Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
JWanderlust
•
ติดตาม
11 ก.พ. เวลา 12:14 • ท่องเที่ยว
รีวิวการต่อวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา B1/B2 แบบไม่สัมภาษณ์ มกราคม 2569
Chapter 90: Renewing a U.S. Tourist Visa (B1/B2) Without an Interview — January 2026
Blog นี้จะมารีวิววิธีการต่อวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา B1/B2 แบบไม่ต้องสัมภาษณ์เพราะเราเพิ่งทำเสร็จมาสดๆ ร้อนๆ ซึ่งจริงๆ ใน Internet ก็มีคนแชร์ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการต่อวีซ่าท่องเที่ยวกันเยอะมาก แต่ ณ ตอนที่เราทำในเดือนมกราคม 2569 มันมีขั้นตอนหรือวิธีการบางอย่างที่เปลี่ยนไป เลยอยากมาอัพเดทข้อมูลต่างๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลการต่อวีซ่าอเมริกาอยู่ค่ะ
ก่อนอื่นเลย มาดูเงื่อนไขของคนที่มีสิทธิ์ในการต่อวีซ่าอเมริกา (B1/B2) แบบไม่สัมภาษณ์ (Interview Waiver) สำหรับปี 2569
1.
ผู้สมัครต้องเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
2.
มีวีซ่าเดิมที่ยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 12 เดือน
3.
การต่อวีซ่าจะต้องเป็นวีซ่าประเภทเดิมเท่านั้น
4.
ผู้สมัครต้องพำนักอยู่ในประเทศไทย ณ เวลาที่ขอวีซ่า
5.
เคยได้รับวีซ่าอเมริกามาก่อน และไม่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าครั้งล่าสุด
6.
ไม่เคยถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าอเมริกา
7.
ได้เคยบันทึกลายนิ้วมือเข้าระบบทั้ง 10 นิ้วแล้ว (ซึ่งเริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550)
8.
ในวีซ่าเก่าต้องไม่มีคำว่า "Clearance Received", "Waiver Granted" หรือ "Fingerprints Waived" ในช่อง Annotation
ถ้าใครเข้าคุณสมบัติทั้งหมดนี้ก็สามารถทำเรื่องต่อวีซ่าแบบไม่ต้องสัมภาษณ์ได้ค่ะ
สิ่งที่ควรทำต่อมาคือเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครไว้เลย ได้แก่
✓
พาสปอร์ตเล่มเก่าที่มีวีซ่าอเมริกา และเล่มปัจจุบัน (โดยเล่มปัจจุบันต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน)
✓
รูปถ่ายสี 2 รูป ขนาด 2x2 นิ้ว (5x5 เซนติเมตร) พื้นหลังสีขาว มีอายุไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมแว่นตา ไม่ใส่คอนแทคเลนส์สี หรือหมวก (ห้ามใช้รูปเดิมที่เคยยื่นวีซ่าแล้ว)
ต่อไปก็คือขั้นตอนของการสมัครละค่ะ เริ่มจาก
1.
กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว (DS-160) โดยเข้าไปที่
https://ceac.state.gov/genniv/
เราจะเจอหน้า website แบบนี้
ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
1.
เลือก Select a location where you will be applying for this visa เป็น Thailand/Bangkok หรือ Thailand/Chiang mai แล้วแต่คุณสะดวกที่ไหน
2.
Enter the code as shown พิมพ์รหัสที่โชว์ขึ้นมา
3.
เลือก Start An Application ถ้าหากเป็นการสมัครและกรอกข้อมูลครั้งแรก แต่ถ้ากรอกข้อมูลไปแล้วต้องการย้อนกลับมาดูก็ให้กด Retrieve An Application
4.
ที่มุมบนขวา Select Tooltip Language อย่าลืมไปเลือกภาษาไทยนะคะ ระบบเค้าจะช่วยแปลข้อความเป็นภาษาไทยให้อัตโนมัติเลย
เมื่อเข้าไปแล้ว ระบบจะให้เลขใบสมัคร Application ID ที่ขึ้นต้นด้วย AA…. ให้จดไว้ สำคัญมากเพราะเราจะต้องใช้เลขนี้ในการดำเนินการต่อไป
จากนั้นก็เข้าไปกรอกเอกสารทุกหน้าให้ครบ ซึ่งระบบก็จะถามประวัติส่วนตัว การศึกษา การทำงาน ประวัติการเดินทาง ประวัติอาชญากรรม เท่าที่จำได้ประมาณนี้
ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานอาจจะถึง 2 ชั่วโมงเลย แนะนำให้เตรียมข้อมูลที่จำเป็นให้ครบก่อนเริ่มกรอกเพื่อจะได้ทำให้เสร็จในครั้งเดียว เพราะถ้าหากเราหยุดกรอกข้อมูลนานเกิน 20 นาที ระบบจะ logout อัตโนมัติ และเราต้องเริ่มทำใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรกซึ่งเสียเวลามากกก
แต่ไม่ต้องกังวล ถ้ากรอกไม่ทันเราสามารถ save ข้อมูลไว้แล้วกลับมากรอกใหม่ได้ตลอดเวลา โดยเริ่มทำตามขั้นตอนแรก แล้วเลือก Retrieve An Application ค่ะ
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้ตรวจทานข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งเพื่อเช็คความถูกต้อง เพราะถ้าหากเรากด Submit ไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
หลังจาก Submit แล้วระบบจะพาไปหน้า Confirmation เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราได้กรอกใบสมัครเรียบร้อยแล้ว หน้าตาแบบนี้
หน้า Confirmation
ให้พิมพ์ใบนี้ออกมาเลยเพราะเราต้องส่งให้สถานทูต และส่ง Email ให้ตัวเองด้วยเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน (แต่ตรง Print Application ไม่จำเป็นต้องทำเพราะไม่ต้องส่งให้สถานทูตค่ะ)
2. ขั้นตอนต่อไปคือสร้างโปรไฟล์และลงทะเบียน โดยเราต้องเข้าไปที่
https://www.ustraveldocs.com/th/th/nonimmigrant-visa
จะเจอ website หน้าตาแบบนี้
เลือกเข้าสู่ระบบวีซ่า และเลือก New Application จากนั้นกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวและตอบคำถามคัดกรองให้ครบ
ขั้นตอนนี้ทำให้เราสับสนมาก เพราะเราเคยเข้ามาในระบบนี้ทีนึงเมื่อ 6 เดือนก่อนแต่ยังไม่ได้สมัครแล้วเราก็ลืมไปแล้วด้วย แต่ระบบเค้ายังจำได้ เราพยายามสมัครตรงนี้ยังไงก็เข้าไม่ได้ สร้างผู้ใช้งานใหม่ก็ไม่ได้ เพราะระบบแจ้งว่าเราเคยมีประวัติแล้ว หาข้อมูลที่ไหนก็ไม่มีใครบอกว่าต้องแก้ยังไง 😵💫 จนนึกได้ว่าเคยเข้ามาทีนึงแล้ว
เพราะฉะนั้น ใครที่ติดตรงนี้ลองนึกดีๆ ว่าเคยเข้ามาแล้วหรือยัง ถ้าเคยเราต้องไปตอบคำถามในส่วน "ข้อมูลผู้ใช้งาน" ที่เคยให้ไว้ในระบบจนถูกต้องถึงกลับเข้าไปในระบบได้ค่ะ
ในส่วนของขั้นตอนตอบคำถามคัดกรองให้ค่อยๆ อ่านค่อยๆ ทำนะคะ เพราะคำถามเยอะพอสมควร และถ้าตอบผิดระบบจะปฏิเสธการต่อวีซ่าแบบไม่ต้องสัมภาษณ์เลย
พอตอบคำถามทุกข้อเสร็จระบบจะประมวลผลและแจ้งทันทีว่าเราผ่านเงื่อนไข Interview Waiver หรือไม่ เราจำข้อความเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ประมาณว่า "You are eligible for an interview waiver" หลังจากเราเข้าเกณฑ์ไม่ต้องสัมภาษณ์วีซ่าแล้วก็ไปขั้นตอนต่อไปเลยค่ะ
3. ในเวปเดิม ระบบจะพาเรามาที่ขั้นตอนการชำระเงิน ซึ่งวิธีชำระเงินจะมี 3 วิธี
●
