Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
11 ก.พ. เวลา 11:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทำไม “ลำพูน” ถึงครองแชมป์ จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดในภาคเหนือ ?
ถ้าพูดถึงภาคเหนือ ภาพจำแรกของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางเศรษฐกิจ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งแดนเหนือ
ขณะที่ถ้าพูดถึงลำพูน ภาพในหัวของเรา ก็จะเป็นเมืองเก่าแก่ที่แสนเงียบสงบ พระธาตุหริภุญชัย หรือสวนลำไยสีทองที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ความเงียบสงบนั้น ลำพูนกลับซ่อนเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ ขนาดมหึมาเอาไว้
ซึ่งเครื่องจักรนี้ ได้ทำให้จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนืออย่างลำพูน ครองแชมป์จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว (GPP per capita) สูงที่สุดในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน
โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ลำพูนมี GPP per capita อยู่ที่ 240,218 บาท แซงหน้าแม้กระทั่งเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 163,229 บาท
แล้วทำไมจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ ถึงกลายมาเป็นเศรษฐีเงียบแห่งภาคเหนือ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าลองเจาะเข้าไปที่ไส้ในของเศรษฐกิจภาคเหนือ จะพบความจริงที่น่าสนใจข้อหนึ่ง
นั่นก็คือเชียงใหม่ ที่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ในภูมิภาคนั้น แม้จะมีขนาดเศรษฐกิจ (GPP) ที่ใหญ่มาก
แต่เมื่อนำมูลค่าเศรษฐกิจทั้งหมด มาหารเฉลี่ยต่อจำนวนประชากร (GPP per capita) จะพบว่า จังหวัดใกล้เคียงอย่างลำพูน กลับสร้างมูลค่าต่อหัวได้สูงกว่า
ถ้าจะมองว่า นั่นเป็นเพราะลำพูนมีตัวหารในสมการ ซึ่งก็คือจำนวนประชากรที่น้อยกว่า ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง
แต่อีกตัวแปรสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือรายได้ ที่เป็นตัวตั้งในสมการนี้ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ลำพูนสร้างได้จริง ๆ
คำถามต่อมาคือ แล้วลำพูน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ มาจากไหน ?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ลำไย หรือสินค้าเกษตร เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ ที่เรียกว่านิคมอุตสาหกรรม
แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่ลำพูนกลับมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อาทิ
- นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของภาคเหนือ
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในภูมิภาค
แล้วลำพูนเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภาคเหนือ ได้อย่างไร ?
ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน รัฐบาลไทยต้องการขยายพื้นที่อุตสาหกรรม จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ไปยังส่วนภูมิภาค
โดยวางแผนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นในภาคเหนือ
ลำพูนซึ่งมีพื้นที่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ จึงถูกวางยุทธศาสตร์ให้เป็นฐานที่ตั้งของเมืองอุตสาหกรรม
ด้วยความที่ลำพูน เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลหลายชนิด ทำให้ในช่วงแรก นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นนี้ จะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญได้เกิดขึ้น เมื่อบริษัทต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลง Plaza Accord ของสหรัฐอเมริกา ได้มองหาฐานการผลิตใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยง
1
นั่นทำให้ลำพูน ได้กลายมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของไทยไปโดยปริยาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ทั้งจากญี่ปุ่น ยุโรป หรือชาติอื่น ๆ ในเอเชีย เลือกมาปักหมุดตั้งโรงงานที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์, แผงวงจรไฟฟ้า (PCB) ไปจนถึงอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เช่น
- Murata Electronics ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สัญชาติญี่ปุ่น
- Hana Microelectronics ผู้ผลิตและทดสอบแผงวงจรไฟฟ้าสำเร็จรูป (PCBA) รายใหญ่ของไทย
- Pandora Production ผู้นำอุตสาหกรรมอัญมณี จากเดนมาร์ก
ทั้งหมดนี้ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของลำพูน พึ่งพาภาคอุตสาหกรรม สูงถึงกว่า 50% ของรายได้จังหวัด
ต่างจากเชียงใหม่ ที่พึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
นั่นหมายความว่า ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังจิบกาแฟ หรือถ่ายรูปสวย ๆ อยู่ที่เชียงใหม่
เครื่องจักรของโรงงานต่าง ๆ ในลำพูน ก็กำลังเดินเครื่องเพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเช่นกัน
