หนังชีวประวัติพระเยซูตามพระคัมภีร์ “The Way of the Wind” อาจเป็นผลงานสุดท้ายของผกก. เทอร์แรนซ์ มาลิค
โดยปกติแล้ว การสร้างภาพยนตร์ ถือเป็นกระบวนการที่หนักหน่วง เพราะไม่เพียงแต่ต้องอาศัยความรู้ชำนาญการเฉพาะทาง แต่ด้วยขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ทำให้กว่าจะได้ภาพยนตร์สักเรื่อง อาจกินเวลาเป็นปีหรือหลายปีกว่าโครงการที่ถูกพัฒนาจะผลิดอกออกมาเป็นหนึ่งชิ้นงาน และสำหรับผู้กำกับฯ เทอร์แรนซ์ มาลิค จาก “The Tree of Life” ในวัย 82 ปี ก็ยังคงทำหน้าที่เก็บงานผลงานชิ้นใหม่อย่าง “The Way of the Wind” ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำมาเป็นเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ปิดกล้องถ่ายทำไปตั้งแต่ปี 2019
โดยล่าสุด ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์กับทางพ็อดแคสต์ Mazsihisz ด้านนักแสดงนำอย่าง เกซ่า เรอห์ริก ซึ่งรับบทเป็น พระเยซู ใน “The Way of the Wind” นั้น ก็ออกมาพูดถึงตัวโครงการหนังเรื่องเดียวกันนี้ของผู้กำกับฯ เทอร์แรนซ์ มาลิค ที่แม้จะยังคงเป็นโครงการกองถ่ายเล็ก ๆ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปถ่ายทำใน 7 ประเทศทั่วโลกนั้น แต่ก็เป็นการตีความพระเยซูตามมุมมองของมาลิคที่เยี่ยมยุทธ์ พร้อมเอ่ยปากว่า นี่อาจเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของผู้กำกับฯ อย่าง มาลิค ครับ
ทั้งนี้ “The Way of the Wind” ซึ่งปิดกล้องไปตั้งแต่ปี 2019 นั้น ก็พ่วงมาด้วยจำนวนฟุตเทจ ที่มีความยาวรวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 ชั่วโมง และกระบวนการตัดต่อที่ดูยาวนานนี้ ก็เริ่มต้นทันทีตั้งแต่การถ่ายทำเสร็จสิ้น แต่ มาลิค เอง ก็ถือเป็นผู้กำกับฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบ เพราะผลงานก่อน ๆ ของเขา ก็มักจะพร้อมการตัดสินใจแปลกใหม่ที่เด็ดขาด และการตัดสินใจเหล่านั้นก็อาจเกิดขึ้นภายในห้องตัดด้วยซ้ำ เช่น "The Thin Red Line" ที่บทบาทตัวเอกของ เอเดรียน โบรดี้ ภายในเรื่อง ที่ถูกหั่นออกจนแทบกลายเป็นตัวละครสมทบ
กระนั้น รายงานเบื้องต้นจาก World of Reel ยังเสริมด้วยว่า “The Way of the Wind” ก็จะมาพร้อมทิศทางการนำเสนอหนังชีวประวัติพระเยซูที่แหกขนบพอควร ทั้งการที่ตัวหนังมีฉาก พระเยซูสูบกัญชา หรือกระทั่งตัวละครซาตาน ที่รับบทโดย มาร์ค ไรแลนซ์ อารัมภบทเชิงปรัชญายาวนานถึง 28 นาที รวมถึงทิศทางของหนังที่ไม่ได้แสดงซึ่งปาฏิหารย์ของพระเจ้าเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม เรอห์ริก ก็คาดการณ์ว่า กระบวนการตัดต่ออันยาวนานของ “The Way of the Wind” อาจถึงคราวเสร็จสิ้นภายในปีนี้ และอาจจะทันกำหนดปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ หรือไม่ก็ได้ฉายภายในปลายปี 2026 นี้ แต่ เรอห์ริก ก็เตือนว่า ตัวหนังน่าจะเป็นมหากาพย์ที่ยาวพอสมควร รวมถึงการได้ร่วมงานกับมาลิคในผลงานชิ้นนี้ ก็ถือเป็นเกียรติยศแก่อาชีพนักแสดงของเขาเลยทีเดียวครับ