เมื่อวาน เวลา 06:55 • ความคิดเห็น
ขึ้นอยู่กับเจตนาของคนๆ นั้นค่ะ
การคิดถึงคนอื่นก่อนไม่ได้แปลว่าเป็นคนที่ดีเสมอไป มันอาจจะเป็นกลไกของโปรแกรมที่คนนั้นได้รับมาตอนเด็ก เช่น เราเคยโดนสอนว่าต้องรักษามารยาท ภาพลักษณ์ของตนเองและพี่สาวเป็นการบริหารภาพลักษณ์ที่ไม่ต่างจากดาราที่ต้องรักษาชื่อเสียงตนเอง
อีกขั้วสุดโต่งคือกลุ่มคนที่ได้รับการปลูกฝังเรื่องการเสียสละ คนกลุ่มนี้มักจะทำดีกับคนอื่นเสมอเพราะเห็นว่าต้องทำ ควรทำ โดยที่ไม่ได้เผื่อใจตนเอง ไม่ได้คิดว่าการให้มันควรมีลิมิต เหมือนหญิงชาวไทยอาศัยต่างแดนที่ทำงานสะสมเงิน เพื่อซื้อบ้านหลังเกษียณ
เขาเลยส่งเงินกลับมาให้แม่ที่ไทยอย่างสม่ำเสมอ พอใกล้เกษียณแม่กลับบอกว่านำเงินก้อนนั้นไปซื้อบ้านให้น้องชาย และบอกกับฝ่ายหญิงว่าไปอยู่ต่างประเทศแล้วอยู่ดีกินดี ควรเอาเงินก้อนนี้ซื้อบ้านให้น้อง
ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าเอาเงินเขาไปให้คนอื่น ต่อให้เป็นครอบครัวมันไม่ได้ตรงตามจุดประสงค์การส่งเงินค่ะ จนผู้หญิงคนนั้นรับไม่ได้เลือกลาโลกไป
บางคนทำงานเท่าไหร่ส่งกลับบ้านเกือบหมด เหลือไว้พอใช้เดือนต่อเดือนเพราะถูกสอนให้เป็นลูกกตัญญู สุดท้าย ก็แค่เอาเงินไปให้พ่อแม่ ซึ่งซื้อบ้านให้ตัวเองกับลูกคนอื่นที่ไม่ได้ทุ่มเทเท่ากัน
ค่านิยมแบบนี้ทำร้ายคน ไม่ควรถูกสั่งสอนต่อไป เพราะแม้การให้เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรคิดถึงตัวเองบ้าง
การให้แบบมีสติ คิดถึงคนอื่นก่อนแบบมีสติ
อย่าให้ตนเองลำบากจึงสำคัญกว่าการคิดถึงคนอื่นโดยเสียสละตนเอง
1
โฆษณา