วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

เรามิอาจตัดสินคนจากเปลือกนอก

วันหนึ่งหลายปีมาแล้ว ผมไปซื้อผลไม้ที่รถเข็นริมถนนสายหนึ่ง พ่อค้าขายผลไม้ทักทายผมและบอกภรรยาของเขาว่า “คนนี้ไงที่ได้รางวัลซีไรต์”
แล้วชวนผมคุยเรื่องเขียนหนังสืออีกพักหนึ่ง
นี่แสดงว่าคนขายผลไม้รถเข็นก็อ่านหนังสือ
ไม่กี่ปีก่อนคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งคุยกับผมเรื่องเขียนบทหนัง ขณะขี่พาผมไปส่งจุดหมาย
1
ผมไม่รู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ก็คุยกันแบบปัญญาชนสนทนากัน คือสุภาพและให้เกียรติกันและกัน เส้นแบ่งทางความคิด ความเชื่อ และพื้นฐานการศึกษามลายหายไปสิ้น
2
ผมชอบศึกษาคน อ่านพฤติกรรมของพวกเขา ผมเคยตั้งใจสวมชุดโทรมขาดเข้าร้านหรู และศึกษาสายตาของคนขาย ก็ตรงตามคาด คือส่วนใหญ่ไม่ยินดีต้อนรับ
1
มนุษย์มักตัดสินคนอื่นที่เปลือก
1
แต่หากพ่อค้าขายผลไม้คนหนึ่งรู้เรื่องซีไรต์มากกว่านักศึกษาปริญญาเอกหลายคน คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างสนใจเรื่องบทหนัง ก็สรุปได้ว่าเรามิอาจตัดสินคนจากเปลือกนอก จากโรงเรียนที่ศึกษา หรือวุฒิการศึกษา
1
ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ว่าร่ำเรียนมาจากไหน ได้ปริญญากี่ใบ เรียนจบชั้นประถมหรือจบปริญญาเอก
1
ความสุภาพของคนก็ไม่ได้มาจากโรงเรียนหรือวัด ประกอบอาชีพอะไร มีสถานะทางสังคมสูงหรือไม่สูง เป็นคนหาเช้ากินค่ำหรือเป็นอาจารย์
2
คนเราเมื่อเปลือยเปลือกของตัวเองและสังคมออกไปแล้ว ที่เหลือภายในก็คือจิตวิญญาณ ความรู้ ความคิดอ่าน ที่บ่อยครั้งถูกเปลือกและค่านิยมของสังคมบดบังจนไม่เห็นค่า
1
ทว่าเป็นสิ่งที่เหลืออยู่ภายในนี่เองที่ทำให้คนมีค่าต่างกัน
2
บางคนมีสิ่งที่เหลืออยู่ภายในมาก บางคนมีน้อย บางคนไม่มีเลย
1
ผมชอบศึกษาคน อ่านพฤติกรรมของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาประสบเรื่องไม่ดี ปฏิกิริยาของคนคนหนึ่งส่อถึงสิ่งที่เหลืออยู่ภายในของเขา ความรู้ วิธีคิด ทัศนคติ ฯลฯ
นานๆ ทีเราจึงควรถอดเปลือกออก สำรวจสิ่งที่เหลืออยู่ของเรา พิจารณามัน แล้วปรับปรุงตัวเองให้มีค่า
2
จากอีบุ๊ค #ปล่อยให้ตัวเลขอายุพาไปซื้อได้ใน The Meb
โฆษณา