ด้วยความที่สินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม มักสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้สูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป
จึงไม่แปลกที่เมื่อนำรายได้มหาศาลนี้ มาหารเฉลี่ยต่อหัวประชากร ทำให้ลำพูน กลายเป็นจังหวัดที่ตัวเลขรายได้พุ่งสูงขึ้น จนแซงหน้าหลายจังหวัดไปได้
อีกหนึ่งจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ทำให้โมเดลเศรษฐกิจของลำพูนแข็งแกร่ง คือทำเลที่ตั้ง ที่เปรียบเสมือนเมืองฝาแฝด กับเชียงใหม่
นั่นเป็นเพราะลำพูนและเชียงใหม่ อยู่ห่างกันเพียงแค่ 20-30 กิโลเมตร ซึ่งด้วยระยะทางที่ใกล้กันขนาดนี้ ทำให้เกิดการแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว
โดยเชียงใหม่ เปรียบเสมือน “ห้องรับแขก” จากภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ ที่มายังภาคเหนือ
เพราะมีสนามบินนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และที่พักอาศัย รองรับไลฟ์สไตล์คนทุกรูปแบบ
1
ขณะที่ลำพูน เปรียบเสมือน “โรงงานผลิต” เพราะมีที่ดิน มีนิคมอุตสาหกรรม และมีระบบโลจิสติกส์ รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมการผลิต
ด้วยโครงสร้างแบบที่ว่านี้ ทำให้ผู้คนที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ ทั้งผู้บริหาร วิศวกร หรือคนที่ทำงานโรงงานในลำพูน
เลือกที่จะซื้อบ้าน หรือใช้ชีวิต กิน เที่ยว ในเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน ก็ขับรถไปทำงานสร้างรายได้ ในลำพูน
Ecosystem นี้เอง ช่วยเสริมแกร่งให้ลำพูน สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากต่างชาติได้ โดยที่ไม่ต้องแบกรับต้นทุนความแออัด หรือปัญหาสังคมเมือง ไว้กับตัวเองทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้ลำพูนจะเป็น “เล็กพริกขี้หนู” แห่งภาคเหนือ
1
แต่ด้วยโมเดลเศรษฐกิจที่เหมือนมีสองโลก ซ้อนทับกันอยู่ในเมืองเดียวนี้ ก็มีความท้าทายใหญ่ซ่อนอยู่ นั่นคือกับดักความเหลื่อมล้ำ
เพราะในขณะที่ตัวเลข GPP per capita ดูสวยหรู
แต่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ กลับกระจุกตัวอยู่ในรั้วของโรงงานอุตสาหกรรม
ขณะที่คนท้องถิ่นจำนวนมาก ยังคงฝากชีวิตไว้กับภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะ “สวนลำไย” ซึ่งต้องเผชิญกับความผันผวน ทั้งเรื่องราคาและสภาพดินฟ้าอากาศ
1
นั่นทำให้ลำพูน อยู่ในภาวะที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Dual Economy หรือเศรษฐกิจสองขั้ว คือมีทั้งภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตเงิน และภาคเกษตรกรรมดั้งเดิม อยู่ในจังหวัดเดียวกัน
นอกจากนั้น การพึ่งพาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นรายได้หลัก ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม
เพราะโลกเทคโนโลยีนั้น หมุนเร็วอยู่ตลอดเวลา
หากวันหนึ่งสินค้าแบบเดิม ถูกแทนที่ด้วยสินค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพ หรือถ้าฐานการผลิต ถูกย้ายไปยังประเทศที่มีต้นทุนถูกกว่า
เครื่องจักรผลิตเงินของลำพูน ก็อาจจะสะดุดลงได้ทันที..
โจทย์ใหญ่ของลำพูนในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การรักษาแชมป์รายได้ต่อหัว แต่คือการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
เราจึงเริ่มเห็นความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นของลำพูน ในการโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรองเชิงวัฒนธรรม ไปจนถึงการยกระดับสินค้าเกษตรแปรรูป ให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อลดช่องว่างของเศรษฐกิจสองขั้ว
เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน แขวนอยู่บนเส้นด้ายของอุตสาหกรรมเดียว มากจนเกินไป
เรื่องราวของลำพูน สอนให้เราเห็นว่า ขนาดหรือจำนวนคนในพื้นที่ อาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความมั่งคั่งเสมอไป
จังหวัดที่ดูเงียบสงบที่สุด อาจเป็นจังหวัดที่ฟันเฟืองเศรษฐกิจหมุนเร็วที่สุดก็เป็นได้
ซึ่งลำพูนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การหา “จุดยืน” ของตัวเองให้เจอสำคัญที่สุด โดยที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกันเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ลำพูนจึงโฟกัสการเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และผลิตสินค้าที่โลกต้องการ เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าให้กับตัวเองได้
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วในประเทศไทย ยังมีจังหวัดเล็ก ๆ หรือจังหวัดไหนอีกบ้าง ที่ซ่อนศักยภาพเอาไว้อยู่ เหมือนลำพูน
เพื่อต่อยอดการพัฒนา และรอวันปลดปล่อยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริง..
เศรษฐกิจ
35 บันทึก
76
4
60
35
76
4
60
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย