7 ก.พ. เวลา 09:37 • ไลฟ์สไตล์

ความจดจำของมนุษย์

ในขณะที่มนุษย์มีชีวิตอยู่
ใช้ชีวิตเพื่อดำรงอยู่ที่เรา
เรียกขานกันว่า“เรามีชีวิต”
(WE HAVE LIFE)
เอาเถอะเนาะ!
แม้นานอาจตลอดครึ่งค่อน
ชีวิตเราอาจมิได้คิดถึงว่า
ชีวิตใครชีวิตใดจะเป็นอย่าง
ไรก่ะตาม
เมื่อเรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่าง
กลับกลายเป็นความว่างเปล่า
ว่างจนไม่มีอะไรเหลืออยู่
ในนั้นเลยแม้แต่น้อยนิด
ว่างจนเปล่ากลายเป็น“ว่างเปล่า?”
สุดท้ายชีวิตของมนุษย์คนนั้น
ก่ะว่างเปล่าเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง
ทิ้งไปจากตน
แม้สุดท้ายทุกอย่าง
จะเป็นความว่างเปล่า
แต่
Pataเชื่อว่า
ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา
ผ่านกาลเวลา
จะคงอยู่ในความทรงจำ
ที่จำจดไว้ทั้งหมดเสมอ
ฝูงนกดวงตะวันพระจันทร์
ดวงดาวและก้อนเมฆ
ช่วยกันเติมความ
ว่างเปล่าให้ท้องฟ้า
ส่วนมนุษย์คนนั้นจะเติมเต็ม
ความว่างเปล่านั้นด้วย
ความฝันและจินตนาการ
นี่แหละความว่าเปล่าที่ถูกเติมเต็มเสมอๆ
มันว่างเปล่าแล้วไงต่อดีนะ?
ปราชญ์กล่าวว่า
โลกใบแสนกว้างใหญ่
แลดูว่างเปล่าเหลือกำลัง
ตราบใดที่มนุษย์เรายัง
มิอาจมองหาเห็น“คุณค่า”
ในใจนั้นได้เจอ
แท้ที่จริงแล้วหากมองย้อน
กลับไปตามเหตุตามผลแล้ว
มนุษย์ก่ะแค่จบทุกสิ่งเพื่อจำ
ต้องย้อนกลับไปที่ความว่าง
ว่างเปล่าเดิมตั้งแต่ตนชีวิต
ตั้งแต่เกิดมา
รักที่จะอยู่ก้อใจนึงและดูสังขารที่จะอยู่มันดูจะเสื่อมสลายไปทุกทีบางครั้งก่ะเลยคิดว่า“อยู่ไปก่ะไม่มีค่า”แล้วละน้อ!
หากเราเอาความสุขเสียใจ
หักลบด้วยค่าเสียเวลาทั้งหมด
แล้วคงจะสมดุลกันกับกำไร
รึขาดทุนที่อยู่ในอุดมคติของ
ชีวิตนั้นๆเอง
นี่แค่มนุษย์คิดถึงตัวตนเอง
มิได้ครวญคำนึงถึงชีวิตอื่นๆ
ที่ร่วมโลกด้วยกันที่ส่วนน้อย
เราจะคิดถึงค่าคุณค่าของชีวิต
สะท้อนความเท่าเทียมที่ไม่ทัดเทียม
อื่นๆที่ต่างก็รับชะตากรรม
ความเจ็บปวดบาดเจ็บขาดทุนแสนสาหัสลำเค็ญที่เค้าก่ะ
มีคุณค่าเทียมไม่เท่าเช่นกัน
โฆษณา