15 ก.พ. เวลา 08:00 • ธุรกิจ

ทำไม “เปอร์โตริโก” ถึงเป็นดินแดนที่ผลิต ศิลปินระดับโลกได้มากมาย

รู้หรือไม่คะว่า Despacito เพลงที่มียอดวิวสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นผลงานของนักร้องชาวเปอร์โตริโก
หรือจะเป็นศิลปินคนล่าสุดที่ขึ้นโชว์ Super Bowl Halftime Show อย่าง Bad Bunny ก็มาจากเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เช่นกัน
ใครจะไปคิดว่า ทั้งที่เปอร์โตริโกมีขนาดเพียง 9,104 ตารางกิโลเมตร ขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ และมีประชากรเพียงแค่ 3.2 ล้านคน จะผลิตศิลปินระดับโลกได้มากขนาดนี้
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เปอร์โตริโก เป็นคำที่มาจากภาษาสเปน แปลว่า “เกาะแห่งความร่ำรวย” มีภูมิประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแอตแลนติก
ในปี 1509 สเปนได้เข้ามายึดครองเกาะแห่งนี้ และปกครองอยู่นานเกือบ 400 ปี จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 หลังจากแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกา สเปนจึงต้องยกเกาะเปอร์โตริโกให้แก่สหรัฐอเมริกา
1
ปัจจุบัน เปอร์โตริโกจึงเป็นดินแดนในเครือจักรภพของสหรัฐอเมริกา หรืออธิบายง่าย ๆ คือ เป็นเขตปกครองพิเศษที่อยู่ภายใต้สหรัฐอเมริกานั่นเอง
1
อย่างไรก็ตามแม้จะอยู่ภายใต้สหรัฐอเมริกา แต่รากวัฒนธรรมที่สเปนวางไว้ ทั้งด้านการศึกษา, เศรษฐกิจ, การเมือง และสังคมยังคงฝังแน่นอยู่
ทำให้เปอร์โตริโกยังมีกลิ่นอายในความเป็นสเปนอยู่สูงมาก ทั้งในเรื่องภาษาและวัฒนธรรม เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่เราเรียกกันรวม ๆ ว่า “กลุ่มลาตินอเมริกา” ซึ่งก็เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนมาก่อนเช่นกัน
1
ยกเว้นเพียงแค่ประเทศบราซิลที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส แต่โดยรวมแล้ววัฒนธรรมของประเทศเหล่านี้ ก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่
1
ที่สำคัญ ประเทศในลาตินอเมริกาส่วนใหญ่ รวมถึงเปอร์โตริโก ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
จึงทำให้ภาษาสเปน กลายเป็นหนึ่งในภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดของโลก
นั่นหมายความว่า ศิลปินเปอร์โตริโกไม่ได้ร้องเพลงให้คนเพียง 3.2 ล้านคนฟัง แต่กำลังสื่อสารกับตลาดลาตินทั้งภูมิภาค ซึ่งมีผู้ฟังหลายร้อยล้านคน
1
แต่สิ่งที่ทำให้ดนตรีของเปอร์โตริโกโดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นก็คือ การเป็นต้นกำเนิดของแนวเพลง Reggaeton
1
จุดเด่นของ Reggaeton คือ เสียงจังหวะกลองที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างดนตรีเรกเก้ ฮิปฮอป และจังหวะลาตินท้องถิ่น
1
ที่น่าสนใจคือแนวเพลงนี้ ยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “ความขบถ” โดยเป็นเครื่องมือสะท้อนสังคม เสียดสีการเมือง และแสดงออกถึงตัวตน ความคิดของคนในเปอร์โตริโก คล้ายกับวัฒนธรรมฮิปฮอปในสหรัฐอเมริกา
2
เมื่อจังหวะที่ติดหู ผสมกับภาษาสเปนที่มีเสน่ห์ด้านสำเนียง จึงเกิดเป็นแนวดนตรีที่ทรงพลัง และแพร่กระจายไปทั่วโลก
1
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ การที่เปอร์โตริโกเป็นดินแดนในเครือจักรภพของสหรัฐอเมริกา และถือพาสปอร์ตของสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกาได้ไม่ยาก
1
ซึ่งปัจจุบันมีชาวเปอร์โตริโกและคนที่มีเชื้อสายเปอร์โตริโกอยู่ในสหรัฐอเมริกากว่า 6 ล้านคน
สิ่งนี้ทำให้ศิลปินเปอร์โตริโกมีโอกาสเข้าถึงตลาดเพลงของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่ตลาดเพลงระดับโลก ได้ง่ายกว่าศิลปินลาตินจากประเทศอื่นด้วย
1
ตัวอย่างศิลปินชาวเปอร์โตริโกที่สามารถสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ถ้าวัดจากยอดวิวใน YouTube
- Luis Fonsi เจ้าของเพลง Despacito มียอดวิวกว่า 8.9 พันล้านครั้ง
- Daddy Yankee เพลง Con Calma มียอดวิวกว่า 3.1 พันล้านครั้ง
- Don Omar เพลง Danza Kuduro มียอดวิวกว่า 1.6 พันล้านครั้ง
1
หรือถ้าดูจากสถิติ Spotify จะพบว่า Bad Bunny เป็นศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดใน Spotify ทั่วโลกประจำปี 2025 โดยมียอดสตรีมมากกว่า 19.8 พันล้านครั้งตลอดทั้งปี และเป็นการครองอันดับ 1 ครั้งที่ 4 หลังเคยได้ตำแหน่งนี้ในปี 2020, 2021, 2022
ความนิยมของ Bad Bunny สะท้อนให้เห็นว่าคนชาติอื่น ๆ ทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้ภาษาสเปนก็ยังสนุกกับเพลงได้ แม้อาจไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลง เพราะนี่คือพลังของวัฒนธรรมที่แข็งแรงพอจะข้ามกำแพงภาษา
1
อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของศิลปินชาวเปอร์โตริโกถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะพวกเขาสามารถใช้สิ่งที่เป็นต้นทุนของตนเองอย่าง “ภาษา” และ “จังหวะดนตรีท้องถิ่น” ต่อยอดสู่เวทีโลก
1
จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้บทเพลงกลายเป็นเพลงฮิตติดหู โดยไม่ต้องพยายามเลียนแบบใคร
และก็ไม่แน่ว่า เพลงลาตินที่เรากำลังฟังอยู่ตอนนี้ เสียงนั้น อาจมาจากศิลปินชาวเปอร์โตริโกก็เป็นได้..
References :
- Theculturetrip, Nbcnews, Youtube, Spotify, Washingtonpost
โฆษณา