17 ก.พ. เวลา 02:01 • ยานยนต์

ประกันรถส่วนบุคคล vs ประกันรถเชิงพาณิชย์ — เลือกแบบไหนดี?

ทำไมต้องแยกระหว่างรถส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์
เมื่อคุณนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้ในเชิงธุรกิจ เช่น รับจ้างขนของ หรือให้บริการต่าง ๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้ อาจไม่ให้ความคุ้มครอง กับความเสียหายของตัวรถ เพราะถือว่าคุณใช้รถ “ผิดประเภท” ไม่ใช่การใช้งานเพื่อชีวิตส่วนตัวตามที่แจ้งไว้ในกรมธรรม์
ประกันรถส่วนบุคคล (Private Car Insurance) คืออะไร?
ประกันรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานส่วนตัว เช่น
- ขับรถไปทำงาน
- ใช้ในชีวิตประจำวัน
- เดินทางไป-กลับบ้านหรือพักผ่อน
ประกันประเภทนี้ ไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ ถ้านำรถไปใช้เพื่อ “ทำมาหากิน” หรือรับจ้างขนของ เพราะถือว่าใช้รถผิดวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ในกรมธรรม์
สิ่งที่อาจยังคุ้มครอง
- ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก (บุคคล/ทรัพย์สิน) ตามปกติ
- ค่ารักษาและชดเชยชีวิต/ร่างกายของผู้โดยสาร
- ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลตามกฎหมาย
ประกันรถเชิงพาณิชย์ (Commercial Car Insurance) คืออะไร?
เมื่อคุณใช้รถเพื่อแสวงหากำไรหรือบริการ เช่น
- รับจ้างขนของ
- ใช้รถบริษัท
- รถให้เช่าหรือใช้เพื่อขนส่งสินค้า
ประกันรถส่วนบุคคลจะ ไม่คุ้มครองตัวรถ หากเกิดอุบัติเหตุ เพราะเป็นการใช้เพื่อธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงกว่า การทำประกัน เชิงพาณิชย์ จึงเหมาะกว่าเพราะออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการใช้งานในลักษณะนี้โดยเฉพาะ
ความแตกต่างหลักระหว่างประกันสองแบบ
แม้ทั้งสองแบบจะเป็นประกันภัยรถยนต์ แต่มีความต่างที่สำคัญ เช่น
  • การใช้งานรถ: รถส่วนบุคคลใช้เพื่อส่วนตัว ส่วนรถเชิงพาณิชย์ใช้เพื่อการทำเงิน/บริการ
  • ความคุ้มครองความเสียหาย: ประกันเชิงพาณิชย์จะให้ความคุ้มครองตัวรถที่ใช้ในงานมากกว่า
  • เบี้ยประกัน: ประกันเชิงพาณิชย์มัก มีเบี้ยสูงกว่า เพราะความเสี่ยงใช้งานมากกว่า
  • เอกสารและเงื่อนไข: Commercial มักต้องมีเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานธุรกิจ
ตัวอย่างสถานการณ์
ถ้าคุณเอารถยนต์ที่ทำไว้เพื่อส่วนตัวไปรับจ้างขนของแล้วเกิดอุบัติเหตุ:
  • ประกันส่วนบุคคล: จะ ไม่คุ้มครองตัวรถ เพราะใช้ผิดประเภทตามกรมธรรม์
  • ประกันเชิงพาณิชย์: จะครอบคลุมการซ่อมตัวรถและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องตามแผนที่เลือก ซึ่งเหมาะกับการใช้งานลักษณะนี้
สรุป
ประกันรถยนต์ส่วนบุคคลจะคุ้มครองรถที่ใช้เพื่อชีวิตประจำวันทั่วไปเท่านั้น และ จะไม่คุ้มครองตัวรถเมื่อใช้เพื่อธุรกิจหรือรับจ้าง เช่น รับขนของ ถ้าคุณมีแผนจะใช้รถแบบนี้เป็นประจำ ควรพิจารณาทำ ประกันรถเชิงพาณิชย์ ที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองการใช้งานที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เพื่อให้คุณได้รับ ความคุ้มครองที่เหมาะสมและครบถ้วน ตามการใช้งานของรถจริง ๆ
โฆษณา