Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Party Pan Arroonkit
•
ติดตาม
7 ก.พ. เวลา 06:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Anarchy on Earth?
ฤา โลก ไร้ระเบียบ
การเลือกข้าง ของประเทศต่างๆ
อาจจะ ไม่ใช่ คำตอบสุดท้าย
การบริหาร ความเสี่ยง ในการคบหา
ระหว่างประเทศ ให้เกิด Balancing
ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
จากอดีต ที่เคยมี ขั้วอำนาจเดียว
บีบ บังคับ สรรผลประโยชน์ อย่าง
ไม่ยุติธรรม
สงคราม
การเกิดสงคราม ใน
ภูมิภาคต่างๆ ของโลก
มันเป็นเพียง กลยุทธ
ใน นโยบาย ต่างๆ ของ
มหาอำนาจโลก เท่านั้น
เรามาดูตัวอย่าง ง่ายๆ จาก
สหรัฐ-อิหร่าน
เมื่อ สหรัฐ สั่งบุกอิหร่าน
จะทำให้ ราคาน้ำมันโลก
ดีดตัวขึ้นราคา
ประเทศ ที่มี
วัตถุดิบเป็นน้ำมัน
ย่อมได้ ผลประโยชน์ มหาศาล
เช่น
สหรัฐ กลุ่มโอเปค ประเทศค้าน้ำมัน
แต่ ถ้าหยุด ไม่บุก
จะทำให้ราคาน้ำมัน
มีราคาต่ำลง
สิ่งเหล่านี้ มันอยู่ที่ มหาอำนาจเดิม
จะสั่งการอย่างไร
ทำให้โลกต้องขยับ
ดังนั้น แต่ละประเทศ ไม่ว่า
ประเทศขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
ต้อง เลือก ประเทศ ในการ
คบหาสัมพันธ์
ไม่ว่า ต้องเลือกจาก บริบทใด
โดยไม่เลิกคบ พันธมิตร เก่า
BRICS
จีน รัสเซีย ประเทศในกลุ่ม G20
ที่มีศักยภาพ ทั้งวัตถุดิบ
และ การผลิตต่าง
รวบรวมกลุ่ม ที่ เบื่อใน
เหตุการณ์เดิม เหล่านั้น
คือ กลุ่มBRICS ขึ้นมาใหม่
สร้าง เส้นทาง เศรษฐกิจใหม่ๆ
สร้าง การครอบครอง วัตถุดิบ
สร้าง กลุ่ม เพื่อ ความมั่นคง
ทางการทหาร
ประเทศใน กลุ่มที่เกิดใหม่
กลุ่มBRICS
ซึ่งแต่ละตัวอักษร
หมายถึง ชื่อประเทศ
B - Brazil
R - Russia
I - India
C - China
S - South Africa
ประเทศ เหล่านี้ มีทั้ง
วัตถุดิบ พลังงาน
อุตสาหกรรม เทคโนโลยี
จึงทำให้สามารถ ต่อรอง
กลุ่มประเทศ มหาอำนาจ เดิม
อย่าง G7
ที่มีเครื่องมือ คือ ความมั่นคง
ทางทหาร อย่าง NATO
G7 G20 EU NATO SCO
เราจะเห็นว่า กลุ่มประเทศ G7
หรือประเทศในกลุ่ม NATO
รวมถึงกลุ่ม EU
ก็เริ่มทะเลาะกันเอง
แยกตัวกันไปคุยความสัมพันธ์ กับ
ประเทศใหม่ๆ
โดยไม่ดึงกลุ่มเก่า ไปร่วม
ประเทศบางประเทศ ก็ ออกจาก
องค์กรต่างๆ ของโลก
ตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมา
โดย ยันอยู่ที่กฎเดิม
ซึ่งจริงๆ เขาหนี
มันก็จะมีแต่ประเทศ ที่เคย
ได้รับผลประโยชน์ เท่านั้น
ที่จะรวมกลุ่ม
แต่ เหตุใหญ่ ที่
เหล่าประเทศต่างๆ
เบื่อ
มันยังคงอยู่
และ ในการตั้งองค์กรใหม่
มีการเรียกเก็บเงิน ซื้อตำแหน่ง
ไม่ต่างจาก องค์กรที่เคยมีอยู่
แต่ อ้างว่า องค์กรเหล่านั้น
ทำงาน ไม่ได้ประสิทธิภาพ
ทำไม ไม่ซ่อมแซม ของเดิม
สร้างใหม่ ขึ้นมา
แล้ว
สิ่งที่เคยตั้งใจ ตั้งเป้าหมาย
วางวัตถุประสงค์ไว้ล่ะ
มันเปลือง ทรัพยากรของโลก
และ กลายเป็นขยะ เมื่อไม่มีใครใช้
เพิ่ม มลภาวะให้โลก เพิ่มขึ้น
ในความเป็นจริง
กลุ่มบุคคล ที่คอนโทรล
ประเทศมหาอำนาจ กลัว
สูญเสียอำนาจ
พยายาม รักษาไว้ ซึ่ง
