14 ก.พ. เวลา 01:40 • นิยาย เรื่องสั้น

Midnight Diner UB: Ep 04

"โทรโข่ง... ที่ถ่านหมด"
🙂 ฝากติดตามและแชร์ถ้าชอบ งานเขียนชุด #เมื่อผมเป็นมาสเตอร์midnightdinerUB ด้วยนะครับ
Midnight Diner UB: Intro
(เสียงลมพัดสังกะสีร้านดังแกรกกราก... สลับกับเสียงสุนัขเห่าหอนโหยหวนจากวัดข้างๆ เหมือนกำลังไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตย)
[Monologue เปิดร้าน]
"พายุฝนผ่านไป... ทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพังและป้ายไวนิลที่ฉีกขาด
เมื่อวาน... รูปหน้าคนบนป้ายยังดูศักดิ์สิทธิ์ ห้ามใครเหยียบย่ำ
แต่วันนี้... มันกลายเป็นขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำ รอเทศบาลมาเก็บกวาด
ณ มุมมืดของเมือง UB... ร้านของผมยังเปิดไฟรอรับ 'ขยะสังคม' ที่ไม่มีใครต้องการ
เวลาทำการ: เที่ยงวัน ยัน เที่ยงคืน
เมนูคืนนี้: 'ยำมาม่า'... เส้นราคาถูก คลุกเคล้ากับเครื่องเหลือๆ ในตู้เย็น เผ็ดร้อน แสบไส้ เหมือนคำสัญญาตอนหาเสียง
กติกา: เบียร์ 1 ลัง... ถ้าเมาแล้วเริ่มพล่ามเรื่องนโยบายเพ้อเจ้อ... เชิญไปคุยกับเสาไฟฟ้าหน้าร้าน"
Midnight Diner UB: Ep 04
"โทรโข่ง... ที่ถ่านหมด"
(เสียงลากเท้าหนักๆ เดินเข้ามา)
ชายวัยทอง รูปร่างท้วม ผิวดำแดง สวมเสื้อกั๊กที่มีรอยเลาะตัวหนังสือออกจนเป็นด่างดวง เขาเดินเข้ามาในร้านด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... ผิดกับเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เขาเดินเข้ามาอย่างกับพญาอินทรี เสียงดังคับร้าน
เขาทิ้งตัวลงนั่ง ไหล่ห่อเหี่ยว เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม
"มาสเตอร์... ขอยำมาม่าจานนึง... เอาเผ็ดๆ เผ็ดที่สุดเท่าที่จะทำได้... ผมอยากรู้สึกเจ็บที่ปาก จะได้ลืมเจ็บที่ใจ"
ผมลวกเส้นมาม่า คลุกน้ำยำสีแดงฉาน ใส่พริกขี้หนูสวนไปกำมือหนึ่ง
"ฉลองชัยชนะเหรอครับ 'ลุงหมาย'?" ผมถามแหย่ๆ "เห็นรถแห่วิ่งรอบเมือง ท่านได้เป็น ส.ส. แล้วนี่"
ลุงหมายแค่นหัวเราะ... เสียงแห้งผากเหมือนเบรกเอบีเอสที่ผ้าเบรกหมด
"ชนะสิ... ท่านชนะ... แต่กูเนี่ย 'แพ้'"
เขาตักยำมาม่าเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก หน้าแดงก่ำ
"มาสเตอร์รู้ไหม... สามเดือนที่ผ่านมา กูเดินจนตีนแตก ตะโกนจนคอแตก แบกหน้าไปไหว้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือน รับปากเขาว่า 'เลือกเบอร์นี้ เดี๋ยวถนนมา เดี๋ยวท่อมา เดี๋ยวเงินมา'..."
เขากระดกเบียร์อึกใหญ่
"วันนี้... ชาวบ้านมาทวงถนน ชาวบ้านมาทวงท่อ... กูโทรหา 'นาย'... นายไม่รับสาย กูไปหาที่ศูนย์... เลขาบอกนายไปประชุมที่กรุงเทพฯ"
"กูเป็นคนรับหน้า... กูเป็นคนโกหก... ทั้งที่กูเองก็เชื่อคำโกหกของมัน!"
ลุงหมายทุบโต๊ะ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะความเผ็ดของยำมาม่า
"เมื่อวานกูเป็น 'ขุนพล' ... วันนี้กูเป็น 'หมา' ... หมาที่เห่าจนเสียงแหบ แล้วเจ้าของก็ถีบหัวส่ง เพราะหมดฤดูผสมพันธุ์แล้ว"
ผมวางผ้าเช็ดโต๊ะลง ยืนกอดอกมองแก
"ลุงครับ..." ผมพูดเสียงเรียบ
"โทรโข่งน่ะ... หน้าที่ของมันคือ 'ขยายเสียง' ของคนอื่น... มันไม่มีเสียงของตัวเอง"
"พอมันถ่านหมด หรือคนพูดเขาเลิกพูด... มันก็เป็นแค่พลาสติกเปื้อนฝุ่น"
ลุงหมายเงยหน้ามองผม ตาแดงก่ำ
"แล้วกูต้องทำยังไงวะมาสเตอร์... กูต้องเดินหลบหน้าชาวบ้านไปจนตายเหรอ?"
"ไม่ต้องหลบครับ" ผมเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปนั่งข้างๆ แก
"กลับไปหาชาวบ้าน... แล้วพูดด้วย 'เสียงของลุงเอง'"
"ถอดเสื้อกั๊กตัวนั้นทิ้งซะ... แล้วไปบอกความจริงกับชาวบ้านว่า 'ผมก็โดนหลอกเหมือนกัน' "
"เสียงจากปากคนธรรมดาที่จริงใจ... บางทีมันดังกว่าเสียงจากโทรโข่งใส่ถ่านนะครับ"
ลุงหมายนิ่งคิด... มองจานยำมาม่าที่เหลือแต่พริก
เขาถอดเสื้อกั๊กตัวเก่าที่มีรอยด่าง ทิ้งลงถังขยะใต้โต๊ะ
"คิดตังค์ด้วยมาสเตอร์... แล้วก็... ขอยำมาม่าใส่ถุงอีกที่นึง ไม่ใส่พริกนะ"
"จะเอาไปฝากใครครับ?"
"ฝากไอ้ด่างที่บ้าน..." ลุงหมายยิ้มเศร้าๆ "อย่างน้อยหมาที่บ้าน... มันก็ไม่เคยโกหกกู และกูก็ไม่เคยโกหกมัน"
เขาเดินออกจากร้านไป ตัวเบาหวิวเพราะทิ้งเสื้อกั๊กหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง
เดินฝ่าความมืดกลับไปสู่หมู่บ้าน... ไปเผชิญหน้าความจริงด้วยเสียงของตัวเอง
(กล้องซูมไปที่เสื้อกั๊กในถังขยะ และป้ายหาเสียงหน้าร้านที่ถูกลมพัดจนล้มคว่ำหน้าลงกับดินโคลน)
Midnight Diner UB
เปิด: เที่ยงวัน ยัน เที่ยงคืน
ข้อคิดวันนี้: เลือกตั้งจบ... แต่ความเป็นคนยังต้องอยู่ต่อ
โฆษณา