Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
17 ก.พ. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก
เมื่อแพลงก์ตอนกินไมโครพลาสติก วิกฤตโลกร้อนจะรุนแรงยิ่งขึ้น
คงไม่พูดเกินจริงมากนัก ถ้าจะบอกเราว่าโลกเราเวลานี้ถูกปกคลุมไปด้วยโมโครพลาสติก ไม่ต่างจากฝุ่น PM ในมหานคร
ไม่ว่าจะเป็นในป่าลึกที่คนเข้าถึงไม่ถึง ทวีปที่ไม่มีมนุษย์อาศัย หรือแม้แต่ใต้ทะเลลึก ต่างมีการศึกษาว่าพบไมโครพลาสติกปรากฏในที่ที่มนุษย์ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางตรงแทบทั้งนั้น
มนุษย์เราเองก็รับไมโครพลาสติกไปโดยไม่รู้ตัว กินกันไปมากถึง 5 กรัมต่อสัปดาห์ หรือเท่ากับบัตรเครดิต 1 ใบ
ส่วนสัตว์ในทะเลมิต้องพูดถึง รับไปเต็มๆ (พวกที่เป็นอาหารก็วนกลับมาหาเรา)
รวมไปถึงเหล่าแพลงก์ตอน พระเอกของเรื่องนี้ และผลที่ตามมา อาจไม่ได้ทบต่อแพลงก์ตอนและสัตว์ทะเลที่กินมันเข้าไป
แต่ยังกระตุ้นให้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดความรุนแรงขึ้นได้อีกด้วย
อย่างที่ทราบกันในความรู้พื้นฐาน แพลงก์ตอนพืช (phytoplankton) คือผู้ผลิตออกซิเจนจำนวนมหาศาลให้โลก และเป็นจุดเริ่มต้นของพลังงานในมหาสมุทร
ส่วนแพลงก์ตอนสัตว์ (zooplankton) คือผู้กินและผู้ส่งต่อพลังงานไปสู่ปลา วาฬ และมนุษย์
หากฐานนี้สั่นคลอน ทั้งระบบก็สั่นสะเทือน
ที่ผ่านมาไมโครพลาสติกได้ทำร้ายแพลงก์ตอนในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับกายภาพ เคมี ไปจนถึงระดับระบบนิเวศ
โดยแพลงก์ตอนสัตว์จำนวนมากกินอนุภาคขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในน้ำ เพราะไมโครพลาสติกมีขนาดใกล้เคียงกับอาหารตามธรรมชาติ เช่น สาหร่ายเซลล์เดียว
เมื่อมันลอยปะปนอยู่ แพลงก์ตอนจึงเข้าใจผิดและกลืนมันเข้าไป
ผลคือพอกระเพาะอิ่มด้วยสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร พลังงานที่ได้รับก็ลดลง การเจริญเติบโตช้าลง และอัตราการสืบพันธุ์ลดลง
และในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายมีข้อจำกัด อนุภาคพลาสติกบางชนิดอาจสะสมอยู่ภายในร่างกาย ทำให้เกิดการอุดตันหรือระคายเคืองระดับจุลภาค ส่งผลให้แพลงก์ตอนอ่อนแอและมีอายุสั้นลง
ขณะเดียวไมโครพลาสติกในทะเลก็ไม่ได้มามือเปล่าๆ แต่พ่วงสารเคมีอันตรายมาเป็นเพื่อน
เมื่อแพลงก์ตอนกินเข้าไป สารเหล่านี้อาจหลุดเข้าสู่เนื้อเยื่อ รบกวนฮอร์โมน และกระทบกระบวนการสืบพันธุ์
เมื่อกลไกการทำหน้าที่ของตัวเองลดลงเพราะดูดซับไมโครพลาสติกไปมากๆ มันจึงเกิดผลที่ตามมา
จากปกติแพลงก์ตอนพืชทำหน้าที่เหมือนต้นไม้กลางมหาสมุทร ใช้แสงอาทิตย์สังเคราะห์แสงและดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายอยู่ในน้ำทะเลมาใช้สร้างอาหาร
พอแพลงก์ตอนพืชดูดก๊าซคาร์บอนฯ ในน้ำลดลง น้ำทะเลก็จะดูดก๊าซคาร์บอนฯ จากอากาศลงมาทดแทนโดยธรรมชาติ
เท่ากับว่าทุกครั้งที่แพลงก์ตอนพืชทำงาน โลกกำลังค่อยๆ ระบายคาร์บอนส่วนเกินออกจากบรรยากาศ
หลังจากนั้น แพลงก์ตอนสัตว์จะกินแพลงก์ตอนพืช และช่วยพาคาร์บอนที่ถูกดูดซับไว้แล้วจมลงสู่ทะเลลึก ผ่านการขับถ่ายหรือการตายและจมตัวลง
แต่พอมีไมโครพลาสติกเข้ามาเป็นตัวแปร อนุภาคเล็กๆ เหล่านี้เข้าไปรบกวนการทำงานของระบบทั้งหมด
ไมโครพลาสติกสามารถลดประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช ทำให้มันดูดก๊าซคาร์บอนฯ ได้น้อยลง และรบกวนแพลงก์ตอนสัตว์ซึ่งมีหน้าที่พาคาร์บอนลงสู่ทะเลลึก
เมื่อทั้งสองส่วนของระบบทำงานด้อยลง มหาสมุทรจึงดูดและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยกว่าปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น พื้นผิวของไมโครพลาสติกยังกลายเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์บางชนิด ซึ่งอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเพิ่มเติม
เท่ากับว่าไมโครพลาสติกไม่ได้แค่ขัดขวางการดูดคาร์บอน แต่ยังเพิ่มแรงกดดันให้ระบบภูมิอากาศอีกทางหนึ่ง
เมื่อมหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนขนาดใหญ่อ่อนกำลังลง ก๊าซคาร์บอนฯ ก็จะสะสมอยู่ในบรรยากาศมากขึ้น
และยิ่งมีก๊าซเรือนกระจกมากเท่าไร โลกก็ยิ่งกักเก็บความร้อนได้มากขึ้นเท่านั้น ภาวะโลกร้อนจึงรุนแรงขึ้น
ไม่ใช่เพราะไมโครพลาสติกปล่อยความร้อนโดยตรง แต่เพราะมันทำให้เครื่องดูดคาร์บอนฯ ของโลกทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
พูดให้สั้นที่สุด ไมโครพลาสติกกำลังทำให้ระบบธรรมชาติที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิโลกอ่อนแรงลง
และเมื่อเกราะป้องกันนี้บางลง โลกก็ร้อนขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม
ศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติมผ่าน Microplastics are undermining the ocean’s power to absorb carbon
https://www.sciencedaily.com/releases/2026/01/260116035322.htm
Plankton are eating plastic!
https://oceanbites.org/plankton-are-eating-plastic/
อ่านงานวิจัยคนไทย การปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในแพลงก์ตอนสัตว์: กรณีศึกษาพื้นที่ชายฝั่ง จังหวัดชลบุรี
https://kukr.lib.ku.ac.th/kukr_es/BKN_FISH/search_detail/result/426223%0A
ข่าวรอบโลก
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย