7 ก.พ. เวลา 09:17 • การเมือง

รัฐธรรมนูญปราบโกง การกระทำที่เป็นภัยต่อจารีต

รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง 2560
ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อปราบการโกง
ที่ 'ถูกต้องตามจารีต'
แต่เขียนมาเพื่อปราบการกะทำ
ที่ 'เป็นภัยต่อจารีต' เท่านั้น
รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงมีความย้อนแย้ง
ภายใต้ตัวอักษรที่ดูสวยหรู
มีกลไกที่คัดกรองความดี/ความเลว
ตาม "บรรทัดฐานของกลุ่มจารีต"
ไม่ใช่ "บรรทัดฐานของความยุติธรรมสากล"
ความย้อนแย้งแรกคือ เป็นรัฐธรรมปราบโกงแต่คุ้มครองการโกงที่ ‘ถูกต้องตามจารีต’
‘ถูกต้องตามจารีต’ อย่างไรนะหรือครับ
ก็เป็นการโกง การทุจริตหรือการแสวงหาผลประโยชน์
ที่แนบเนียนไปกับระบบราชการ ระบบอุปถัมภ์
และโครงสร้างอำนาจเดิม
ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกที่จะ "มองไม่เห็น"
หรือ "ออกแบบให้ตรวจสอบไม่ได้"
อะไรบ้างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกที่จะ "มองไม่เห็น"
หรือ "ออกแบบให้ตรวจสอบไม่ได้"
ก็ส่วยและค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ไงครับ
การที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือเครือข่ายอีลีต
รับ "ค่าที่ปรึกษา" หรือ "หุ้นลม"
จากทุนสีเทาข้ามชาติอย่างเฉินจื้อ
รัฐธรรมนูญไม่ได้วางกลไกตรวจสอบ
ที่ลึกพอจะไปถึงวงจรเหล่านี้
เพราะมันถูกทำให้กลายเป็น "สินน้ำใจ"
หรือ "ธรรมเนียมปฏิบัติ"
อะไรบ้างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกที่จะ "มองไม่เห็น"
หรือ "ออกแบบให้ตรวจสอบไม่ได้" อีก
การฟอกขาวผ่านโครงการรัฐ ไงครับ
การอนุมัติโครงการที่เอื้อกลุ่มทุนพวกพ้อง
โดยอ้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
กลายเป็นการโกงที่ถูกกฎหมาย
เพราะมีรัฐธรรมนูญรองรับว่า
"ทำเพื่อความมั่นคงและยุทธศาสตร์ชาติ"
อะไรบ้างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกที่จะ "มองไม่เห็น"
หรือ "ออกแบบให้ตรวจสอบไม่ได้" อีก
ก็นโยบาย "ผลัดกันชม" ไงครับ
การจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ของ "บ้านใหญ่"
เพื่อรักษาฐานเสียงอุปถัมภ์
ไม่ถูกนิยามว่าเป็นการโกงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ตราบใดที่บ้านใหญ่นั้น
ยังสยบยอมต่อระเบียบอำนาจจารีต
อะไรที่รัฐธรรมฉบับปราบโกง
จ้องจะทำลายล้าง จะใช้กลไกอำนาจกล่าวร้ายว่าผิดว่าโกง
เพราะมีการกระทำอันเป็นภัยต่อจารีต
กลไกอำนาจจะทำงานอย่างเข้มแข็ง ฉับไว และเด็ดขาด
เมื่อตรวจพบการกระทำที่สั่นคลอนโครงสร้างอำนาจเดิม
การกระทำอันเป็นภัยต่อจารีต ที่กลไกอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
จะเต้นออกมาปราบทันที คือ
การท้าทายลำดับชั้น
หากนักการเมืองรุ่นใหม่เสนอนโยบายที่ตัดงบประมาณกองทัพ
หรือพยายามทำลายการผูกขาดของกลุ่มทุนจารีต
กลไก "ปราบโกง" ในรัฐธรรมนูญ
จะทำหน้าที่ตีความอย่างกว้างขวางทันที
เช่น .ใช้จริยธรรมนักการเมือง
เพื่อกำจัดคนเหล่านี้ออกไปจากระบบ
กลไกอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
จะเต้นออกมาปราบทันที
เมื่อมีการแย่งชิงความจงรักภักดี
หากมีการใช้นโยบายที่ทำให้ประชาชนรู้สึกยึดโยงกับ
"สิทธิ" มากกว่า "บุญคุณ" ของรัฐจารีต
นโยบายนั้นจะถูกตราหน้า
ว่าเป็นการ "โกงเชิงนโยบาย"
หรือ "คอร์รัปชันประชานิยม" ทันที
เพื่อปกป้องไม่ให้ระบบอุปถัมภ์เดิมล่มสลาย
กลไกอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
จะเต้นออกมาปราบทันที
เมื่อมีความผิดพลาดของฝั่งตรงข้าม
แม้จะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยทางธุรการ
แต่ถ้าเป็นฝั่งที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้าง
รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำหน้าที่เป็น "นิติสงคราม"
ประหารชีวิตทางการเมืองทันทีโดยไม่มีการรอลงอาญา
รัฐธรรมนูญปราบโกงในฐานะ
"ตะแกรงร่อนการโกงให้กับ
การโกงที่ 'ถูกต้องตามจารีต'
ของพวกอีลีต พวกทุนเทา พวกบ้านใหญ่
องค์กรอิสระจะตีความแบบศรีธนญชัย
ยึดเอาตัวอักษรทุกตัวมาตีความอย่างสุดโต่ง
เพื่อหาช่องโหว่ให้ "คนของจารีต"
รอดพ้นความผิด หรือเพื่อจัดการศัตรูทางการเมือง
เช่นตีความว่านาฬิกาเป็น
"สังหาริมทรัพย์ที่ยืมกันได้"
เมื่อยืมมาใส่แล้วคืน (แม้จะใส่ติดตัวเป็นปีๆ)
ก็ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน
เพราะไม่ใช่ "กรรมสิทธิ์" ของตนเอง พะน่ะ
ในการเลือก ส.ว. ปี 2567
มีการพบการฮั้วกันอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่
องค์กรอิสระตีความว่า
"กระบวนการเลือกเสร็จสิ้นแล้วตามขั้นตอน"
หากไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินที่ชัดเจนในขณะนั้น
ก็ถือว่าเป็นการเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย พะน่ะ
นี่คือการตีความแบบ
"เน้นขั้นตอนแต่ทิ้งสาระ"
เมินเฉยต่อพฤติกรรมความผิดปกติที่สังคมเห็นทั้งประเทศ
เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจในสภาสูง
ให้เป็นคนของจารีตต่อไป
กรณีการตัดสิทธิ์นักการเมืองฝั่งก้าวหน้า/ประชาชน
ด้วยเรื่องการถือหุ้นในบริษัทที่แทบไม่ได้ทำสื่อแล้ว
การถือหุ้นในบริษัทที่หยุดดำเนินกิจการ
หรือมีหุ้นเพียงเล็กน้อยจนไม่มีอำนาจสั่งการสื่อ
ตีความตามตัวอักษรว่า
"ถ้ามีชื่อเป็นบริษัทสื่อ
แม้จะเป็นซากบริษัท = ขาดคุณสมบัติ"
โดยไม่ดูเจตนารมณ์ว่าหุ้นนั้น
สามารถใช้ "ให้คุณให้โทษ"
ทางการเมืองได้จริงหรือไม่
เป็นการใช้กฎหมายเป็น "อาวุธ"
เพื่อกำจัดคู่แข่งที่มีคะแนนนิยมสูง
โดยอาศัยการตีความที่คับแคบ
และเคร่งครัดเป็นพิเศษเฉพาะกับบางฝ่าย
การตีความเรื่องวาระดำรงตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2560
ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2557
ตีความว่าเริ่มนับ "หนึ่ง"
เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้
หรือนับจากวันที่ได้รับแต่งตั้งหลังเลือกตั้งปี 2562
โดยมองข้าม "ข้อเท็จจริง"
ที่ว่าประยุทธฺนั้นกุมอำนาจบริหารประเทศ
ในตำแหน่งน่ายรัฐมนตรีต่อเนื่องมาโดยตลอด
เป็นการตีความเพื่อ "สืบทอดอำนาจ"
ตรรกะแบบศรีธนญชัย:
"กฎหมายมีไว้ใช้กับศัตรู
มีไว้ข้ามสำหรับพวกพ้อง"
การตีความแบบนี้คือการสร้าง
"ชนชั้นทางกฎหมาย"
เมื่อเป็นคนรากหญ้าหากเก็บเห็ดในป่า
หรือรุกที่ดินอุทยานเพียงนิดเดียว
กฎหมายจะตีความอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด
หากเป็นอีลีตจารีต
: กฎหมายจะกลายเป็น
"ดินน้ำมัน" ที่ถูกนวดและปั้นให้โค้งมน
เพื่อให้คนเหล่านั้นลอดผ่านช่องโหว่ไปได้อย่างสวยงาม
นี่คือ "มลพิษทางกระบวนการยุติธรรม"
จากรัฐธรรมนูญปราบโกง
มันคือสิ่งที่ทำให้ความเชื่อมั่น
ของพลเมืองเน่าเสีย
และเป็นเหตุให้คนรุ่นใหม่
มองว่า "ความถูกต้องไม่มีจริง
มีแต่อำนาจที่ถูกกฎหมาย" เท่านั้น
รัฐธรรมนูญปราบโฏงฉบับนี้พยายามสร้างวาทกรรมว่า
"คนดี" คือ "คนของจารีต"
ดังนั้นต่อให้คนเหล่านี้จะเกี่ยวพันกับเงินสีเทาของเฉินจื้อ
แต่ถ้าเขายังเป็นฟันเฟืองให้ระบอบเดิมได้
เขาก็ยังเป็น "คนดี" ที่ควรอยู่ปราบโกงต่อไป
นี่คือ "มลพิษทางกฎหมาย"
ที่ตกค้างยาวนาน มันทำลาย
"จิตสำนึกพลเมือง"
เพราะทำให้คนไทยรู้สึกว่า
"ความยุติธรรมขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนของใคร
ไม่ใช่ว่าคุณทำอะไร"
"รัฐธรรมนูญปราบโกงฉบับนี้
จึงเป็นเพียง 'ยามหน้าประตู'
ที่คอยตรวจบัตรเฉพาะคนที่เดินเข้ามา
เพื่อจะขอเปลี่ยนเจ้าของบ้าน
แต่สำหรับคนที่เข้ามา
เพื่อช่วยเจ้าของบ้าน
ขนของออกไปทางประตูหลัง...
ยามคนนี้จะแกล้งหลับครับ"
ตาสว่างกันหรือยังครับ?
ถ้าเรายังไม่ร่วมกันรื้อตะแกรงร่อนตัวนี้ทิ้ง
ต่อให้มีรายชื่อเฉินจื้ออีกหมื่นชื่อ
ประเทศไทยก็ยังจะถูกบริหารโดย
"ขบวนการฟอกขาว"
ในชุดเครื่องแบบต่อไป
โฆษณา