อำนาจเดิม ที่ประเทศต่างๆ
พากันหลบหนี ความเอารัดเอาเปรียบ
โลก จะเป็นยุค
อณาธิปไตย Anarchy
ไปชั่วขณะใหญ่ๆ
แต่
มันจะปรับสมดุล ของมันเอง
อย่างค่อยเป็นค่อยไป และ
มั่นคง
ทองคำ น้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์
นั่นคือ
1. ด้านความมั่นคง
อาวุธ เกือบๆ ทัดเทียม
ประเทศใหญ่
มีจำนวน พอที่จะ
ยืนระยะต่อรอง
อีกทั้ง มีการรวมกลุ่มทหาร เพื่อ
ยืนระยะการต่อรอง อีกโสตหนึ่ง
2. ด้านเศรษฐกิจ
วัตถุดิบ ราคาต่ำเพื่อ
แปรรูป มาเป็นสินค้า
และสามารถ มี ตลาดใหม่ๆ
เพิ่มขึ้น
เพื่อ ยอดการขายที่มากขึ้น
อยากให้สกุลเงินของตัวเอง
ค้าขายได้ ในเวทีโลก
ไม่จำเป็นต้อง
พึ่งพาสกุลเงินเดียว
แต่ ก็ต้องมี สกุลเงินกลาง
ที่เอาไว้เทียบค่า
ไม่ใช่เอาผลประโยชน์
โดยมี ทองคำ เป็น
การค้ำประกัน
ดังนั้น ทองคำ จะมีแต่ขึ้น เท่านั้น
เมื่อ ค่าดอลลาร์ ลดต่ำลง
เพราะสองอย่างนี้
สวนทางกันเสมอ
นิกสันช็อค สหรัฐเลิกเอาค่าดอลลาร์
อิงกับ ทองคำ เพื่อแข่ง Demand
และในขณะนั้น โลกสงบสุข
ทองคำใช้จ่ายยาก
ไม่ใช่ยามสงคราม
ค่าความนิยม ใน ดอลลาร์
จึงสูงมาก จนกลายเป็น
สกุลเงินกลางของโลก
ทองคำ ค่าความนิยม
ต่ำกว่ามาก
ราคาจึงต่ำลง
ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ คือ
สิ่งที่มนุษย์ ต้องการจริง
จับต้องได้ เป็นของจริง
มนุษย์ บริโภค เพื่อ สร้างขยะ
วันละเท่าไหร่ ต่อคน
แต่ เงินกระดาษ คือ สิ่งสมมุติ
เปรียบเสมือน ฟองสบู่
ซักวันก็ต้องแตก
ไม่มีใคร รักษาฟองสบู่
ไม่ให้แตก ได้
ข่าวในปัจจุบันนี้
ค่อนข้างดูยาก เพราะ
1. สำนักข่าว นั่งเทียน
2. สำนักข่าว เป็น I/O ของฝั่งหนึ่งฝั่งใด
3. แต่ละประเทศ Fake ข่าวเพื่อให้สื่อ
เอาไป แจ้งประชาชน เหล่านี้ คิด แผน
ยึดจิตใจ และ/หรือ การตลาดไว้แล้ว
เราไม่สามารถ เห็นอีก ว่า
การประชุมต่างๆ
ต่อสายคุยกัน ต่อหน้า
ต่างกับ
คุยกัน ไม่ให้ใครเห็น
เป็นอย่างไร
New world order.
มาถึงทุกวันนี้ ประชาโลก ต่างก็
ไม่ค่อย เชื่อใจ สหรัฐ จึงหันมาถือ
ทองคำกัน
การที่ราคาทองคำตก
ลงชั่วคราว
มันเป็นเพราะ การเก็งกำไร กัน
ของ ตลาดเงินทุน เท่านั้น
และอนาคตของทองคำ จะเป็น
ตัวค้ำประกัน สกุลเงินต่างๆ
เป็นหลัก
และ จะมี
Commodity สินค้าโภคภัณฑ์
เป็น ตัวค้ำรองสกุลเงิน
รองจากทองคำ
โลกในอนาคตอันใกล้
โลกจะแข่งขันกัน บนพื้นฐาน
กฎเกณฑ์ที่มั่นคง ยุติธรรม
แต่จะมีการเกื้อหนุนกัน
ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง กันง่ายๆ
เหมือนเดิม
เหมือนกับ
ส่วนหนึ่ง ของเพลง Imagine
โดย จอห์น เลนนอน
แห่ง The beatles
And the world will be as one.
และ โลกจะเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนช่วงท้ายเพลง
เนื้อจะเปลี่ยนนิดหน่อย
And the world will live as one.
และโลกจะอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
ต่อนี้ไป ยังจะมี
เหตุการณ์ใหญ่ ต่อจาก จุดนี้อีก
รอภาคต่อไป เรื่องมันยาว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย