โดยแทนที่จะพบ blue straggler มากขึ้นในกระจุกที่แออัดและหนาแน่นที่สุดที่น่าจะมีการชนมากที่สุด ทีมต้องประหลาดใจที่ได้พบสิ่งตรงกันข้าม กล่าวคือ สภาพแวดล้อมที่หนาแน่นจะมี blue straggler อยู่น้อยกว่า แต่ดาวเหล่านี้กลับพบได้มากกว่าในกระจุกความหนาแน่นต่ำซึ่งดาวมีพื้นที่ว่างมากกว่า และระบบคู่ที่เปราะบางก็น่าจะอยู่รอดได้มากกว่า
งานศึกษานี้ได้แสดงว่าสภาพแวดล้อมมีบทบาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของดาว Francesco R. Ferraro ผู้เขียนนำการศึกษา ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโบโลญญา ในอิตาลี กล่าว blue straggler มีความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของระบบดาวคู่อย่างแน่นอน แต่การอยู่รอดของพวกมันขึ้นอยู่กับสภาวะแหล่งที่พวกมันอาศัยอยู่ สภาพแวดล้อมที่มีความหนาแน่นต่ำให้ที่อยู่ที่ดีที่สุดสำหรับระบบดาวคู่ และผลผลิตของพวกมัน ช่วยให้ดาวบางส่วนดูมีอายุน้อยกว่าที่เป็นจริง
กลไกการกำเนิด Blue straggler star ที่เสนอขึ้นก่อนงานวิจัยนี้
นักวิจัยยังใช้การตรวจสอบจำนวนที่ได้เพื่อเชื่อมโยงจำนวน blue stragglers กับคุณลักษณะของกระจุกต้นสังกัด เช่น กำลังสว่าง(luminosity) การตรวจสอบบอกว่าประชากร blues straggler แปรผันอย่างกว้าง ตั้งแต่มี blue straggler 3 ถึง 58 ดวงต่อหน่วยกำลังสว่าง ซึ่งเทียบเท่ากับความสว่างของดวงอาทิตย์ 1 หมื่นดวง ซึ่งกำลังสว่างก็เชื่อมโยงกับมวลโดยรวมของกระจุก และต่อถึงความหนาแน่นของมัน
ทีมพบว่า blue stragglers มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบดาวคู่ซึ่งมีดาวสองดวงโคจรรอบกันและกัน ในระบบเหล่านั้น ดาวดวงหนึ่งอาจดึงวัสดุสารออกจากคู่หูหรือควบรวมกันไปเลย ได้เชื้อเพลิงใหม่ๆ และสาดแสงสว่างขึ้นและมีสีฟ้าขึ้น(ย้อนนาฬิกากลับไปตั้งต้นใหม่)
อย่างไรก็ตาม การสำรวจแสดงว่าสภาพแวดล้อมที่หนาแน่นจะมีระบบคู่น้อยกว่า ซึ่งบอกว่าในกระจุกที่แออัด การผ่านเข้าใกล้กันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจแยกคู่ออกจากกันได้ก่อนที่พวกมันจะมีเวลาสร้าง blue straggler ได้ ในสภาพแวดล้อมที่สงบกว่า ระบบคู่จะอยู่รอดได้นานและมี blue straggler ออกมา
การค้นพบนี้เป็นครั้งแรกที่สำรวจพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและตรงข้ามกับที่คาดไว้ ระหว่างประชากร blue straggler กับสภาพแวดล้อมของพวกมัน ซึ่งยืนยันว่า blue stragglers เป็นผลพลอยได้โดยตรงจากวิวัฒนาการระบบคู่และเน้นให้เห็นว่าสภาพรอบข้างดาวจะส่งอิทธิพลต่อความเป็นมาเป็นไปของดาวได้อย่างไร