น" เพราะในหลายเกมบีจีไม่ได้เป็นรองเรื่องรูปเกม ไม่ได้ขาดโอกาส และไม่ได้เสียเปรียบด้านศักยภาพผู้เล่น สิ่งที่ขาดคือความเฉียบคมในช่วงเวลาตัดสิน
ฟุตบอลระดับสโมสรในอาเซียนกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างทีมเริ่มแคบลง การจะผ่านเข้ารอบไม่ได้อาศัยแค่ชื่อชั้นหรือประสบการณ์อีกต่อไป แต่ต้องละเอียดในทุกจังหวะ และแสดงให้เห็นถึงความพยายามมากที่สุด โดยเฉพาะเกมที่เงื่อนไขบังคับให้ต้องชนะเท่านั้น
เครดิตภาพ : BG Pathum United
เพื่อนๆสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ https://www.ballthai.com/บทความบอลไทย
.
และติดตามเราได้ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียดังนี้
Website - ballthai.com
ขอบคุณครับ 🙏
โฆษณา