15 ก.พ. เวลา 23:16 • ยานยนต์

ที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ AC และ DC ต่างกันอย่างไร?

เทรนด์รถ EV มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ แต่หนึ่งในเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนใช้งานจริงคือ "การชาร์จ" เพราะที่ชาร์จรถไฟฟ้ามีทั้งแบบ AC และ DC ซึ่งมีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งความเร็วและสถานที่ใช้งาน วันนี้เราสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ครับ
ทำความรู้จักกับที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบ AC และ DC
การชาร์จรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนการเติมน้ำมัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ "ประเภทของกระแสไฟฟ้า" ที่วิ่งเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
ที่ชาร์จรถไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
  • AC ย่อมาจาก Alternating Current คือไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้ตามบ้านเรือน
  • การทำงาน: ไฟฟ้าจะวิ่งผ่านตัวรถ และถูกแปลงเป็นกระแสตรง (DC) ด้วยเครื่องแปลงภายในรถ (On-board Charger) ก่อนจะเก็บลงแบตเตอรี่
  • จุดเด่น: นิยมติดตั้งที่บ้านหรืออาคารจอดรถ ชาร์จได้นานข้ามคืน ราคาค่าติดตั้งไม่สูงมาก แต่ใช้เวลาชาร์จนาน (Normal Charge)
ที่ชาร์จรถไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
  • DC ย่อมาจาก Direct Current คือไฟฟ้ากระแสตรงที่สามารถวิ่งตรงเข้าสู่แบตเตอรี่ได้เลย
  • การทำงาน: ตู้ชาร์จจะเป็นตัวแปลงไฟฟ้าให้เป็นกระแสตรงเอง ทำให้ชาร์จได้รวดเร็วมาก (Fast Charge)
  • จุดเด่น: เหมาะสำหรับสถานีชาร์จสาธารณะหรือจุดพักรถ ชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 30-45 นาที (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ) แต่มีค่าบริการและค่าติดตั้งตู้ที่สูงกว่า
สรุปเลือกชาร์จแบบไหนดีกว่ากัน?
การเลือกประเภทการชาร์จขึ้นอยู่กับ "ไลฟ์สไตล์" และ "เวลา" ของคุณครับ:
  • เลือก AC: เมื่อคุณจอดรถไว้ที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นเวลานานๆ (6-8 ชม. ขึ้นไป) ช่วยถนอมแบตเตอรี่ในระยะยาวได้ดีกว่า
  • เลือก DC: เมื่อต้องการความรวดเร็ว เช่น ระหว่างเดินทางไกล หรือมีเวลาจำกัดในการพักรถ
สรุปสั้นๆ: AC คือการชาร์จแบบ "สโลว์ไลฟ์" ที่บ้าน ส่วน DC คือ "ทางด่วน" ที่สถานีชาร์จครับ!
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
โฆษณา