7 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

ข่าว ก.ล.ต. ประจำวันที่ 6 ก.พ. 69

(1) ก.ล.ต. แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ CMC257A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ CMC257A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ศึกษาข้อมูล ซักถามผู้ออกหุ้นกู้หรือผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงมติ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569
ตามที่บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) (CMC) ในฐานะผู้ออกหุ้นกู้ CMC257A จะจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ด้วยวิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-meeting) โดยมีเรื่องเพื่อพิจารณาอนุมัติ ดังนี้
(1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ จากเดิม 13 เมษายน 2569 เป็น 26 กุมภาพันธ์ 2569 และขอให้การดำเนินการดังกล่าวไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิ เรื่อง การไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนโดยผู้ออกหุ้นกู้
(2) การผ่อนผันให้กรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถแจ้งหรือดำเนินการให้นายทะเบียนหุ้นกู้แจ้งแก่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยล่วงหน้าก่อนวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้วันแรกภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อกำหนดสิทธิไม่ให้ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิ
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้กำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบที่ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับจากการมีมติอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ ให้ชัดเจนในแต่ละทางเลือก พร้อมเหตุผลประกอบโดยมีความเห็นของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ประกอบด้วย ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในการรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนประกอบการตัดสินใจออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ด้วย
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ CMC257A ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 13 เมษายน 2569
(2) ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีขายหุ้น BIG โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน
ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้กระทำผิด กรณีขายหุ้นบริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BIG) โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 1,035,750 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 16 เดือน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2563 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 5 มิถุนายน 2562 – 9 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ BIG จะเปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2562 ของ BIG ที่มีกำไรสุทธิ 35.86 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานไตรมาสก่อนหน้าของปีเดียวกัน
และไตรมาสเดียวกันของปี 2561 อันเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อราคาหุ้น BIG และบุคคลทั่วไปไม่อาจคาดการณ์ได้ นายชิตชัย ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ BIG ซึ่งทราบยอดขาย เงินสนับสนุนการจัดงานอีเวนต์ รวมถึงการจัดเวิร์กชอป ซึ่งสามารถประเมินผลการดำเนินการได้ และได้ล่วงรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลประกอบการของ BIG จากการดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ทั้งยังเป็นบุตรและน้องชายของกรรมการของ BIG ซึ่งล่วงรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในดังกล่าว ได้ขายหุ้น BIG ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ทำให้นายชิตชัยสามารถหลีกเลี่ยงผลขาดทุนเนื่องจากมูลค่าหุ้น BIG ที่ปรับตัวลงภายหลังจาก BIG ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2562 เวลา 20.24 น.
การกระทำของนายชิตชัยเป็นความผิดฐานขายหลักทรัพย์โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 243(3) และมาตรา 244(3) (4) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับนายชิตชัย โดยกำหนดให้นายชิตชัยชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,035,750 บาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 16 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง การชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้น จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ : * มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้
อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx
โฆษณา