Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร. ธีร์รัฐ บุนนาค
•
ติดตาม
11 ก.พ. เวลา 12:30 • การศึกษา
“ความผิดเพี้ยนในการใช้ AI แสดงธรรม..”
ทุกวันนี้ เราใช้ Chat GPT หรือ AI ในการทำธุรกิจ การศึกษา และความบันเทิงหลายรูปแบบ..
นักศึกษาครูอาจารย์ใช้ค้นคว้า ทำวิจัย รายงาน ออกข้อสอบ ทำข้อสอบ..
นักธุรกิจ ใช้วิเคราะห์ความเสี่ยง ใช้จัดทำรายงานการเงิน..
แม้แต่ในการเผยแพร่ธรรม.. ซึ่งเดิม มีแค่พระเทศน์ ฆราวาสแสดงธรรม.. ทุกวันนี้ การแสดงธรรมโดยอัตโนมัติใช้เทคโนโลยี่ AI ผ่านแอพต่างๆมากมาย..
ที่อยากจะเล่า มี 2 ประเภท..
1) มนุษย์ ผู้แสดงธรรมเขียน เนื้อหาธรรมะที่ตนจะเผยแพร่ขึ้นมาเอง.. แล้วใช้แอพ AI สร้างเสียงผู้อ่านตามเนื้อหานั้น.. แล้วดาวน์โหลดเข้ายูทูป เป็นต้น..
แบบนี้ ความถูกต้องของเนื้อหาการแสดงธรรมก็จะเป็นไปตามเนื้อหาที่ผู้รู้ธรรมเขียนลงไป.. ถ้าถูกต้อง การเผยแพร่ธรรมะผ่านเสียงอ่านก็ถูกต้อง.. ไม่น่าเป็นห่วง..
2) ผู้จัดทำคลิป ใช้คำสั่งให้ AI รวบรวมเนื้อหาธรรมในเรื่อง หัวข้อที่ต้องการ หรือใช้วิเคราะห์เนื้อหาธรรมะด้วยความรู้ของ AI ขึ้นมาเอง..
แล้วเผยแพร่เสียงอ่าน โดยใช้เสียงของ AI เล่าเรื่องธรรมะนั้น โพสต์ลงยูทูป..
แบบนี้ เสี่ยงกับความผิดพลาดสูงครับ.. ทำให้คนเข้าใจธรรมะผิดพลาดได้ง่าย..
ตัวอย่าง..
วันนี้ ผู้เขียนได้ฟังคลิปแสดงธรรมผ่านยูทูป เป็นเรื่องเล่าที่เรียกว่า Podcast.. และลีลา น้ำเสียง การเล่าฟังดูแล้ว เป็นการใช้เสียงของ AI..
AI เล่าเรื่องพระอานนท์ว่า.. ในการจัดทำสังคายนาครั้งแรก หลังปรินิพพานได้ไม่นานนั้น..
พระมหากัสสปะซึ่งอาวุโสมากและเป็นพระอรหันตเถระเป็นประธาน คัดเลือกผู้ร่วมทำสังคายนาโดยกำหนดคุณสมบัติว่า ต้องเป็นพระอรหันต์เท่านั้น..
ขณะนั้น พระอานนท์ที่ทด เป็นเพียงพระโสดาบัน..
Podcast เล่า.. สาเหตุที่พระอานนท์ซึ่งดูแลพระพุทธเจ้าใกล้ชิดและทรงจำธรรมะคำสอนได้มากที่สุด ไม่ได้รับการคัดเลือก..
เพราะพระมหากัสสปะเป็นพระป่า นิยมอยู่ป่าเป็นวัตร.. จึงหมั่นไส้ (ริษยา) ไม่พอใจที่พระอานนท์มีภิกษุและชาวบ้านนับถือมาก มีลาภสักการะมากมายประการหนึ่ง..
