Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The God Enel (ป๋อง)
•
ติดตาม
10 ก.พ. เวลา 17:37 • ความคิดเห็น
ถอดรหัสภาษากาย ภาษาคำพูด สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังความเงียบของ กกต. กรณีชลบุรี
สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี ไม่ได้มีเพียงข้อพิพาททางกระบวนการเลือกตั้งเท่านั้น หากแต่มีสัญญาณบางอย่างที่สะท้อนออกมาผ่านภาษาคำพูดและภาษากายของ กกต. อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะช่วงที่ทนายกล่าวว่า ท่าน กกต. เปิดหีบเถอะ มันจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนะ และ กกต. ผู้ชายตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็น ไร้อารมณ์ว่า “ถ้าเปิดสิ มันจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว”
ประโยคสั้นๆนี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับน้ำเสียงและท่าทีที่ปราศจากความรู้สึก มันไม่ใช่คำพูดธรรมดา แต่เป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากจิตที่รู้บางอย่างอยู่แล้ว และกำลังพยายามกดมันไว้
เมื่อมองไปที่ภาษากายของทั้ง กกต. หญิงและชาย จะเห็นท่าทีที่เรียบเฉย เหมือนไม่รับรู้ ไม่สะทกสะท้าน แต่ความเรียบเฉยนั้นไม่ใช่ความสงบ หากเป็นความเย็นชาที่แฝงความทุรนทุรายอยู่ภายใน สีหน้า แววตา และท่าทางบ่งบอกถึงความวิตกกังวลอย่างรุนแรงที่พยายามซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของความนิ่งเฉย ภาษากายแบบนี้ไม่ได้เกิดจากความมั่นใจ แต่มักเกิดจากความกลัวในสิ่งที่อาจถูกเปิดโปง
ประโยค “น้ำผึ้งหยดเดียว” จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันสื่อสารโดยนัยว่า หากมีการเปิดหีบที่ชลบุรี ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่หน่วยเดียว แต่มันจะลุกลาม กลายเป็นโดมิโนที่พาไปสู่การตั้งคำถามและการเปิดหีบในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ และเมื่อเชื่อมโยงกับคำพูดของ สุชาติ ที่แสดงความมั่นหน้า มั่นใจอย่างยิ่งว่าจะไม่ให้พรรคประชาชนเกิดในพื้นที่ชลบุรี พร้อมท่าทีที่เชื่อมั่นว่าฝ่ายตนจะชนะเลือกตั้ง ภาพทั้งหมดจึงเริ่มต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง
ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชลบุรี แต่มีลักษณะเกือบทั่วประเทศ และการที่ กกต. ส่วนกลางออกมาแถลง พร้อมขอดึงเวลาออกไปอีก 2 วัน ยิ่งเป็นสัญญาณอันตราย เพราะหากเรื่องนี้โปร่งใสจริง เหตุใดต้องถ่วงเวลา การขอเวลาเช่นนี้กำลังบอกเราว่า มีความผิดปกติในระดับโครงสร้างของหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก เพราะทันทีที่มีการเปิดหีบในชลบุรี มันจะกลายเป็นต้นเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเปิดหีบทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของการซื้อเสียงจากประชาชน แต่คือข้อสงสัยที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ การซื้อและควบคุมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในวงกว้าง ผ่านการส่งคนของเขา เข้าไปอยู่ในระบบ และสามารถจัดการทุกอย่างได้จากภายใน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการขอเวลา 2 วันของ กกต. ส่วนกลาง จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเคลียร์หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ดังนั้น หากประชาชนจะตื่นตัว ต้องตื่นตัวเดี๋ยวนี้ ลงไปดูในหน่วยเลือกตั้งสำคัญ ตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ตรวจสอบจำนวนบัตรลงคะแนน และตั้งข้อสังเกตให้ละเอียด เพราะแรงสั่นสะเทือนจากสายตาของประชาชนเท่านั้น ที่จะทำให้กระบวนการที่พวกเขาหวาดกลัวนี้ล้มเหลว
สิ่งที่ผมชี้ให้เห็น ตั้งแต่ภาษากายของ กกต. คำพูดของนักการเมือง การดึงเวลา และท่าทีเลื่อนลอยของ กกต. ส่วนกลาง ทั้งหมดเชื่อมโยงกันและให้คำตอบเดียวกันอย่างชัดเจน
หากปล่อยให้เวลาผ่านไปมากกว่านี้ ทุกอย่างจะถูกจัดการเรียบร้อย เราจะไม่สามารถจับอะไรได้อีก และสุดท้ายเราจะต้องกลับมาตอบคำถามจากประชาชนสายอนุรักษ์นิยมที่ “รู้อยู่แก่ใจ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้” เพื่อให้เราเหนื่อย ต้องพิสูจน์ ต้องส่งลิงก์ ต้องอธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่พวกเขาได้เปรียบที่จะรอเพียงจังหวะเดียวในการซ้ำเราอย่างเต็มที่หากเราล้มเหลว
การเป็นประชาชนในประเทศนี้มันเหนื่อย เหนื่อยกับการตั้งคำถาม เหนื่อยกับการพิสูจน์ความจริง และนี่แหละคือ ความเฮงซวยที่ถูกผลิตซ้ำในประเทศเฮงซวย จนกลายเป็นความเฮงซวยที่เฮงซวยซ้อนทับกันไม่รู้จบ
2 บันทึก
10
2
2
10
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย