12 ก.พ. เวลา 12:50 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Financial Repression มหกรรม "รีดเงียบ" เมื่อรัฐบาลแอบล้วงกระเป๋าสตางค์คุณไปใช้หนี้

​ลองจินตนาการดูนะครับ... คุณขยันทำงาน เก็บหอมรอมริบเงินฝากธนาคารไว้ก้อนหนึ่ง หวังว่ามันจะงอกเงย แต่ผ่านไป 10 ปี คุณกลับพบว่าเงินก้อนเดิมนั้นซื้อข้าวกินได้น้อยลงกว่าครึ่ง! ทั้งที่ตัวเลขในบัญชีเท่าเดิมเป๊ะ
​ยินดีด้วยครับ คุณอาจกำลังโดนสิ่งที่เรียกว่า Financial Repression หรือ "ภาวะกดขี่ทางการเงิน" เล่นงานเข้าให้แล้ว!
​มันคืออะไร? (เดี๋ยวเล่าให้ฟัง)
​ถ้าจะนิยามสั้นๆ Financial Repression คือกลยุทธ์ที่รัฐบาล "บงการ" ระบบการเงินเพื่อให้ตัวเองจ่ายหนี้คืนได้ง่ายขึ้น โดยการทำให้ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ
​พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลทำให้ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนคนที่ถือเงินสดหรือฝากธนาคาร "ขาดทุนอำนาจซื้อ" ไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เงินที่หายไปจากกระเป๋าคุณนั่นแหละครับ คือเงินที่รัฐบาลเอาไปลดภาระหนี้ของตัวเองโดยที่คุณแทบไม่รู้สึกตัวเลย มันคือภาษีทางอ้อมที่ไม่มีการประกาศผ่านไมค์ แต่มันเจ็บลึกถึงทรวง!
​ย้อนรอยอดีต: บทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2
​เหตุการณ์ที่คลาสสิกที่สุดเกิดขึ้นใน สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ช่วงหลังปี 1945 ครับ
​ตอนนั้นหนี้สาธารณะพุ่งสูงทะลุเพดานเพราะเอาเงินไปทำสงคราม สิ่งที่รัฐบาลทำคือ
• ​คุมเพดานดอกเบี้ย: บังคับให้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมากๆ
• ​ปล่อยให้เงินเฟ้อวิ่ง: เมื่อของแพงขึ้น แต่ดอกเบี้ยถูกแช่แข็ง มูลค่าหนี้ของรัฐบาลเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจจะ "หดตัว" ลงอย่างรวดเร็ว
​ผลกระทบ ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ หนี้สาธารณะที่ดูเหมือนจะล้มละลายกลับลดลงอย่างปาฏิหาริย์! แต่คนที่รับกรรมคือ "ผู้ฝากเงิน" และ "ชนชั้นกลาง" ที่เห็นมูลค่าเงินออมตัวเองละลายหายไปกับอากาศธาตุเหมือนไอศกรีมตากแดด
​อเมริกาในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย?
​หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า สหรัฐฯ กำลังใช้ท่าไม้ตายเดิมหรือเปล่า? เพราะตอนนี้หนี้สาธารณะของพี่เบิ้มพุ่งไปกว่า 34 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว!
​ดูสิ่งที่เกิดขึ้นสิครับ
• ​หนี้ท่วมหัว รัฐบาลสหรัฐฯ มีหนี้เยอะจนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปกติได้ไหว
• ​การปล่อยให้เงินเฟ้อค้างฟ้า แม้เฟด (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ แต่หลายคนมองว่ารัฐบาลอาจ "แอบดีใจ" ลึกๆ ที่เงินเฟ้อสูง เพราะมันช่วยกัดกินมูลค่าหนี้มหาศาลให้เล็กลงในเชิงสัมพัทธ์
• ​กฎเกณฑ์บีบบังคับ รัฐเริ่มมีกฎระเบียบให้ธนาคารพาณิชย์ต้องถือพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น (ซึ่งดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ) นี่คือการบังคับให้สถาบันการเงินเอาเงินฝากของเราไปกู้ให้รัฐบาลแบบเนียนๆ
​ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเรากำลังเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีที่รัฐบาลเป็นคนคุมจังหวะเพลงครับ ตราบใดที่ดอกเบี้ยยังไล่ตามเงินเฟ้อไม่ทัน เงินในกระเป๋าเราก็กำลังถูก "เก็บภาษีเงียบ" อยู่ทุกนาที
​แล้วคุณล่ะ... พร้อมรับมือหรือยัง?
​อ่านมาถึงตรงนี้ คุณเริ่มรู้สึกหรือยังครับว่า "เงินฝาก" ที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุด อาจจะเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดในยุค Financial Repression?
​ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ออมเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียว คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าอำนาจซื้อของคุณกำลังลดลงเพื่อไปช่วยใช้หนี้ให้รัฐบาล?
​"คุณคิดว่าสินทรัพย์ประเภทไหน (ทองคำ, หุ้น, หรืออสังหาฯ) จะเป็นเรือชูชีพที่ดีที่สุดในวันที่กระแสธารเงินเฟ้อกำลังพัดพาเงินออมของคุณไป?"
#รู้ไว้ไม่โดนหลอก #การเงิน #เศรษฐกิจโลก #เงินเฟ้อ #ลงทุน #FinancialRepression #หนี้สาธารณะ #วางแผนการเงิน
โฆษณา