10 ก.พ. เวลา 04:19 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

กำเนิดดาวย้อนวัยในกระจุกดาว

ดาวบางดวงก็ท้าทายกาลเวลาได้อาศัยอยู่ในกระจุกดาวโบราณ พวกมันสาดแสงสีฟ้าและสว่างกว่าเพื่อนบ้านของพวกมัน โดยรวมแล้ว ดูมีอายุน้อยกว่าอายุจริงของพวกมัน
วัตถุที่เรียกว่า blue straggler stars ดาวประหลาดเหล่านี้สร้างความกังขาให้นักดาราศาสตร์มานานกว่า 70 ปีแล้ว มันเป็นดาวมวลสูงไม่ปกติที่เผาไหม้ไฮโดรเจนในแกนกลางซึ่งตามทฤษฎีวิวัฒนาการดาวเดี่ยวแล้วไม่ควรอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ ผลสรุปใหม่โดยใช้กล้องฮับเบิลก็เผยให้เห็นว่าดาวที่ดูอายุน้อยอยู่ตลอดเวลานี้เป็นมาอย่างไร และเพราะเหตุใด พวกมันจึงอยู่ในกลุ่มเพื่อนบ้านสูงอายุได้
Blue straggler โดดเด่นอยู่ในกระจุกดาวสูงอายุเนื่องจากพวกมันดูร้อนกว่า, มีมวลสูงกว่าและอายุน้อยกว่าดาวอื่นๆ ในละแวกเพื่อนบ้านซึ่งควรจะก่อตัวขึ้นพร้อมกันเมื่อหลายพันล้านปีก่อน การมีอยู่ของพวกมันท้าทายทฤษฎีมาตรฐานว่าด้วยการแก่เฒ่าของดาว ได้สร้างการโต้เถียงมาหลายสิบปีว่าพวกมันถูกสร้างผ่านการชนของดาวที่รุนแรง หรือแม้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวคู่ กันแน่
blue straggler star(ในวงสีเหลือง) ในกระจุกดาว 47 Tucanae ภาพปก blue straggler star ใน NGC 6397
การศึกษาใหม่ให้หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า พวกมันมีลักษณะความเยาว์วัยไม่ได้มาจากการชน แต่มีชีวิตชีวาจากดาวเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้มาก และจากสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พันธมิตรเหล่านั้นอยู่รอดได้ งานวิจัยใหม่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications
ทีมวิจัยนานาชาติวิเคราะห์การสำรวจกระจุกดาวทรงกลม(globular cluster) 48 แห่งในทางช้างเผือกจากฮับเบิลในช่วงแสงอุลตราไวโอเลต เพื่อแยกแยะดาวอายุน้อยซึ่งร้อนกว่าเปล่งรังสีในช่วงความยาวคลื่นที่สั้นกว่า ดาวอายุมากสีแดงซึ่งเปล่งคลื่นในช่วงความยาวคลื่นมากกว่า รวบรวมเป็นบัญชีรายชื่อดาว blue straggler ที่ใหญ่ที่สุดและครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด
กลุ่มตัวอย่างมีวัตถุมากกว่า 3000 ดวง กระจุกต้นสังกัดของพวกมันกระจายอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นไปได้อย่างครบถ้วนที่สุด ตั้งแต่ ระบบที่เกาะกันอย่างหลวมมาก จนถึงระบบที่หนาแน่นสูงมาก ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้สำรวจความเชื่อมโยงที่สงสัยมานานระหว่าง blue straggler กับสภาพรอบข้างของพวกมัน
โดยแทนที่จะพบ blue straggler มากขึ้นในกระจุกที่แออัดและหนาแน่นที่สุดที่น่าจะมีการชนมากที่สุด ทีมต้องประหลาดใจที่ได้พบสิ่งตรงกันข้าม กล่าวคือ สภาพแวดล้อมที่หนาแน่นจะมี blue straggler อยู่น้อยกว่า แต่ดาวเหล่านี้กลับพบได้มากกว่าในกระจุกความหนาแน่นต่ำซึ่งดาวมีพื้นที่ว่างมากกว่า และระบบคู่ที่เปราะบางก็น่าจะอยู่รอดได้มากกว่า
งานศึกษานี้ได้แสดงว่าสภาพแวดล้อมมีบทบาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของดาว Francesco R. Ferraro ผู้เขียนนำการศึกษา ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโบโลญญา ในอิตาลี กล่าว blue straggler มีความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของระบบดาวคู่อย่างแน่นอน แต่การอยู่รอดของพวกมันขึ้นอยู่กับสภาวะแหล่งที่พวกมันอาศัยอยู่ สภาพแวดล้อมที่มีความหนาแน่นต่ำให้ที่อยู่ที่ดีที่สุดสำหรับระบบดาวคู่ และผลผลิตของพวกมัน ช่วยให้ดาวบางส่วนดูมีอายุน้อยกว่าที่เป็นจริง
กลไกการกำเนิด Blue straggler star ที่เสนอขึ้นก่อนงานวิจัยนี้
นักวิจัยยังใช้การตรวจสอบจำนวนที่ได้เพื่อเชื่อมโยงจำนวน blue stragglers กับคุณลักษณะของกระจุกต้นสังกัด เช่น กำลังสว่าง(luminosity) การตรวจสอบบอกว่าประชากร blues straggler แปรผันอย่างกว้าง ตั้งแต่มี blue straggler 3 ถึง 58 ดวงต่อหน่วยกำลังสว่าง ซึ่งเทียบเท่ากับความสว่างของดวงอาทิตย์ 1 หมื่นดวง ซึ่งกำลังสว่างก็เชื่อมโยงกับมวลโดยรวมของกระจุก และต่อถึงความหนาแน่นของมัน
ทีมพบว่า blue stragglers มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบดาวคู่ซึ่งมีดาวสองดวงโคจรรอบกันและกัน ในระบบเหล่านั้น ดาวดวงหนึ่งอาจดึงวัสดุสารออกจากคู่หูหรือควบรวมกันไปเลย ได้เชื้อเพลิงใหม่ๆ และสาดแสงสว่างขึ้นและมีสีฟ้าขึ้น(ย้อนนาฬิกากลับไปตั้งต้นใหม่)
อย่างไรก็ตาม การสำรวจแสดงว่าสภาพแวดล้อมที่หนาแน่นจะมีระบบคู่น้อยกว่า ซึ่งบอกว่าในกระจุกที่แออัด การผ่านเข้าใกล้กันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจแยกคู่ออกจากกันได้ก่อนที่พวกมันจะมีเวลาสร้าง blue straggler ได้ ในสภาพแวดล้อมที่สงบกว่า ระบบคู่จะอยู่รอดได้นานและมี blue straggler ออกมา
กระจุกดาวที่แออัดไม่ได้เป็นที่ที่เป็นมิตรกับดาวคู่หู Enrico Vesperini จากมหาวิทยาลัยอินดีอานา อธิบาย เมื่ออวกาศแออัด ระบบคู่ก็จะถูกทำลายได้ง่ายกว่า และดาวก็สูญเสียโอกาสในการย้อนวัย
การค้นพบนี้เป็นครั้งแรกที่สำรวจพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและตรงข้ามกับที่คาดไว้ ระหว่างประชากร blue straggler กับสภาพแวดล้อมของพวกมัน ซึ่งยืนยันว่า blue stragglers เป็นผลพลอยได้โดยตรงจากวิวัฒนาการระบบคู่และเน้นให้เห็นว่าสภาพรอบข้างดาวจะส่งอิทธิพลต่อความเป็นมาเป็นไปของดาวได้อย่างไร
ภาพกระจุกดาวทรงกลมสองแห่งเทียบเคียงกัน คือ NGC 3201(ซ้าย) และ M70(ขวา) กระจุกดาวด้านขวาจะเห็นได้ชัดว่ามีรูปร่างกะทัดรัด โดยดาวที่ใกล้ใจกลางอยู่ใกล้ชิดกันมาก เมื่อเทียบแล้ว กระจุกด้านซ้ายแออัดน้อยกว่า ดาวกระจายห่างจากกันมากกว่าอีกกระจุก
งานนี้ให้หนทางใหม่แก่เราในการเข้าใจว่าดาวพัฒนาอย่างไรตลอดหลายพันล้านปี Barbara Lanzoni ผู้เขียนร่วมจากมหาวิทยาลัยโบโลญญา อิตาลี กล่าว มันได้แสดงว่าแม้แต่ชีวิตของดาวก็ถูกกำกับโดยสภาพแวดล้อมของพวกมัน เหมือนกับระบบที่อาศัยบนโลก
ด้วยการแยกแยะดาวฤกษ์เดี่ยวๆ ในกระจุกที่แออัด และสำรวจพวกมันในช่วงอุลตราไวโอเลต ฮับเบิลเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดในการค้นหารูปแบบที่หลบซ่อนมานานนี้ การค้นพบไม่เพียงแต่ไขปริศนาที่มีมานาน แต่ยังเปิดเส้นทางใหม่ในการเข้าใจว่าดาวมีปฏิสัมพันธ์, แก่เฒ่า และบางครั้งก็หาทางย้อนวัยกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อย่างไร
นอกเหนือจากไขปริศนาแล้ว การศึกษานี้ยังให้หนทางใหม่ในการเข้าใจว่าดาวพัฒนาตัวอย่างไรในช่วงหลายพันล้านปี เมื่อเวลาผ่านไป blue stagglers ก็อาจจะไม่ได้อยู่สบายตลอดทั้งชีวิตของพวกมัน เนื่องจากพวกมันมีมวลสูงกว่าญาติพี่น้อง จึงมีโอกาสมากกว่าที่จะจมลงสู่ใจกลางกระจุก ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า ความเสียดทานพลวัต(dynamical friction)
แม้ว่าจะเป็นชะตาที่อาภัพสำหรับดาวที่รักความสงบเหล่านี้ แต่นักดาราศาสตร์ก็สามารถใช้พวกมันเป็น “นาฬิกาพลวัต” เพื่อหาอายุของกระจุกได้โดยใช้การกระจายของ blue stragglers ในกระจุก
สุดท้ายแล้ว ดาวย้อนวัยเหล่านี้ก็เน้นให้เห็นถึงสมดุลดาวแบบพลวัต ถ้าพวกมันก่อตัวขึ้นมีมวลสูงกว่านี้ ก็น่าจะตายไปนานโดยเป็นซุปเปอร์โนวาหรือดาวแคระขาว ขนาดที่กำลังพอดีไม่ถึง 0.8 เท่ามวลดวงอาทิตย์ ช่วยให้พวกมันอยู่ได้ยาวพอที่จะย้อนวัยได้โดยชีวิตของญาติพี่น้องดาวเอง
แหล่งข่าว phys.org : Hubble uncovers the secret of blue straggler stars that defy aging
livescience.com : James Webb telescope solves mystery of “forever young” vampire stars from the dawn of time
โฆษณา