7 ก.พ. เวลา 12:15 • ปรัชญา
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งฟังการบรรยายธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สบาย

พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสมมติสัจจะ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ เป็นความรู้ความเข้าใจ เพื่อเราจะได้เอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ
สมมติสัจจะทั้งหลายชี้บ่งบอกเรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูก ไม่ดีไม่ชั่ว สมมติสัจจะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เราทั้งหลายต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติ เราต้องมองเห็นความสำคัญในสมมติสัจจะนั้น ๆ ที่เป็นความดี เป็นปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ก้าวไปในปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง
ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราประมาทในสมมติสัจจะ ที่เป็นความดีและปัญญา เพื่อปัจจุบันเราจะได้ก้าวไปด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยปัญญา นี้เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาเดินควบคู่กันไป
เราจะเป็นคฤหัสถ์ผู้ครองบ้านครองเมือง เราจะเป็นนักบวชผู้ไม่มีบ้านไม่มีเรือน แนวทางแห่งการประพฤติการปฏิบัติก็ไปในทางเดียวกัน
เส้นทางอริยมรรค ให้เราทั้งหลายรู้เรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรมที่เป็นกรรมกรเป็นอุปกรณ์ ใจของเราต้องรู้เข้าใจ ใจของเราต้องมีปัญญา จะได้ก้าวไปด้วยปัญญาและความดี เอาความดีและปัญญาเป็นอุปกรณ์ในการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาทำหน้าที่ของเราดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา เอาปัญญามาทำความดีเพื่อหน้าที่ เพราะเหตุผลว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ผู้มีปัญญาคือผู้มีแสงสว่าง แสงสว่างอะไรจะสู้แสงสว่างปัญญาไปไม่ได้ ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องปฏิบัติมาก ๆ เพื่อเอาปัญญานั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ปัญญานั้นเกิดเป็นนิติบุคคลตัวตน ต้องเอาปัญญานั้นมาใช้มาเสียสละ
การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิ เจริญปัญญา เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้วัตถุด้วยอาศัยวิทยาศาสตร์ที่พัฒนา ด้วยปัญญาอาศัยจิตใจที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีฉันทะมีความพอใจเพราะอันนี้เป็นความดีเพื่อความดี ความดีเพื่อความดีนั้นเป็นอย่างหนึ่งนะ แต่ถ้าทำความดีเพื่อนิติบุคคลตัวตนก็เป็นอีกอย่างหนึ่งนะ อันหนึ่งเป็นพระนิพพาน อันหนึ่งเป็นวัฏฏสงสาร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจนะ
เราทุกคนได้รับทรัพยากรที่ประเสริฐ ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เราเกิดมาเป็นมนุษย์เราได้ทรัพยากรที่ประเสริฐนะ ให้เรารู้ให้เข้าใจ ว่าทรัพยากรของมนุษย์นี้เป็นทรัพยากรที่ประเสริฐ เราต้องรู้เข้าใจ เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เห็นคุณในสิ่งที่ถูกต้อง รู้จักสมมติสัจจะ
เราต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติปฏิบัติให้มีความสุขในปัจจุบันนะ เพราะเหตุผลว่าอดีตก็ปฏิบัติไม่ได้ อนาคตก็ปฏิบัติไม่ได้ ปัจจุบันนี้ถึงเป็นความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติ อันนี้เป็นการทำที่สุดแห่งความดับทุกข์ ไม่มีความทุกข์นะ เป็นความสุขเป็นความสงบเป็นพระนิพพานในปัจจุบันเป็นขณะ ๆ เป็นขณะสำหรับเสขบุคคล บุคคลรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความยึดมั่นถือมั่นที่มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนเราต้องรู้เข้าใจนะ ต้องเข้าใจในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ผ่านด่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ไป
