7 ชั่วโมงที่แล้ว • คริปโทเคอร์เรนซี

ระทึกตลาดคริปโทฯ! บิตคอยน์เผชิญแรงเทขายหนัก ดิ่งเฉียด $60,000 ต่ำสุดรอบ 16 เดือน

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อบิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงลงอย่างรุนแรง จ่อหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญ 60,000 ดอลลาร์ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกที่ปะทุขึ้นพร้อมกัน
ในวันนี้ (6 ก.พ.) ราคาบิตคอยน์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 60,008.52 ดอลลาร์ ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาประคองราคาไว้ได้แบบฉิวเฉียด สะท้อนความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่เร่งลดความเสี่ยง หลังตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกถูกเทขายอย่างหนัก
การร่วงลงครั้งนี้ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียง 1 เดือน หลังจากก่อนหน้านี้ราคาคริปโทฯ พุ่งแรงจากกระแสคาดหวังนโยบายหนุนสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
ขณะที่อีเธอร์ (Ether) แม้จะดีดตัวกลับขึ้น 2.4% มาที่ระดับ 1,891.27 ดอลลาร์ แต่ก่อนหน้านี้เพิ่งร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 1,751.94 ดอลลาร์ สะท้อนความผันผวนรุนแรงของตลาดคริปโทฯ ในระยะสั้น
ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกหายไปราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดกว่า 4.379 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยเฉพาะในช่วงเพียงเดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดทรุดหายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ บิตคอยน์มีแนวโน้มร่วงลงถึง 16% ในสัปดาห์เดียว ส่งผลให้ผลขาดทุนสะสมตั้งแต่ต้นปีพุ่งแตะ 27% ส่วนอีเธอร์ร่วงหนักไม่แพ้กัน โดยมีแนวโน้มลดลงรายสัปดาห์ 17% และดิ่งลงแล้วกว่า 36% นับตั้งแต่ต้นปี
แรงกดดันในตลาดคริปโทฯ ยังมาจากแรงเทขายในตลาดหุ้นและตลาดโลหะมีค่า หลังนักลงทุนเร่งลดสถานะการลงทุนที่ใช้เงินกู้ ขณะที่ราคาทองคำและแร่เงินผันผวนรุนแรงจากกระแสเก็งกำไรและการถอนทุนอย่างฉับพลัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่บิตคอยน์ร่วงลงสู่โซน 60,000 ดอลลาร์ ไม่ได้หมายความว่าคริปโทฯ กำลังล่มสลาย แต่เป็นสัญญาณเตือนรุนแรงต่อบริษัทและกองทุนที่มองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ขาขึ้นเพียงด้านเดียวโดยไม่บริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
ขณะที่ กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่เผชิญเงินทุนไหลออกต่อเนื่องกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม หลังจากไหลออกแล้ว 2,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม และสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอกย้ำบรรยากาศ “หนีความเสี่ยง” ที่กำลังปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลก
โฆษณา