6 ก.พ. เวลา 02:54 • ไลฟ์สไตล์

ใบสมัครเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์มีคำถามเพียงข้อเดียว แต่หนักหนาเอาการ

“ทำไมคุณถึงอยากเปิดบ้านให้เด็กคนหนึ่ง?”
ฉันจ้องเคอร์เซอร์ที่กะพริบอยู่บนหน้าจอ
เอาตรง ๆ เลยนะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าชอบเด็กมากขนาดนั้นหรือเปล่า
ฉันอายุ 58 ปี อยู่คนเดียวในบ้านที่เงียบเกินไป
ลูกแท้ ๆ ของฉันโตหมดแล้ว ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองอยู่กันคนละรัฐ บทสนทนาของเรามักถูกนัดหมายล่วงหน้าและจบลงอย่างรวดเร็ว
ฉันไม่ใช่คนใจบุญจากหนัง และไม่ได้มีความคิดอยากเป็น “ผู้กอบกู้” ใคร
แล้วทำไมฉันถึงนั่งอยู่ตรงนั้น กับใบสมัครที่ยังกรอกไม่เสร็จครึ่งหนึ่ง?
มันเริ่มจากผู้หญิงที่อยู่ถัดไปสองหลัง
คืนวันอังคารคืนหนึ่ง ประมาณตีหนึ่ง เสียงร้องโหยหวน ดิบ เฉือนหัวใจ ฉีกความเงียบของย่านนั้นออกเป็นชิ้น ๆ
ฉันรีบออกไปที่เฉลียงบ้าน เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนฟุตปาธ ตัวสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธและความเศร้าที่ฉันไม่อาจเข้าใจได้
เพื่อนบ้านของฉันนั่งอยู่ข้างเธอบนพื้นปูน ไม่ได้พยายามห้าม ไม่ได้สั่งสอนอะไร
เธอแค่อยู่ตรงนั้น อยู่ร่วมกับเด็กคนนั้นในความมืด
วันถัดมา ฉันเจอเพื่อนบ้านที่ตู้ไปรษณีย์
“เมื่อคืนทุกอย่างโอเคไหม?” ฉันถาม
“นั่นคือเคย์ลา” เธอพูดเบา ๆ
“เธอมาอยู่กับฉันตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง เมื่อคืนเธอเพิ่งได้รับข่าวว่าพ่อเสียแล้ว
สองปีที่ผ่านมา เคย์ลาถูกย้ายบ้านมาแล้วห้าครั้ง คนส่วนใหญ่ตีตราเธอว่า ‘รับมือไม่ได้’ แล้วก็ส่งต่อไปเรื่อย ๆ”
“เธอรับมือไม่ได้จริงเหรอ?”
“เธอแค่หัวใจสลาย” เพื่อนบ้านตอบ
“มันต่างกันมาก”
บทสนทนานั้นตามหลอกหลอนฉันอยู่นานหลายสัปดาห์
ฉันกรอกเอกสารจนเสร็จ
ฉันได้รับใบอนุญาต
สองเดือนต่อมา หน่วยงานโทรมา
“เรามีเด็กให้ดูแล เด็กผู้ชาย อายุ 16
เขาอยู่ในระบบมาเกือบสิบปีแล้ว
ผ่านบ้านมาแล้ว 23 แห่ง
และ…มีปัญหาด้านพฤติกรรมค่อนข้างมาก”
ยี่สิบสามบ้าน ในเวลาเก้าปี
เขามาถึงหน้าประตูบ้านฉัน พร้อมชีวิตทั้งชีวิตที่ถูกใส่มาในถุงของชำสองใบ
เขาไม่มองหน้าฉัน
แทบไม่ยอมลดการ์ดลงพอจะพูดจาสุภาพด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวไม่เกินสิ้นเดือน คุณก็โทรหาสังคมสงเคราะห์เอง” เขาพึมพำ
“เขาทำกันทุกคน ผมมันยุ่งยาก”
“ก็แฟร์ดี” ฉันตอบ
เขากะพริบตา เหมือนตั้งตัวไม่ทัน
“แฟร์เหรอ?”
“ใช่ นายคงจะยุ่งยากพอสมควร
ฉันเองก็คงไม่ใช่คนง่าย
เราก็แค่ต้องรับมือกับมันไป”
ตอนนี้เขาอยู่ในห้องรับแขกของฉันมาแปดเดือนแล้ว
ในช่วงเวลานั้น เขาเคยทุบกระจกแตก
โกหกว่าไปไหนหลังเลิกเรียน
และโดนพักการเรียนสามวัน
มันไม่ใช่การเดินทางที่ “อบอุ่นหัวใจ” เลย
แต่มันคือสงครามของความดื้อดึง
แต่เขาก็ยังอยู่ในห้องนั้น
วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากทะเลาะกันอย่างหนักเรื่องเกรด
เขาทรุดตัวลงบนโซฟาแล้วถามว่า
“ผมต้องเก็บของเมื่อไหร่?”
“ไม่ต้อง”
“แม้วันนี้ผมจะทำตัวแย่สุด ๆ แบบนี้?”
“นายไม่ใช่ความล้มเหลว มาร์คัส
นายเป็นแค่คนคนหนึ่ง
ที่ถูกสอนมาว่าความรักมีเงื่อนไข
และผู้คนอยู่ได้แค่ชั่วคราว
นายกำลังทดสอบรั้ว ว่าฉันจะปล่อยให้นายออกไปไหม
ฉันจะไม่ไขประตูนั้น”
ตอนนั้นเอง เขาก็พังทลาย
ร้องไห้ออกมาอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรก
การเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์
มันเหนื่อย สกปรก และบ่อยครั้งก็ไม่ได้รับคำขอบคุณ
มีหลายคืนที่ฉันนั่งอยู่ในครัว
สงสัยว่าตัวเองกำลังรับภาระเกินกำลังหรือเปล่า
แต่มีครอบครัวถึงยี่สิบสามครอบครัว
ที่มองเด็กคนนี้แล้วตัดสินว่าเขามากเกินจะรับมือ
ฉันจะไม่เป็นคนที่ยี่สิบสี่เด็ดขาด
Karla_Bechtelar
Ramet Tanawangsre ถอดความ
โฆษณา