15 ก.พ. เวลา 10:00 • ยานยนต์

ประกันรถยนต์สำหรับ "รถใหม่" vs "รถมือสอง" เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะกับรถที่สุด

การเป็นเจ้าของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการถอยรถป้ายแดงออกจากโชว์รูมหรือการเลือกซื้อรถมือสองสภาพดีมาใช้งาน สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันเสมอคือการเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสม เพราะปัจจัยด้านอายุการใช้งาน มูลค่าของรถ และสภาพตัวถังที่แตกต่างกัน ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกแผนความคุ้มครองและเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่าย
1. การทำประกันสำหรับ "รถใหม่ป้ายแดง"
รถใหม่มักจะมาพร้อมกับมูลค่าตัวรถที่สูงและความกังวลเรื่องริ้วรอยหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย
  • ความคุ้มครองที่แนะนำ: ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือตัวเลือกอันดับหนึ่ง เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ทั้งกรณีชนแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี, รถหาย, ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม
  • ซ่อมห้าง (ซ่อมศูนย์) คือหัวใจสำคัญ: รถใหม่ควรเลือกแผน "ซ่อมห้าง" เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้อะไหล่แท้ 100% และมีการรับประกันงานซ่อมจากศูนย์บริการโดยตรง
  • ทุนประกันสูง: ทุนประกันของรถใหม่จะครอบคลุมมูลค่ารถได้สูง (โดยทั่วไปอยู่ที่ 80-90% ของราคาซื้อขาย) ช่วยให้เจ้าของรถอุ่นใจหากเกิดกรณีรถเสียหายหนักจนซ่อมไม่ได้ (Total Loss)
2. การทำประกันสำหรับ "รถมือสอง"
การเลือกประกันรถมือสองต้องพิจารณาจากอายุรถและลักษณะการใช้งานเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เบี้ยประกันสูงเกินความจำเป็น
  • ทางเลือกที่หลากหลาย: หากรถอายุยังไม่มาก (ไม่เกิน 5-7 ปี) การทำประกันชั้น 1 ยังคงคุ้มค่า แต่หากรถอายุ 7-12 ปี แนะนำทำประกันชั้น 2+ ซึ่งคุ้มครองกรณีรถหาย/ไฟไหม้ และคุ้มครองการชนแบบมีคู่กรณี ในราคาที่ย่อมเยากว่ามาก
  • ซ่อมอู่มาตรฐาน: รถมือสองมักนิยมเลือกแผนซ่อมอู่ ซึ่งช่วยลดเบี้ยประกันลงได้อีก และปัจจุบันอู่ในเครือของบริษัทประกันชั้นนำก็มีมาตรฐานการซ่อมที่ยอดเยี่ยม
  • ตรวจสภาพก่อนรับประกัน: รถมือสองที่ต้องการทำประกันชั้น 1 อาจต้องมีการตรวจสภาพรถอย่างละเอียด เพื่อบันทึกรอยขีดข่วนเดิมที่มีอยู่ก่อนรับความคุ้มครอง
3. สรุปความแตกต่างที่เห็นได้ชัด
รถใหม่ป้ายแดง มักเน้นทำประกันชั้น 1 และเลือกซ่อมห้างเพื่อให้ได้อะไหล่แท้ โดยมีเบี้ยประกันสูงตามมูลค่ารถและมักได้รับยกเว้นการตรวจสภาพหากต่อจากประกันแถม
ส่วน รถมือสอง มีตัวเลือกยืดหยุ่นทั้งชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ตามอายุรถ นิยมเลือกซ่อมอู่เพื่อความประหยัด ซึ่งเบี้ยประกันจะถูกลงตามมูลค่ารถที่ลดลง แต่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนหากต้องการทำประกันชั้น 1 หรือเปลี่ยนบริษัทใหม่
บทสรุป
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถมือสอง การเลือกประกันที่เหมาะสมคือการบาลานซ์ระหว่างความเสี่ยงและงบประมาณ รถใหม่ควรเน้นความคุ้มครองที่สมบูรณ์แบบเพื่อรักษาคุณค่าของรถ ส่วนรถมือสองควรเน้นความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและการจัดการภาษีหรือค่าซ่อมที่มีประสิทธิภาพ ก่อนตัดสินใจต่ออายุประกันครั้งหน้า อย่าลืมเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุด สามารถศึกษาแนวทางการเลือกเพิ่มเติมได้ที่
โฆษณา