10 ก.พ. เวลา 10:20 • ปรัชญา

ธรรมชาติแท้แห่งจิตและความไม่เป็นของคู่

🪷จิตเดิมแท้นั้น ไม่อาจกล่าวว่า “มีอยู่”
และก็ไม่อาจกล่าวว่า “ไม่มีอยู่”
เพราะมโนทัศน์ทั้งปวง ย่อมถูกปัญญาลบล้างจนสิ้น
ก็ไม่ใช่ทั้งสองอย่างพร้อมกัน เพราะความมีอยู่กับความไม่มีอยู่ เป็นสิ่งขัดแย้งกันในตัวเอง
จิตเดิมแท้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต และก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกเหนือจากสิ่งมีชีวิต
ดังนั้น จิตจึงหลุดพ้น จากกรอบความคิดและภาษาทั้งหมด นี่แล คือที่สุดแห่งสัจธรรม
ดังถ้อยคำที่กล่าวไว้ว่า
“จิตตั้งอยู่ศุญญตาธาตุ”
การรู้โดยธรรมชาติที่ไม่ถูกปรุงแต่งนี้
รับรู้ได้แม้ในความว่างและแม้เป็นความว่าง ก็ยังมีการรู้
ประสบการณ์กับความว่าง จึงไม่อาจแยกจากกันได้
ดุจดวงจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในผืนน้ำ
นี่แล คือความไม่คู่ดังถ้อยคำที่กล่าวไว้ว่า
“อากาศมิได้ตั้งอยู่บนสิ่งใด”
การรู้โดยธรรมชาติ จิตก่อนคิด อันไม่ปรุงแต่งนี้เอง คือรากฐานแห่งสังสารวัฏโดยแท้
พระนิพพานก็เป็นเพียงเช่นนี้ มัชฌิมาปฏิปทาก็เป็นเพียงเช่นนี้
สิ่งที่พึงเห็นก็เป็นเพียงเช่นนี้ ตถาตา
สิ่งที่พึงฝึกก็เป็นเพียงเช่นนี้ ตถาตา
สิ่งที่พึงบรรลุก็เป็นเพียงเช่นนี้ ตถาตา
และสัจธรรมอันชอบ ก็เป็นเพียงเช่นนี้เท่านั้นตถาตา
อนัตตา สามหมวดอันเลื่องลือ
แห่งเหตุ วิธีการ และผลลัพธ์
รวมถึงสิ่งที่เรียกว่ารากฐาน หนทาง และผลสำเร็จ
ล้วนเป็นเพียงสภาวะแตกต่างของความรู้อันเดียวกันนี้
จิตปฐมฐาน ฐานดินแดนแห่งสรรพสิ่ง และสังขารทั้งปวงในสังสารวัฏ
ล้วนถูกเรียกด้วยนามว่า “การอิงอาศัยกันเกิด”
นาโรปะ
โฆษณา