จ่ายเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยเราต้องพิมพ์ใบนำฝาก (CGI Deposit Slip) จากระบบนัดหมายออนไลน์ของ USTravelDocs แล้วนำไปชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา
●
โอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) สามารถทำผ่าน Mobile Banking โดยใช้ข้อมูลจากใบนำเงินฝากออนไลน์ ซึ่งจะมีเลขอ้างอิงเฉพาะสำหรับการโอน
●
จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
โดยค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ วันที่เราขอ เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ USD 185 (หรือ 5,920 บาท)
เราเลือกชำระกับธนาคารกรุงศรีก็จะต้องพิมพ์เอกสาร 2 ใบคือ
✓
ใบรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าซึ่งจะมีเลข Virtual Account ID ที่เราจะต้องเอาไปใช้กรอกในใบนำฝากเงิน
ใบรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม
✓
ใบนำฝากเงิน
ใบนำฝากเงิน
ใบนำฝากเงินจะมี 2 ส่วน ส่วนของธนาคารและส่วนของเรา พอจ่ายเงินเสร็จแล้วต้องเก็บส่วนของเรากลับมาด้วยเพราะต้องส่งให้สถานทูต
ป.ล. ค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะขอคืนเงินไม่ได้ ไม่ว่าจะต่อวีซ่าได้หรือไม่ได้ก็ตาม เพราะถึงแม้เราจะผ่านเกณฑ์ไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่สถานทูตอาจปฏิเสธการออกวีซ่าให้ได้
เมื่อชำระเงินเสร็จแล้วเราถึงจะไปขั้นตอนต่อไปได้
4. พิมพ์เอกสาร Interview Waiver Confirmation Letter หลังจากชำระเงินแล้วต้องรอให้สถานะขึ้นในระบบซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 1–2 วันขึ้นกับธนาคาร โดยให้กลับเข้าไปที่
https://www.ustraveldocs.com/th/th/nonimmigrant-visa
เพื่อเช็คสถานะ ถ้าระบบได้ข้อมูลการชำระเงินของเราแล้วก็จะเจอหน้า Interview Waiver Confirmation Letter แบบนี้
Interview Waiver Confirmation Letter
ซึ่งเราจะต้องพิมพ์ออกมาเพื่อส่งให้สถานทูตเช่นกัน อย่าลืมติ๊กช่องต่างๆ ด้านล่างของเอกสารนี้แล้วเซ็นชื่อกำกับก่อนส่งด้วยนะคะ
5. รวบรวมเอกสารต่างๆ เพื่อส่งให้สถานทูต ซึ่งจะมี
1. แบบฟอร์มยืนยันการต่ออายุวีซ่าโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ Interview Waiver Confirmation Letter ที่มีหมายเลข UID และ QR โค้ด
2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และจะต้องมีหน้าว่างอย่างน้อยสองหน้าเพื่อการติดวีซ่า
3. หนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีวีซ่าอเมริกาที่ได้รับล่าสุดซึ่งยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 12 เดือน
4. ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ที่มีแถบบาร์โค้ด ซึ่งกรอกครบถ้วนและได้ทำการกดยืนยัน (submitted) ออนไลน์แล้ว
5. รูปถ่ายสี สองรูป (ขนาด 5x5 เซนติเมตร หรือ 2x2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว มีอายุไม่เกินหกเดือน ไม่สวมใส่แว่นตา คอนแทคเลนส์สี หรือหมวก (ห้ามใช้รูปเดิมที่เคยยื่นวีซ่าแล้ว)
6. ใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (ใบนำฝากเงินส่วนที่เราได้คืนจากธนาคาร)
7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ นามสกุลที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (หากมีการเปลี่ยนแปลง) พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
