EV ต้องชาร์จไฟอยู่เสมอ ซึ่งในบางกรณีอุปกรณ์ชาร์จหรือแบตเตอรี่อาจเกิดลัดวงจรหรือไฟไหม้ การเลือกประกันที่คุ้มครองไฟไหม้จะช่วยลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายสูง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
3. คุ้มครอง “ภัยธรรมชาติ” เช่น น้ำท่วม
ภัยธรรมชาติยังเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้กับทุกยานพาหนะ รวมถึง EV ดังนั้นการมีความคุ้มครองในกรณีนี้โดยเฉพาะในชั้นที่รองรับภัยธรรมชาติจะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้น
4. เลือก “ศูนย์ซ่อมในเครือ/ซ่อมห้าง”
เนื่องจากชิ้นส่วนและระบบของ EV ไม่เหมือนรถทั่วไป ประกันที่รองรับ “ซ่อมห้าง” หรือมีศูนย์บริการเฉพาะทางจะช่วยให้การซ่อมแซมถูกต้องตามมาตรฐานและปลอดภัยกว่า
5. ความคุ้มครองพิเศษอื่น ๆ
ประกัน EV อาจมีเงื่อนไขเสริมที่ตอบโจทย์ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ความคุ้มครองชิ้นส่วนเฉพาะทาง หรือการคุ้มครองแบตเตอรี่ — ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและสำคัญที่สุดของรถ EV
ทำไมเบี้ยประกัน EV อาจสูงกว่า
เนื่องจาก EV มีมูลค่าชิ้นส่วนสูงและปัจจุบันยังมีศูนย์บริการที่รับซ่อมรุ่นเฉพาะไม่กว้างเท่ารถยนต์ทั่วไป ทำให้ เบี้ยประกันมักสูงกว่า รถสันดาปที่มีอู่ซ่อมและอะไหล่เข้าถึงง่ายกว่า