แต่ธรรมนูญครอบครัวที่ทายาทรุ่นที่ 3 อย่างคุณ Lee Man Tat และทายาทรุ่นที่ 4 อย่างคุณ Sammy Lee ร่วมกันวางไว้ ก็ใส่มันลงไป เพื่อตั้งใจจะรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ได้ถึง “1,000 ปี”
แม้ตอนนี้ธุรกิจของ Lee Kum Kee จะใหญ่กว่าในวันแรกที่เริ่มต้นมากแล้ว
แต่คุณ Lee Man Tat ทายาทรุ่นที่ 3 ก็มีความคิดที่จะขยับขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการวางแผนว่าจะเพิ่มแบรนด์สินค้าแบบ Mass Product ที่ลดคุณภาพลงเล็กน้อย แต่ราคาถูกลงมาก เพื่อขยายฐานลูกค้า
เพราะตัวแบรนด์ Lee Kum Kee จะเน้นการขายในตลาด Premium ด้วยราคาแพง ๆ มาโดยตลอด
ซึ่งข้อเสียที่ได้กล่าวมานั้น คือสิ่งที่อยู่ในใจของเหล่าคุณอา ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในบริษัท Lee Kum Kee จนนำไปสู่ความขัดแย้งกับคุณ Lee Man Tat ผู้เป็นหัวเรือใหญ่
เมื่อตกลงกันไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรธุรกิจก็ต้องเดินหน้าต่อ คุณ Lee Man Tat ที่ได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อ จึงทุ่มเงินซื้อหุ้นคืนจากเหล่าคุณอาทั้งหมด แลกกับอำนาจบริหาร
การทำแบบนี้ ถ้ามองด้วยสายตาของนักธุรกิจ ก็ไม่ใช่ว่าคุณ Lee Man Tat ผลักไสญาติ ๆ ออกจากธุรกิจโดยตรง แถมเหล่าคุณอาก็คงจะได้เงินไปมากมายจากการขายหุ้น
ส่วนตระกูลสายหลัก อย่างคุณ Lee Man Tat ที่ตอนนี้ถือหุ้น 60% กับน้องชายที่ถือหุ้น 40% ก็ได้อำนาจบริหารไป
เวลาล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ. 1986 บริษัท Lee Kum Kee ก็เติบโตก้าวกระโดด ตามวิสัยทัศน์ที่คุณ Lee Man Tat วาดไว้ แถมชื่อเสียงแบรนด์ยังดังไกลไปถึงสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป
เมื่อเป็นแบบนี้ คุณ Lee Man Tat จึงต้องการจะลงทุนขยายกำลังการผลิตจำนวนมาก เพื่อรองรับฐานลูกค้าจากตลาดใหญ่ในแดนไกล
แต่สิ่งที่ฉุดรั้งแผนของเขาไว้ในครั้งนี้ ก็คือน้องชายที่คลานตามกันมาของคุณ Lee Man Tat ผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ 40%..
ความขัดแย้งนำไปสู่การขึ้นโรงขึ้นศาลมากมาย แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่คุณ Lee Man Tat ขอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากน้องชาย จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท 100% แต่เพียงผู้เดียว
คุณ Lee Man Tat ผู้เคยต้องสะบั้นความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวมาแล้วถึง 2 ครั้ง ย่อมไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว ยิ่งครั้งนี้คู่กรณีของเขาคือ ลูกชายผู้สืบสายเลือดของตัวเองโดยตรง
สุดท้ายเขาทั้ง 2 คนจึงปรับความเข้าใจ โดยคุณ Lee Man Tat จะยอมให้คุณ Sammy Lee ทำธุรกิจนี้ต่อไปอีก 5 ปี ถ้ายังไม่มีกำไร จึงค่อยขายทิ้ง
คนที่จะได้ถือหุ้นก็คือคนที่มีสิทธิ์ทางสายเลือดโดยตรงของคุณ Lee Man Tat และลูกเท่านั้น แม้กระทั่งลูกสาว ที่ปกติมักจะไม่ได้หุ้น พร้อมกับไม่มีการจ้างเขยและสะใภ้เข้ามายุ่งวุ่นวายในกิจการ
3
โดยเหล่าสมาชิกครอบครัวผู้เป็นกรรมการบริษัทด้วย จะต้องทำตามกฎเหล็กสุดแปลก 3 ข้อ ที่คุณ Lee Man Tat ใส่เอาไว้ นั่นก็คือ “ไม่แต่งงานช้า ไม่หย่า ไม่มีเมียน้อย”