8. ผู้สมัครที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยจำเป็นต้องส่งหลักฐานการพำนักอาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย (เช่น ทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตพำนักอาศัย ใบอนุญาตทำงาน ฯลฯ)
เลือกการจัดส่งเล่มหนังสือเดินทางคืน โดยมี 2 วิธีคือ
★
ส่งเอกสารโดยตรงกับ Aramex
★
ส่งเอกสารกับไปรษณีย์ไทย
เราเลือกส่งคืนทางไปรษณีย์ไทย แต่เพิ่งมารู้ว่า Aramex อยู่ใกล้บ้านมาก ตอนส่งเอกสารให้สถานทูตเลยไปส่งเอง ประหยัดค่าส่งไปได้ 400 บาท ซึ่งวิธีการง่ายมาก พนง. แนะนำทุกขั้นตอน เสร็จแล้วเราก็จะได้สลิปมาซึ่งสามารถเข้าไปเช็คกับ website ของ Aramex ได้ว่าเอกสารนำส่งถึงสถานทูตหรือยัง
ป.ล. ถ้าส่งและรับเอกสารกับ Aramex โดยตรงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขาละ 400 บาทด้วย (อันนี้เป็นเงื่อนไขของการส่งและรับเอกสารในช่วงที่เราสมัครนะคะ)
หลังจากส่งเอกสารแล้วเราไม่ได้รับ Email ตอบกลับจากทางสถานทูตเลย ทำให้เริ่มกังวล แต่เราสามารถเข้าไปเช็คสถานะวีซ่าของได้ที่นี่
https://ceac.state.gov/CEACStatTracker/Status.aspx
? จะเจอ website หน้าตาแบบนี้ (เวปเดียวกับที่สมัคร DS-160 นั่นเอง)
เช็คสถานะวีซ่า
ให้กรอกรายละเอียดลงไป และถ้าระบบตอบว่า "Your search did not return any data" แบบนี้
ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ของเราเข้าไปเช็คทั้งอาทิตย์ก็ขึ้นแบบนี้ทุกวันเลย แต่ถ้าวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้วจะขึ้นว่า Approved แบบนี้ค่ะ
วีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว
จากนั้นอีกประมาณ 2 วัน เข้าไปเช็คอีกทีก็ขึ้นสถานะว่า Issued แปลว่าวีซ่าออกแล้ว
วีซ่าออกแล้ว
จากนั้นทางสถานทูตก็จะส่ง Email มาแจ้งว่า "เอกสารของคุณพร้อมแล้วสำหรับการรับคืน" เป็นอันเสร็จกระบวนการ 😄
สิริรวมเวลาที่ใช้ทั้งหมดตั้งแต่ส่งเอกสารในวันที่ 21 มกรา ได้รับพาสปอร์ตคืนวันที่ 4 กุมภา ก็ 11 วันทำการค่ะ (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์) ถือว่าเร็วพอสมควร
เอาจริงๆ การขอวีซ่าก็ไม่ได้ยากมากเพราะระบบให้ข้อมูลค่อนข้างดีอยู่ ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอน ติดตรงไหนก็มาหาข้อมูลใน Internet เอา
ในส่วนที่เราทำรีวิวมาให้เพราะตัวเราเองติดปัญหาตอนเข้าไปสร้าง profile นั่นแหละ หาข้อมูลจากที่ไหนก็ไม่เจอ ต้องงมเองจนเกือบท้อกว่าจะทำได้ ก็เลยอยากเอาขั้นตอนต่างๆ ที่จำได้มาแชร์ เผื่อใครติดตรงไหนแล้วข้อมูลของเราพอช่วยได้
รีวิวนี้อาจจะให้ข้อมูลไม่ครบทั้งหมด เพราะตอนที่เราทำก็ตั้งหน้าตั้งตาทำให้เสร็จ เลยอาจจะพลาดลืมเล่าในบางจุด และลืมเก็บภาพขั้นตอนต่างๆ มาให้ดู ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะคะ 🙏
สำหรับรีวิวนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยวแบบไม่ต้องสัมภาษณ์ของอเมริกาในปี 2569 นี้นะคะ
แล้วเจอกันใน Blog หน้าที่จะยังคงพาไปเที่ยวทะเลทรายที่ออสเตรเลียกันต่อน้า 😄
เที่ยวต่างประเทศ
ขอวีซ่า
อเมริกา
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย