วันนี้ เวลา 03:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปผลประกอบการ สุกี้ตี๋น้อย ปี 2568 กำไร 860 ล้านบาท ลดลง -26% จากปีก่อน

ล่าสุดทางบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เพิ่งประกาศงบการเงินประจำปี 2568 ออกมา
โดยทาง JMART ได้ถือหุ้นของบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของร้าน “สุกี้ตี๋น้อย” อยู่เป็นสัดส่วน 30%
หากเราลองเทียบบัญญัติไตรยางศ์กำไรที่ทาง JMART ได้รับจากการถือหุ้นในบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อยแบบง่าย ๆ ดู เราก็จะสามารถหากำไรของบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อยออกมาได้นั่นเอง
โดยทาง MONEY LAB ได้ลองไปเปิดดูคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ย้อนหลังดูจนถึงไตรมาส 1 ปี 2566
แล้วลองนำมาคำนวณหากำไรของบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย จนถึงงวดปัจจุบันดู ก็จะได้ออกมาแบบนี้
- ปี 2566
ไตรมาส 1 กำไร 208 ล้านบาท มีจำนวน 46 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 212 ล้านบาท มีจำนวน 48 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 256 ล้านบาท มีจำนวน 50 สาขา
ไตรมาส 4 กำไร 237 ล้านบาท มีจำนวน 55 สาขา
ส่งผลให้ปี 2566 บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย มีกำไร 913 ล้านบาท
- ปี 2567
ไตรมาส 1 กำไร 277 ล้านบาท มีจำนวน 64 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 333 ล้านบาท มีจำนวน 67 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 280 ล้านบาท มีจำนวน 73 สาขา
ไตรมาส 4 กำไร 279 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 78 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 1 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ส่งผลให้ปี 2567 บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย มีกำไร 1,169 ล้านบาท
- ปี 2568
ไตรมาส 1 กำไร 271 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 82 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 2 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ไตรมาส 2 กำไร 311 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 86 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 4 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
ไตรมาส 3 กำไร 221 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 86 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 7 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
และล่าสุดคือ ไตรมาส 4 กำไร 57 ล้านบาท มีจำนวนร้านสุกี้ตี๋น้อย 93 สาขา, ร้าน Teenoi BBQ ซึ่งเป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 9 สาขา และ Teenoi Express ซึ่งเป็นบุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา
1
โดยหากเทียบผลประกอบการระหว่าง ไตรมาส 4 ปี 2568 และปี 2567 ดู จะพบว่าบริษัทมีกำไรลดลงมากถึง -79%
1
และหากเราลองสังเกตกันให้ลึกขึ้นอีกสักนิด ก็จะเห็นว่า ผลประกอบการนับตั้งแต่ไตรมาส 1 จนถึงไตรมาส 4 ของปี 2568 บริษัททำกำไรได้น้อยกว่าปีที่แล้วทุกไตรมาสเลย
1
ทั้งหมดนี้ จึงได้ส่งผลให้ ภาพรวมกำไรของบริษัท ในปี 2568 จะลดน้อยลงกว่าปีที่แล้ว -26% นั่นเอง
เรียกได้ว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ขนาดบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย ที่เรามักจะได้เห็นคนเต็มอยู่เป็นประจำ และเวลาจะไปทาน หลายครั้งก็ต้องอดทนเสียเวลาต่อคิวรอ
ก็ยังหนีไม่พ้น ต้องเจอกับช่วงเวลาที่ท้าทายเป็นอย่างมาก จากสภาพเศรษฐกิจไทยปีที่แล้ว ที่หนักหน่วงมาก จนผู้ประกอบการหลาย ๆ เจ้า ต่างพากันปวดหัว กับการคิดหาทางรอด
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวเลขผลประกอบการจะลดลง แต่บริษัทก็ยังถือว่า ผ่านปีได้ด้วยการยังมีกำไรอยู่
ซึ่งเมื่อมองดูในมุมเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการร้านอาหารอื่น ๆ ที่สู้ต่อไม่ไหว จนต้องขอยอมแพ้ ก็ถือว่า ในปี 2568 บริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย ก็ยังฝ่าฟันเอาตัวรอดมาได้ อย่างไม่น่ากังวล
1
สำหรับในปี 2569 นี้ ก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า ตอนนี้ที่ประเทศไทยเอง เพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งมาหมาด ๆ
สุดท้ายแล้ว สภาพเศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ จะมีโอกาสพลิกฟื้นกลับขึ้นมาได้ขนาดไหน
และบริษัทเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อยเอง จะใช้กลยุทธ์ใด ให้บริษัทกลับมาสู่เส้นทางการเติบโตได้อีกครั้ง
จึงต้องคอยติดตามกันต่อไป ว่าบริษัทแห่งนี้ จะยังเป็นร้านสุกี้ดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่ในกระแสเหมือนเดิมได้หรือไม่..
Reference
- คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ ไตรมาส 1 ปี 2566 จนถึง ไตรมาส 4 ปี 2568
โฆษณา