ความขี้เกียจขี้คร้านนี้ที่เกิดให้มีนิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ เราต้องรู้เข้าใจในข้อวัตรในข้อปฏิบัตินะ เราต้องรู้จักปัญหา จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ เพื่อเราทุกคนจะได้ยกเลิกความยึดมั่นถือมั่น ยกเลิกความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณ ที่มีความยึดมั่นหมายมั่นว่าเป็นนิติบุคคลตัวตน ว่าเราเป็นคนโน้นคนนี้ เป็นเด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นคนเฒ่าคนชรา คนตายคนพลัดพราก
เราจะได้หยุดสัญชาตญาณ จะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต จะไม่ได้เอาความผิดนำชีวิต เดี๋ยวชีวิตนี้มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย แผ่นดินไหวอยู่ตั้งไกลร่วมพันกิโล อยู่ที่ประเทศพม่า ศูนย์กลางอยู่เมืองมัณฑะเลย์ ด้วยความไม่ถูกต้อง ความไม่ถูกต้องนั้นมันจึงได้พังทลายเกิดความเสียหาย
เราต้องพากันรู้เข้าใจ ผู้ที่มาบวชต้องมายกเลิกความยึดมั่นถือมั่น มายกเลิกความขี้เกียจขี้คร้าน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นความยึดมั่นถือมั่น มันเป็นตัวเป็นตนนะ ไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ในโลกนี้ เอาความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ที่มีความเกียจคร้านเป็นพื้นฐาน ที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนนี้ เราต้องรู้เข้าใจนะ ผู้ที่มีความรู้ผู้ที่มีปัญญานั้นมีมาก ๆ แต่ผู้รู้ผู้เข้าใจผู้มีปัญญานั้นยังไม่ได้เอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาประพฤติมาปฏิบัติ ยังเอาความยึดมั่นถือมั่น ยังไม่พากันเสียสละ ถึงได้มีความขี้เกียจขี้คร้านที่ตกอยู่ในอำนาจ ยังเป็นทาสของสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ยังมีความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นเราเป็นคนอื่น
พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เป็นสมมติสัจจะ ให้เรารู้ให้เข้าใจ เพื่อมาละลายพฤติกรรมที่เป็นความยึดมั่นถือมั่น พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ที่เป็นสมมติสัจจะนั้นจึงสำคัญหมดทุกข้อทุกสิกขาบท
เหตุปัจจัยนั้นถึงเป็นพื้นฐาน ศีลถึงเป็นฐาน เค้าจะปลูกบ้านสร้างเรือนก็ต้องมีสถานที่ มีพื้นมีฐาน เราจะเดินไปแต่ละก้าวก็ต้องมีพื้นรองรับทั้งก้าวขวาก้าวซ้าย ศีลนั้นถึงเป็นพื้นฐาน พระนิพพานนั้นถึงเป็นพื้นฐาน สัมมาสมาธินั้นคือความตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปตามธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ให้เรารู้เข้าใจ เราจะใจอ่อนไม่ได้ ความดีก็ต้องเป็นความดี ไม่มีความชั่วถึงเรียกว่าความดี
ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นการยกเลิกธาตุ ยกเลิกขันธ์ ยกเลิกอายตนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้คืนอธิปไตยให้กับธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของธาตุของขันธ์ของอายตนะ ความรู้ความเข้าใจนี้จะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ
ด้วยเหตุผลนี้ผู้มาบวชทั้งหลายต้องหยุดต้องยกเลิกความยึดมั่นถือมั่น เพื่อหยุดสัญชาตญาณด้วยพระธรรมด้วยพระวินัยด้วยสมมติสัจจะ
ความเป็นพระนั้นหมายถึงพระธรรมหมายถึงพระวินัย หมายถึงธรรมนูญหมายถึงรัฐธรรมนูญ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้เป็นพระทั้งภายนอกภายใน เป็นทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ใจ เป็นความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ความดีเพื่อตัวเพื่อตน เป็นการยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นอีโก้เป็นตัวเป็นตน ที่มันก้าวไปด้วยทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนเรียกว่ามันเป็นมานะ ๙ ก้าวไปด้วยทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจในปัญหาด้วยปัญญา ตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็ไม่มีอยู่แล้ว จะเป็นความสุขของมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ เป็นนิพพานสมบัติ เป็นปัจจุบันขณะ ๆ ไปด้วยความรู้ความเข้าใจ มีความรู้ก็ต้องมีการประพฤติมีการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอีกด้วย
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
โฆษณา