และที่ไม่เลือกให้พระอานนท์เข้าร่วมทบทวนธรรมคำสอน เพราะเห็นว่า พระอานนท์จิตใจไม่เข้มแข็ง ร้องไห้ เสียอาการตอนพระพุทธเจ้าเข้าปรินิพพาน..
แม้ภายหลังยอมจะให้เข้าร่วมแล้วเพราะมีกลุ่มภิกษุสงฆ์มาขอร้อง เพื่อให้การสังรายนาสมบูรณ์มากขึ้นเพราะพระอานนท์เรียนรู้ธรรมมามากที่สุด..
ก่อนสังคายนา พระมหากัสสปะยัง ประชุมสงฆ์ ลงโทษพระอานนท์ที่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่..
เช่น พระอานนท์ไม่ทูลขอให้พระพุทธเจ้าทรงขันธุ์อยู่ต่อไป ทำให้พระองค์ปลงอายุสังขารตามกำหนด..
เช่น พระอานนท์เป็นคนขอร้องให้ สตรีเข้ามาบวชภิกษุณีที่จะทำให้ศาสนาอายุสั้นลง..
และ Podcast ยังใช้คำว่า.. พระมหากัสสปะซึ่งอาวุโสมากเป็นพระฝ่ายอนุรักษ์นิยม.. ทำนองว่า พระอานนท์เป็นพระฝ่ายตรงข้าม..
ในบทความนี้ผู้เขียน แสดงความเห็นจากทิฐิและศรัทธาที่ยกให้พระสูตรและพระวินัยในพระไตรปิฏก เป็นพยานหลักฐานชั้นหนึ่งที่มีความน่าเขื่อว่าถูกต้องมากที่สุด..
เพราะพระธรรมวินัย คือพระสูตรกับพระวินัยของพระพุทธเจ้านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านการสังคายนาของพระอานนท์อรหันตเถระ และเหล่าพระอรหันต์องค์อื่นๆ และจัดทำขึ้นตอนหลังปรินิพพานเพียง 2-3 เดือน เท่านั้น..
ส่วนเนื้อหาพระไตรปิฏกและคัมภีร์นอกจากนี้ มีความน่าเชื่อถือว่าถูกต้องตามจริงน้อยลงมาตามลำดับ.. เช่น อรรถคาถา ฎีกาต่างๆ..
เพราะสิ่งเหล่านั้นบางครั้ง ไม่มีการยืนยันว่าจัดทำโดยพระอรหันต์ และเป็นการแต่งอธิบายขึ้นมาใหม่ภายหลังปรินิพพานหลายร้อย หรือพันกว่าปี..
การแต่งใหม่ ก็อาจขึ้นกับทิฐิของผู้แต่ง การตีความ และความนิยมในสังคมศาสนาในยุคสมัยนั้นๆ..
เช่น ยุค พ.ศ. 500 - 2,000 นั้น นิกายมหายานเฟื้องฟู.. เรื่องเทพหลายองค์ การสวดร้องขอ เสกคาถา เวทมนต์ ฤทธิ์ เรื่องเล่าที่เกินจริง ที่พิศดาร เป็นปาฎิหารย์ของเทพ ของสิ่งศักดิ์ และศาสดาในศาสนาอื่นกำลังได้รับความนิยม..
การศึกษาคัมภีร์ที่เขียนขึ้นในยุคเหล่านั้น.. เราก็ต้องคำนึงถึงบริบททางสังคมศาสนาเหล่านี้ด้วย..
ข้อเขียนนี้ จึงให้ความน่าเชื่อถือและถูกต้องจากหลักคิดนี้ ในการวิเคราะห์..
ผู้เขียนเห็นว่า การแสดงธรรมแบบนี้.. เป็นการจาบจ้วงล่วงเกินองค์พระอรหันต์มหากัสสปะ พระเถระผู้ใหญผู้ทรงคุณ.. ทำให้สาธุชนเข้าใจผิด.. ไม่สมควรอย่างยิ่ง..
เพราะความเห็นเช่นที่แสดงใน Podcast วิพากษ์พระมหากัสสปะในลักษณะดังกล่าวนั้น.. ไม่ได้กล่าวไว้ในพระไตรปิฏก..
หากผู้จัดทำ จะบอกว่า เป็นความเห็นของผู้จัดทำ ของ AI เอง.. ก็ควรระบุใน Podcast ให้ชัด.. ผู้ฟังจะได้ไม่สับสนคิดว่าเป็นจริงตามพระไตรปิฏก..
หากผู้จัดทำจะอธิบายว่า ไม่รู้จริงๆเป็นยังไง แต่เป็นควาทเห็นของผู้จัดทำ.. ก็ควรระมัดระวังการแสดงความเห็นในเชิงลบเช่นนี้..
ที่จริง ท่านควรศึกษาบุคคลิกลักษณะของพระมหากัสสปะและบริบทภาพรวมความรู้ในศาสนาเสียก่อน.. หากสอดคล้องกันจึงจะบอกว่า คิดเช่นนั้นเพราะเหตุเช่นนี้..
แต่ด้วยความเคารพ Podcast กล่าวไว้ ไม่น่าเป็นความจริง ด้วยเหตุดังจะกล่าวต่อไปนี้..
1. การเรียกคนในสังคมว่า เป็นฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ .. เช่น สีเหลือง สีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน สีเขียว สีม่วง.. เป็นฝ่ายอนุรักษ์ เป็นฝ่ายก้าวหน้า.. ทั้งที่โดยความจริง เขาอาจจะไม่ใช่ฝ่ายใดเลยนี้.. อาจทำให้สังคมแตกแยก..
วาทะทางการเมือง..เมื่อนำมาใช้กับหลักศาสนา ทำให้คนในสังคม ที่เห็นด้วยกับฝ่ายตรง มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู.. เกิดความเกลียดชังด้อยค่าอีกฝ่าย..
ฝ่ายเสรีนิยม ฝ่ายก้าวหน้า.. ก็ต้องมองว่า ฝ่ายอนุรักษ์นิยมล้าสมัย .. คร่ำครึ.. หัวดื้อ.. ขัดขวางความเจริญ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา..
ฝ่ายอนุรักษ์ ก็ต้องมองว่า อีกฝ่ายจากประสบการณ์.. หัวรั้น.. ถูกล้างสมอง.. ไม่มีคุณธรรม.. ทำลายคุณค่าที่สังคมควรรักษา..
อยากบอกว่า.. ศาสนพุทธนั้น เป็นสัจจะความจริง.. ไม่ควรเอาหลักคิด คำพูดในทางการเมืองมาใช้.. เพราะจะทำให้เกิดการด้อยค่ากันและเกิดความแตกแยกในหมู่ศาสนิกชนได้ง่าย..
เพราะสัจจะความจริงนั้น.. ไม่มีวันก้าวหน้า และไม่มีวันล้าสมัย.. แต่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ เหมือนเพชรแท้ เหมือนน้ำบริสุทธิ์.. เพราะถ้าเปลี่ยนได้ ความจริงก็จะเป็นความเท็จ.. ปรับปรุงพัฒนาไม่ได้ เพราะเป็นคุณค่าตามธรรมชาติ ไม่ใช่สังคม..
ความจริง และความบริสุทธิ์.. จึงไม่มีสายกลาง.. ไม่มีการประนีประนอมกับความเป็นมลทินและความไม่ถูกต้อง..
ทั้งพระมหากัสสปะ และพระอานนท์ ท่านก็ถือพระวินัยเดียวกันนั้น ไม่มีใครทันสมัย หรือล้าสมัย.. ไม่มีใครเป็นฝ่ายอนุรักษ์ หรือฝ่ายก้าวหน้า.. เราไปตีตราท่านกันเอง..
2. พระมหากัสสปะเป็นเถระผู้ใหญ่และเป็นพระอรหันต์.. สังโยชน์ 10 ความถือมั่นในตน ความหยิ่งยะโส ริษยา และด้อยค่าคนอื่นนั้น.. หมดสิ้นไปแล้วอย่างเด็ดขาด..
คำกล่าวที่ว่า ท่านมีความริษยาในลาภสักการะ และดูแคลนพระอานนท์ จึงเป็นไปไม่ได้..
3. สาเหตุที่ท่านไม่เลือกพระอานนท์ ก็เป็นไปตามคุณสมบัติที่วางไว้ เพราะพระอานนท์ยังไม่ใช่พระอรหันต์..
การให้พระโสดาบันเข้ามาทำสังคายนา.. ต่อไปในอนาคต ก็อาจมีภิกษุหรือคนวิจารณ์ กล่าวหาว่าธรรมที่พระอานนท์เล่ามานั้น เป็นความเข้าใจผิดเพราะกิเลสยังไม่สิ้น.. ทำให้พระธรรมวินัยไม่น่าเชื่อถือ..
4. หากท่านมีอกุศลจิตริษยาอคติต่อพระอานนท์จริง.. เมื่อท่านได้เป็นประธานสงฆ์ในที่นั้น ท่านก็คงไม่ยินยอมให้พระอานนท์เข้าร่วมทำสังคายนา แม้ว่าจะมีกลุ่มภิกษุมาร้องขอก็ตาม..
ที่สุด ท่านก็ยอม นิมนต์พระอานนท์เข้าร่วม.. เตรียมอาสนะให้เรียบร้อย.. มีเพียงเงื่อนไขเดียวที่พระอานนท์ต้องทำให้ได้ก่อนเข้าร่วม นั่นคือ ต้องบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ก่อนตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้เท่านั้น..
สุดท้าย พระอานนท์ ก็บรรลุพระอรหันต์ก่อนเริ่มสังคายนาร่วมกับพระอรหันต์อื่นๆ.. ทำให้เราได้รับรู้ธรรมวินัยที่ครบถ้วนถูกต้อง ในส่วนของพระสูตรจากพระอานนท์.. สืบผ่านมาเป็นพระสูตรและพระวินัยในไตรปิฏกในปัจจุบัน..
5. ก่อนทำสังคายนา ท่านต้องชำระความผิดทางวินัยแก่พระอานนท์.. ก็เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีว่า ไม่ว่าใครก็ตาม แม้แต่ผู้ดูแลใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีข้อยกเว้น.. แสดงความเป็นกลางของท่าน และความไม่ประนีประนอมกับการละเมิดพระวินัย..
6. แม้จะลงโทษพระอานนท์ แต่ก็เป็นการปรับว่า เป็นโทษขั้นเบาสุด ที่เรียกว่า อาบัติทุกกฎ..
แก้ไขคืนดีได้ด้วยการปลงอาบัติ คือ ยอมรับหรือแสดงความผิดให้ปรากฎต่อคณะสงฆ์เท่านั้น..
พระมหากัสสัปปะ อาจมองว่า การลงโทษ ก็เพื่อให้การทำสังคายนาซึ่งเป็นสังฆกรรมสำคัญครั้งนี้ เกิดความบริสุทธิ์ ไม่มัวหมอง เนื่องจากหากมีพระอาบัติเข้าร่วมด้วย อาจเป็นโมฆะตามพระวินัยนั่นเอง..
การทำ Podcast ลักษณะนี้ เป็นอันตรายต่อผู้อ่านที่สนใจธรรม แต่ไม่ได้ศึกษาธรรม..
การเผยแพร่ธรรมแก่สังคม นับว่าเป็นกุศล ถ้าไม่เน้นผลตอบแทนมากเกินไป.. ก็ขออนุโมทนาแก่ผู้จัดทำด้วย..
แต่การแก้ไข ทำให้ถูกต้อง.. จะเป็นเป็นกุศลยิ่งกว่านะครับ..
ฝากไว้ให้นักปฏิบัติ ชาวพุทธ และผู้ใฝ่ใจในการฟังธรรมได้พิจารณา..
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย